เนื้อหาวันที่ : 2006-12-21 09:20:26 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 832 views

ไทยเตรียมรับมือผลกระทบจากสะพานข้ามโขง แห่งที่ 2

ในที่สุด สะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ก็เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ทำให้การเชื่อมต่อของ 3 ประเทศ คือ ไทย-ลาว-เวียดนามมีความสะดวกและรวดเร็ว และหวังกันว่าจะกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

.

ในที่สุด สะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ก็เปิดใช้อย่างเป็นทางการ ทำให้การเชื่อมต่อของ 3 ประเทศ คือ ไทย-ลาว-เวียดนามมีความสะดวกและรวดเร็ว และหวังกันว่าจะกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อกันว่าสะพานข้ามโขงแห่งที่ 2 ที่ทอดข้ามจากฝั่งไทยบริเวณบ้านบางทรายใหญ่และสงเปือย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ไปลงยังบ้านท่าอุดมกับบ้านนาแก เมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขต ของ สปป.ลาว เชื่อมต่อไปยังถนนหมายเลข 9 ในลาวที่สามารถผ่านไปต่อเชื่อมกับเส้นทางหมายเลข 9 ในเวียดนามและบรรจบกับเส้นทางหมายเลข 1 ของเวียดนามสู่ท่าเรือน้ำลึก จะเป็นเส้นทางที่นำมาซึ่งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละประเทศสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ตามศักยภาพ

.

ขณะที่ความพร้อมของการพัฒนาเส้นทางหมายเลข 9 ในประเทศลาวได้มีการปรับปรุงถนนหมายเลข 9 เสร็จเรียบร้อยแล้วและสามารถร่นระยะเวลาเดินทางจากสะหวันนะเขตไปถึงเขตนิคมอุตสาหกรรมลาวบาว ในเมืองกวางจิ ของเวียดนามซึ่งเป็นเมืองชายแดนลาว-เวียดนาม ที่มีระยะทางรวม 122 กิโลเมตรนั้นสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วขึ้นมาก  ขณะที่ในเวียดนามก็มีการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน การยกระดับท่าเรือเทียนซาที่ดานัง ท่าเรือ Cuo lo ที่วินห์ และท่าเรือที่ Quy Nhon  ตลอดจนการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ดง ก๊วด ,ชานเมย และเหลียนเชียวในเวียดนามตอนล่าง รวมทั้งการก่อสร้างอุโมงค์ไฮวาน

.

สำหรับประเทศไทยสิ่งที่ควรให้ความสนใจขณะนี้ คือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในด้านต่าง ๆ จากการมีสะพานและการใช้ประโยชน์จากเส้นทางหมายเลข 9 ในอนาคต ซึ่งในเรื่องนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในฐานะหน่วยงานวิจัย ได้สนับสนุนให้สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ ทำการศึกษาโครงการ  ผลกระทบจากการพัฒนาเส้นทางหมายเลข 9 : ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และอีกโครงการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกันคือการสร้างเสริมกลไกท้องถิ่นเพื่อจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อประมวลและประเมินสถานการณ์ฉายภาพอนาคตว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้างและควรเตรียมการรองรับอย่างไร

.

ผลการศึกษาพบว่ามีผลในด้านเศรษฐกิจชัดเจนที่สุด เพราะเศรษฐกิจเป็นสาเหตุสำคัญของการพัฒนาเส้นทางนี้ ให้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทั้งสินค้า ทั้งคน แรงงาน และการท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้แม้การพัฒนาเส้นทางในแต่ละประเทศยังไม่เสร็จ 100% และยังไม่ชัดเจนว่าผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจะมาจากอะไรบ้าง  เช่น ถ้าเป็นสินค้าน่าจะมาจากพืชผลประเภทไหน แม้แต่ทิศทางก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะไหลจากเวียดนามเข้ามาไทยหรือจากไทยจะไหลออกไป ซึ่งต้องมีการศึกษาวิจัยวิเคราะห์กันต่อไปว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

.

.

