เนื้อหาวันที่ : 2009-09-16 09:59:22 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 950 views

ตลาดรถยนต์ยังทรุด 8 เดือนยอดขายหด 23.1%

โตโยต้า เผยยอดขายรถยนต์เดือน ส.ค. หด 8.2% รวม 8 เดือนลดลง 23.1% กระบะหนักสุด 12% ชี้เป็นผลกระทบจากภาคการลงทุนหดตัว ขณะที่รถยนต์นั่งสวนทางเริ่มส่อเค้าดีขึ้น

.

นายวุฒิกร    สุริยะฉันทนานนท์    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2552  ปริมาณการขาย 43,251 คัน ลดลง 8.2% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 17,790 คัน ลดลง 1.1%  รถเพื่อการพาณิชย์   25,461 คัน ลดลง 12.6% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 21,778 คัน ลดลง 12.0%

.

สถิติการขายสะสม 8 เดือนของปี 2552 มีปริมาณทั้งสิ้น 317,835 คัน ลดลง 23.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น รถยนต์นั่ง 131,379 คัน  ลดลง 11.0%  รถเพื่อการพาณิชย์ 186,456 คัน ลดลง 29.8% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนท์นี้จำนวน 161,729 คัน ลดลง 29.0%

.
ประเด็นสำคัญ 

1. ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม มีปริมาณการขาย 43,251 คัน ลดลง 8.2% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 นับจากต้นปีเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการหดตัวในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีอัตราการเติบโตลดลง 12.6% ในขณะที่ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มีอัตราการเติบโตลดลง 12.0% จากปีที่แล้ว และเมื่อเทียบกับปี 2550 ตลาดลดลงมากถึง 37%

.

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงได้รับผลกระทบจากการหดตัวของภาคการลงทุน ในขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งเริ่มมีทิศทางดีขึ้น จากอัตราการเติบโตที่ลดลงเล็กน้อย 1.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเติบโตประมาณ 19% เมื่อเทียบกับปี 2550

.
2. ตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือนมีปริมาณการขาย 317,835 คัน ลดลง 23.1%  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 11.0% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตลดลง 29.8% ทั้งนี้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องตลอด 3 เดือนล่าสุด มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเริ่มส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์โดยรวม  
.

แต่ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบ อาทิ มาตรการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของภาคการลงทุน หรือทิศทางราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายสะสม 8 เดือน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2550 เติบโตลดลงกว่า 35%

.

3. สำหรับตลาดรถยนต์เดือนกันยายน  คาดว่าจะมีปริมาณการขายทรงตัว  จากสถิติการขาย เดือนกันยายนจะมียอดขายน้อยเป็นอันดับ 5 ของปี ทั้งนี้ในเดือนกันยายนจะมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ที่อาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดรถยนต์ พร้อมมีการปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้ทันการส่งมอบ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น อาจส่งผลต่อตลาดรถยนต์โดยรวม 

.
ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนสิงหาคม  2552

1.)  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 43,251 คัน ลดลง 8.2%                              
          อันดับที่ 1 โตโยต้า     18,708 คัน         ลดลง      8.3%                     ส่วนแบ่งตลาด 43.3%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ         8,884 คัน           ลดลง     16.8%                    ส่วนแบ่งตลาด 20.5%
          อันดับที่ 3 ฮอนด้า       6,829 คัน          เพิ่มขึ้น    13.1%                    ส่วนแบ่งตลาด 15.8%

.

2.)  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 17,790 คัน ลดลง 1.1%                                
          อันดับที่ 1 โตโยต้า      8,502 คัน          ลดลง        3.9%                   ส่วนแบ่งตลาด 47.8%
          อันดับที่ 2 ฮอนด้า       6,366 คัน          เพิ่มขึ้น     15.8%                  ส่วนแบ่งตลาด 35.8%
          อันดับที่ 3 นิสสัน          838 คัน           เพิ่มขึ้น     21.1%                   ส่วนแบ่งตลาด   4.7%

