เนื้อหาวันที่ : 2006-12-01 11:05:43 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2686 views

พลวัตร มุงมั่นสู่ผู้นำตลาดอุตสาหกรรมอุปกรณ์ส่งกำลัง

หนึ่งในบริษัทผู้นำตลาดสินค้าอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานสูง

                                          

คุณจงเกียรติ อนันตอัมพร

Managing Director

บริษัท พลวัตร จำกัด

.

บริษัท พลวัตร จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้นำตลาดสินค้าอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้งานสูง อาทิเช่น อุปกรณ์ส่งกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์เกียร์ เกียร์ไดรฟ์ เซอร์โวไดรฟ์ อินเวอร์เตอร์ Motion Control และ Linear Motion System เป็นต้น พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ด้วยทีมงานและประสบการณ์ความเชี่ยวชาญตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี จึงทำให้วันนี้ของพลวัตร ยังคงยืนหยัดและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดสินค้าอุตสาหกรรม

.

จากความสำเร็จดังกล่าวจะนำพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ คุณจงเกียรติ อนันตอัมพร กรรมการบริหาร บริษัท พลวัตร จำกัด ซึ่งได้ให้เกียรติมาพูดคุยกันถึงความเป็นมาของบริษัท ฯ วิสัยทัศน์ทางด้านการดำเนินงานและการเติบโตของสินค้าอุตสาหกรรม แนวโน้มความต้องการทางด้านการตลาด รวมถึงทิศทางธุรกิจในอนาคตของบริษัท พลวัตร จำกัด

.

ITR : จุดเริ่มต้นของพลวัตร มีความเป็นมาอย่างไร ?

คุณจงเกียรติ : พลวัตร เริ่มก่อตั้งมาเมื่อประมาณปี พ.. 2533 เราเป็นบริษัทเล็ก ๆ เริ่มต้นด้วยคนเพียงไม่กี่คน แรกเริ่มเราทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งกำลังเครื่องจักร ซึ่งเราก็ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน มีการเติบ โต และขยายกิจการมาเป็นลำดับ แล้วก็ยังอยู่ในธุรกิจเดิม โดยเราเน้นในเรื่องของการที่ไม่ขยายธุรกิจไปนอกไลน์ที่เราไม่เชี่ยวชาญ เราพยายามที่จะลงลึกมากกว่าที่จะขยายสู่ด้านกว้าง ปัจจุบันนี้เราก็มีสินค้าอยู่ในกลุ่มอุปกรณ์ส่งกำลัง ธุรกิจหลักจะเป็นตัวแทนจำหน่าย แต่เรามีสินค้าบางส่วนที่เราทำตลาดภายใต้แบรนด์เนมของเราเองอย่างเช่น PalaDrive ในส่วนของโรงงานเราก็มีการประกอบอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ไม่ได้ผลิตเต็มรูปแบบ สินค้าที่เราสั่งมาอาจจะอยู่ในรูปของชิ้นส่วน หรือกึ่ง ๆ สำเร็จรูป

.

เนื่องจากว่าอุปกรณ์ส่งกำลังจะมีความหลากหลายมาก เราไม่สามารถจะเก็บสต็อกสินค้าสำเร็จรูปไว้ได้ทุกอย่างเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งถ้าสต็อกจะใหญ่มาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำก็คือ เราเก็บสต็อกในรูปของชิ้นส่วนที่เป็น KIT หรือชิ้นส่วนที่อาจจะมีการประกอบมานิดหน่อย เมื่อลูกค้าสั่งสินค้า เราก็จะนำชิ้นส่วนเหล่านั้นมาประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปอีกที ซึ่งบางครั้งความต้องการของลูกค้าก็มีความหลากหลาย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อลูกค้าด้วยสินค้าที่เป็นรุ่นมาตรฐานที่มีอยู่ในแคตาลอก เราจึงจำเป็นจะต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น ลูกค้าต้องการมอเตอร์พิเศษที่อาจจะมีอุปกรณ์เพิ่มเติม อาจจะติดเบรก ติดเอ็นโค้ดเดอร์ ติดฟอสแฟน มอเตอร์เกียร์รุ่นพิเศษ ความเร็วรอบพิเศษ ตำแหน่งการติดตั้งแบบพิเศษ เป็นต้น

.