ผลในด้านสังคม ก็แน่นอนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่สำหรับจังหวัดมุกดาหารที่กลายเป็นจังหวัดหน้าด่าน ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั่นคือการหลั่งไหลเข้ามาของคนจากภายนอก การค้า การลงทุน  รวมทั้งเงินตรา ธุรกิจต่าง ๆ ขณะเดียวกันผลกระทบทางลบก็มีเยอะ เช่น สังคมที่เคยเป็นสังคมกลมเกลียวกันอยู่ในวิถีเดิมก็คงจะเปลี่ยนไปค่านิยมก็จะเปลี่ยนไป อาจจะตัวใครตัวมันมากขึ้น  โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ วัยรุ่นคนวัยทำงานกับคนรุ่นอาวุโสก็อาจจะค่านิยมหรือความคิดเห็นต่างกัน นั่นคือทำให้ช่องว่างที่มีอยู่แล้วกว้างมากขึ้น ปัญหาหลายประเด็นที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน การมีพื้นที่ทำการเกษตรน้อยลง ปัญหาขยะและน้ำเสีย รวมทั้งชุมชนแออัดที่เกิดจากการขยายเมือง ปัญหาคุณภาพเส้นทางคมนาคมและขาดบริการขนส่งที่ดี ตลอดจนบริการทางอากาศที่ไม่สะดวก  ประชากรบางส่วนอพยพออกไปทำงานที่อื่น ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาของแรงงานจากต่างถิ่นและแรงงานต่างด้าว ปัญหาด้านสาธารณูปโภคอื่น ๆ

.
ประชากรวัยทำงานบางส่วนอพยพออกไปทำงานที่อื่นทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน นำมาสู่การย้ายถิ่นของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการย้ายถิ่นของแรงงานลาวในจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมาจากปัจจัยดึงดูดจากการได้รับค่าจ้างที่สูงกว่าในประเทศของตนเอง มีโอกาสโอกาสความก้าวหน้า และการขาดแคลนแรงงานของมุกดาหาร ประกอบกับการเดินทางสะดวกจากพื้นที่ต้นทางจาก เมืองคันทะบุรี เมืองจำพอนและเมืองไซพูทองในลาวมายังมุกดาหารใช้เวลาเดินทางเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น อีกทั้งยังสามารถส่งสิ่งของหรือเงินกลับบ้านได้โดยง่ายด้วยวิธีการให้ทางบ้านเดินทางมารับด้วยตนเอง  ขณะที่นายจ้างดูแลเรื่องที่พักอาศัย และอาหาร ทำให้แรงงานเหล่านี้รู้สึกมั่นคงและไม่ต้องการย้ายถิ่นกลับไปประเทศของตน
.

อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เกิดจากการย้ายถิ่นของแรงงานลาวในจังหวัดมุกดาหาร กล่าวคือ  ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ แก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลน มีแรงงานให้เลือกใช้มากขึ้น ลดต้นทุนการผลิตของสถานประกอบการ ผลกระทบด้านสังคม ได้แก่ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด การลักลอบขนของหนีภาษีและยาเสพติด ปัญหาโสเภณี การลักลอบเข้าเมืองและแรงงานผิดกฎหมาย  เป็นต้น ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นผลกระทบตามมากับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น

.

ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้ามีรถบรรทุกเข้ามา การตั้งโรงงาน รวมทั้งเรื่องของการกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว  นั่นคือ มีการใช้ทรัพยากรในพื้นที่มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นดิน  น้ำ อากาศ และป่าไม้ ซึ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องประมาณการว่าถ้าสิ่งเหล่านี้เข้ามาอะไรมันจะเกิดขึ้นเพื่อจะได้ระมัดระวังป้องกัน ส่วนกลไกท้องถิ่นเพื่อจัดการผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นยังต้องการความร่วมไม้ร่วมมือทั้งคนมุกดาหารและจากภายนอก ที่ต้องร่วมกันตอบคำถามที่ว่าเราจะอยู่ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมด้วยความร่วมมือและการประสานประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไรทั้งนี้ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นฐานข้อมูลเพื่อเตรียมการรองรับ  โดยเฉพาะผลกระทบภายหลังการเปิดใช้งานของสะพานแล้ว ซึ่งต้องมีการปรับตัวและเตรียมพร้อมกันต่อไป .