เนื้อหาวันที่ : 2009-11-03 11:13:27 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1400 views

ตลาดรถจักรยานยนต์ส่งสัญญานคึกคักรับปลายปี ปิดไตรมาส3 โต 6%

ตลาดรถจักรยานยนต์ส่งสัญญาณคึกคัก ปิดเดือนสุดท้ายไตรมาส 3 โตขึ้น 6% ในขณะที่ “ฮอนด้า คลิก” เป็นโมเดล เอ.ที. รุ่นแรกของตลาด 2 ล้อเมืองไทย ที่สามารถดันสถิติทุบยอดขายทะลุ 1,000,000 คันไปแบบชิวล์ ชิวล์

.

ตลาดรถจักรยานยนต์ส่งสัญญาณคึกคัก ปิดเดือนสุดท้ายไตรมาส 3 โตขึ้น 6% ในขณะที่ “ฮอนด้า คลิก” เป็นโมเดล เอ.ที. รุ่นแรกของตลาด 2 ล้อเมืองไทย ที่สามารถดันสถิติทุบยอดขายทะลุ 1,000,000 คันไปแบบชิวล์ ชิวล์

.

รายงานตลาดรถจักรยานยนต์ ปิดท้ายไตรมาสที่สามของปีด้วยสัญญาณความแรงของตลาดที่เริ่มก่อตัวคึกคัก กับปริมาณยอดจดทะเบียนในเดือนกันยายน 2552 ที่ยอดตัวเลข 129,112 คัน ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีเดียวกันเติบโตขึ้น 6% แม้ว่าปริมาณยอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปี 2552 ถึงเดือนกันยายนจะอยู่ที่ 1,138,001 คัน ซึ่งลดลง 14% เมื่อเทียบกับยอดสะสมของช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 

.

อย่างไรก็ตามด้วยกระแสการตอบรับที่มาแรงของรถรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปอย่างฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ คาดจะช่วยส่งผลให้แนวโน้มตลาดในไตรมาส 4 มีความคึกคักมากขึ้น พร้อมรุกผลักดันตลาดรวมให้ได้ 1.47 ล้านคัน ตามคาดการณ์ ในขณะที่ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น “คลิก” สามารถสร้างสถิติใหม่ของรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที. ด้วยยอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ปี 2006 ถึงปัจจุบัน ที่ทะลุเกิน 1 ล้านคันไปแบบสบายๆ 

.

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “เหตุผลส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ตลาดเดือนสุดท้ายของไตรมาส 3 เติบโตขึ้นนี้ สาเหตุหลักคงมาจากการที่บรรดาค่ายผู้ผลิตต่างโหมกระตุ้น และสร้างความตื่นตัวให้ตลาดด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ในโค้งสุดท้ายของไตรมาสนี้ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับเป็นเดือนสุดท้ายของแคมเปญ “คลิกแจกใหญ่ ได้ไม่ต้องลุ้น” ซึ่งฮอนด้าสามารถสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง

.

ผลักดันยอดขายสะสมของรถจักรยานยนต์รุ่น “ฮอนด้า คลิก” ให้มุ่งทะยานทะลุสู่ 1,000,000 คันเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นรถแบบ เอ.ที. รุ่นแรกของประเทศไทยที่มียอดจำหน่ายสะสมสูงเกิน 1 ล้านคันในเวลาเพียงไม่ถึง 4 ปี และถือเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นที่ 4 ของฮอนด้าที่สามารถทำสถิติทุบยอด 1 ล้านคัน หลังจากรุ่น Dream, Wave และ Tena ที่ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้า”

.

ทั้งนี้ สำหรับตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปี คาดการณ์มีความคึกคักมากขึ้น ด้วยกระแสการเปิดตัวของรถจักรยานยนต์รุ่นที่ถูกกล่าวขานว่ามาแรงที่สุด “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” รถจักรยานยนต์เจ้าตำนานความสนุกจากประเทศญี่ปุ่น ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพียง 2 อาทิตย์กับยอดจองที่ทะลุไปกว่า 20,000 คัน

.

โดยเฉพาะฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ในซีรีย์เพรสทิส (Prestige) สีดำ-น้ำตาล รถสไตล์คลาสสิคสุดเท่ที่เป็นรุ่น และสีที่มียอดจองเข้ามามากที่สุด จากในอีก 6 สีตามแต่ละสไตล์ความสนุกมันส์ที่มีมาให้เลือกหลากหลายทั้ง ซีรีย์เพรสทิสอีกสีอย่าง ขาว-น้ำตาล, ซีรีย์ฟัน ในสีขาว-แดง ดำ-แดง และน้ำเงิน-ดำ, ซีรีย์คิวท์ ในสีชมพู-ขาว และเขียว-ขาว

.

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมหลากหลายที่ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมทั้งกิจกรรมเดินสายประชาสัมพันธ์เกาะกระแสหนังดังไปทั่วกรุงเทพในกิจกรรม “ขึ้นรถไฟฟ้าต่อฮอนด้า Scoopy i ส่งคนที่ใช่มาหานะเธอ” และแคมเปญประชาสัมพันธ์กระตุ้นตลาดในไตรมาสสุดท้าย ร่วมกับพันธมิตรค่ายใหญ่อย่างโค้ก ในแคมเปญ “ได้เวลาโค้กซ่า ได้เวลาฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ร่วมสนุกชิงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ 45 วัน 45 คัน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2552

.

พร้อมเตรียมสัมผัสกับอีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ของยนตรกรรมระดับเวิลด์คลาส สุดยอดนวัตกรรมของรถจักรยานยนต์ระดับโลกฝีมือคนไทย ที่ให้คนไทยได้สัมผัสเป็นประเทศแรกของโลกในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ กับรถจักรยานยนต์ “Honda PCX” และกิจกรรมการสื่อสารการตลาดอื่นๆ อีกมากมาย

.

ซึ่งฮอนด้าจะยังคงรุกเดินหน้านำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคให้ครบทุกเซ็กเมนต์ตลาด พร้อมทำหน้าที่ในฐานะผู้นำตลาด ขับเคลื่อนเทคโนโลยีและรูปแบบการขับขี่ที่ดีขึ้นเพื่อผู้บริโภคและโลกของเราต่อไป”

.

สำหรับรายละเอียดของยอดการจดทะเบียนในเดือนกันยายนปีนี้ ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์แบบครอบครัวได้รับความนิยมสุงสุดเช่นเคย ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนเดือนกันยายน 62,551 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 48% และหากดูจากยอดตัวเลขสะสมตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งถึงปัจจุบันแล้ว รถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวนี้ก็ยังคงเป็นรถยอดนิยมตลอดกาล ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนที่มากถึง 561,014 คันเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% ในขณะที่ค่ายฮอนด้าที่เป็นผู้นำตลาดนั้น มีอัตราครองตลาดในกลุ่มรถประเภทนี้ถึง 85% 

.

ส่วนรถประเภทอื่นๆ มีรายละเอียดยอดการจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกันยายน ดังนี้ คือ รถแบบ เอ.ที. มีปริมาณ 530,652 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 27,937 คัน สัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 8,723 คัน สัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 9,157 คัน สัดส่วนตลาด 1%

.

ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิต รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 749,203 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66%, ยามาฮ่า 319,914 คัน อัตราครองตลาด 28%, ซูซูกิ 47,751 คัน อัตราครองตลาด 4%, คาวาซากิ 10,406 คัน อัตราครองตลาด 1%, เจอาร์ดี 1,388 คัน, แพล็ตตินั่ม 802 คัน, ไทเกอร์ 718 คัน และอื่นๆ 7,819 คัน