.
3.)   ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย  21,778 คัน ลดลง 12.0%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า      9,246 คัน         ลดลง      11.3%                   ส่วนแบ่งตลาด 42.5%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ         8,206 คัน          ลดลง      18.7%                   ส่วนแบ่งตลาด 37.7%
          อันดับที่ 3 นิสสัน        1,508 คัน          เพิ่มขึ้น      1.8%                   ส่วนแบ่งตลาด  6.9%
.
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 2,027 คัน
โตโยต้า 1,124 คัน - อีซูซุ 436 คัน - มิตซูบิชิ 392 คัน - ฟอร์ด 75 คัน 
.
4.)  ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย  19,751 คัน ลดลง  15.5%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า       8,122 คัน          ลดลง     13.1%                   ส่วนแบ่งตลาด 41.1%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ          7,770 คัน           ลดลง     21.0%                   ส่วนแบ่งตลาด 39.3%
          อันดับที่ 3 นิสสัน         1,508 คัน           เพิ่มขึ้น     1.8%                   ส่วนแบ่งตลาด   7.6%
.

5.)  ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 25,461 คัน ลดลง 12.6%                    
          อันดับที่ 1 โตโยต้า      10,206 คัน         ลดลง     11.7%                   ส่วนแบ่งตลาด 40.1%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ          8,884 คัน           ลดลง      16.8%                  ส่วนแบ่งตลาด 34.9%
          อันดับที่ 3 นิสสัน         1,536 คัน          เพิ่มขึ้น     2.2%                    ส่วนแบ่งตลาด   6.0%

.
สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม - สิงหาคม 2552
1) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 317,835 คัน ลดลง 23.1%                              
          อันดับที่ 1 โตโยต้า     132,435 คัน         ลดลง    25.1%                   ส่วนแบ่งตลาด 41.7%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ         66,637 คัน          ลดลง    26.5%                    ส่วนแบ่งตลาด 21.0%
          อันดับที่ 3 ฮอนด้า       53,995 คัน         ลดลง     3.4%                     ส่วนแบ่งตลาด 17.0%
.
2) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 131,379 คัน ลดลง 11.0%                                
          อันดับที่ 1 โตโยต้า      57,587 คัน         ลดลง    20.5%                    ส่วนแบ่งตลาด 43.8%
          อันดับที่ 2 ฮอนด้า       50,961 คัน         เพิ่มขึ้น    3.6%                    ส่วนแบ่งตลาด 38.8%
          อันดับที่ 3 นิสสัน         5,274 คัน          เพิ่มขึ้น    7.3%                    ส่วนแบ่งตลาด 4.0%
.
3) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย  161,729 คัน ลดลง  29.0%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า      67,712 คัน          ลดลง    28.6%                    ส่วนแบ่งตลาด 41.9%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ          62,390 คัน          ลดลง    27.2%                    ส่วนแบ่งตลาด 38.6%
          อันดับที่ 3 นิสสัน         11,743 คัน          ลดลง    29.8%                    ส่วนแบ่งตลาด  7.3%
.
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 15,948คัน
โตโยต้า 9,221 คัน - อีซูซุ 3,243 คัน - มิตซูบิชิ 3,144 คัน - ฟอร์ด 340 คัน
.
4) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 145,781 คัน ลดลง 32.0%
          อันดับที่ 1 อีซูซุ         59,147 คัน          ลดลง    27.4%                    ส่วนแบ่งตลาด 40.6%
          อันดับที่ 2 โตโยต้า     58,491 คัน          ลดลง    31.9%                    ส่วนแบ่งตลาด 40.1%
          อันดับที่ 3 นิสสัน        11,743 คัน          ลดลง    29.8%                    ส่วนแบ่งตลาด  8.1%
.
5) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 186,456 คัน ลดลง 29.8%                    
          อันดับที่ 1 โตโยต้า      74,848 คัน         ลดลง    28.3%                    ส่วนแบ่งตลาด 40.1%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ          66,637 คัน          ลดลง    26.5%                   ส่วนแบ่งตลาด 35.7%
          อันดับที่ 3 นิสสัน        11,966 คัน          ลดลง    30.5%                    ส่วนแบ่งตลาด  6.4%