เนื้อหาวันที่ : 2009-09-28 23:20:05 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1371 views

เครือข่ายค้านโรงไฟฟ้าไอพีพี จี้รัฐปล่อยตัว 3 แกนนำปิดถนนขวางโรงไฟฟ้าหนองแซง

เครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้า จี้นายกฯ และรมว.อุตสาหกรรม รับผิดชอบแก้ปัญหา หยุดละเมิดสิทธิประชาชน ร้องปล่อยตัว 3 แกนนำชาวบ้านที่ปิดถนนคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหนองแซง

เครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้า จี้นายกฯ และรมว.อุตสาหกรรม รับผิดชอบแก้ปัญหา หยุดละเมิดสิทธิประชาชน ร้องปล่อยตัว 3 แกนนำชาวบ้านที่ปิดถนนคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหนองแซง

.

.

26 ก.ย.52 เครือข่ายติดตามผลกระทบโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินตำบลเขาหินซ้อน (คตฟ.) ร่วมกับเครือข่ายพลังงานสีเขียวอำเภอสนามชัยเขต (คพข.) กลุ่มเกษตรอินทรีย์อำเภอสนามชัยเขต และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกจังหวัดฉะเชิงเทรา เผยแพร่แถลงการณ์คัดค้านโครงการรับซื้อไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และประชาชนชาวไทย เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดละเมิดสิทธิประชาชนในการชุมนุมอย่างสันติ หยุดการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม คืนอิสระภาพแก่แกนนำกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ อ.หนองแซง จ.สระบุรี และต้องรับผิดชอบยุติการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม สร้างกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมต่อประชาชน

.

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ย.52 ที่กลุ่มชาวบ้านหนองแซง อ.หนองกบ จ.สระบุรี รวมตัวกันปิดถนนพหลโยธิน ทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 99 ต.หนองนาก อ.หนองแค เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิต 1,600 เมกะวัตต์ ที่จะก่อสร้างในพื้นที่ ต.หนองแซง จ.สระบุรี ซึ่งโครงการดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะชำนาญการฯ และมีมติให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาโดย เนื่องจากหวั่นเกรงถึงผลกระทบที่จะเกิดต่อชุมชน

.

ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวประณามการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม คุกคามและลิดลอนสิทธิเสรีภาพของประชาชาชนในการชุมนุมเรียกร้องโดยสันติวิธี ด้วยการรออกหมายจับแกนนำและจับกุมแกนนำในการชุมนุม จำนวน 3 คน ไปกักขังโดยไม่ยินยอมให้ประกันตัว โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหา คืนอิสระภาพและความเป็นธรรมให้แก่แกนนำและกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าโดยเร่งด่วน

.

อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทบทวนและยุติโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี ที่เป็นการลงทุนเกินจริง โดยระบุว่าประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าเกินความต้องการถึง 39 เปอร์เซ็นต์ การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มสร้างภาระแก่ประชาชนที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพง โครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ก่อให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ สร้างมลพิษทำลายสภาพแวดล้อม ทำลายสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน

.

รัฐต้องทบทวนนโยบายพลังงานที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม หยุดโครงการพลังงานที่คุกคามพื้นที่เกษตรกรรม อันเป็นการทำลายความมั่นคงทางอาหารของชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติ มิฉะนั้นภาพการชุมนุมคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและขยายตัวออกไปไม่รู้จบ

.

"หยุดมองประชาชนเป็นศัตรู เคารพสิทธิของประชาชน ประชาชนต้องมีส่วนร่วม" แถลงการณ์ระบุ

.
ที่มา : เว็บไซต์ประชาไท