ITR : ผลิตภัณฑ์ของพลวัตรมีอะไรบ้าง ?

คุณจงเกียรติ : ผลิตภัณฑ์ของเราก็จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มที่ 1 ก็จะเรียกว่าเป็นกลุ่ม Standard Power Transmission Products ซึ่งก็มีตั้งแต่มอเตอร์ไฟฟ้า เกียร์ทดชนิดต่าง ๆ เกียร์มอเตอร์ คับปลิ้ง พูลเลย์ ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะถือว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์มาตรฐาน กลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่าเป็นกลุ่ม Engineer Power Transmission Products กลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่คล้าย ๆ กลุ่มแรก แต่ว่ามีลักษณะพิเศษคือมีลักษณะเฉพาะส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะต้องสั่งเป็นพิเศษจากโรงงานต่างประเทศ ซึ่งเราเป็นตัวแทนเลย หรือสั่งพิเศษในลักษณะที่ว่าเรานำเอาสินค้ารุ่นมาตรฐานในกลุ่มแรกมาดัดแปลง มาออกแบบใหม่ เป็นโซลูชั่นพิเศษเพื่อให้เหมาะกับงานของลูกค้า เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็จะถือว่าเป็นกลุ่ม Engineer Products กลุ่มที่ 3 ก็จะเป็นกลุ่มที่ไปทางด้าน Automation ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ก็จะเป็นจำพวกไดรฟ์, AC Inverter, Motion Control, Servo Drive, Linear Motion เป็นต้น

.

ITR : ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมามีจุดแข็งอย่างไรบ้าง ?

คุณจงเกียรติ : จุดแข็งของผลิตภัณฑ์ ประการแรกคือเรามี Products Range ที่ค่อนข้างจะกว้าง สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย นอกจากจะกว้างแล้วยังมีในเชิงลึกด้วย คือผลิตภัณฑ์แต่ละตัวก็จะมี Version มีรุ่นพิเศษต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้า ประการที่สองก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่เราคัดสรรมาเราจะเลือกเน้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้วก็มีดีไซน์ เช่นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลุ่ม Standard Products เราจะเน้นที่เป็น Modular Design คือสามารถนำมาประกอบและต่อกันได้ง่าย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าในระยะยาว ผลิตภัณฑ์บางตัวของเราเมื่อเปรียบเทียบราคาแล้วบางตัวเราอาจจะสูงกว่าคู่แข่งอยู่บ้างเพราะว่าดีไซน์ของเราแตกต่าง อย่างตัวอย่างเช่น เราจะเห็นว่าเกียร์มอเตอร์ในตลาดส่วนใหญ่ จะเป็นเกียร์มอเตอร์ที่ทำขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ตัวมอเตอร์กับตัวเกียร์มาจากแหล่งเดียวกันเมื่อลูกค้าซื้อไปใช้งานแล้วเกิดปัญหาขึ้นมากับตัวมอเตอร์ไฟฟ้า เช่น มอเตอร์ไหม้ ซึ่งเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของเกียร์มอเตอร์ ลูกค้าจะต้องย้อนกลับไปหาผู้ขายเจ้าเดิม

.

.

เพราะว่ามอเตอร์ตัวนั้นมาจากเขาโดยเฉพาะ ไม่สามารถที่จะจัดหามอเตอร์ตัวอื่นในตลาดได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเจอปัญหาว่า อาจจะไม่มีอะไหล่บ้าง หรืออาจจะพบว่า ต้องซื้อในราคาแพงบ้าง เพราะว่าไม่มีทางเลือก แต่ว่าผลิตภัณฑ์ของพลวัตรที่เราเลือกสรรมาทั้งหมดของเราจะเป็นเกียร์มอเตอร์ที่เป็น Modular Design คือสามารถใช้กับมอเตอร์มาตรฐานในตลาดได้ เพราะฉะนั้นลูกค้าก็จะมีอิสระในการเลือก ถึงเวลาที่มอเตอร์มีปัญหาขึ้นมาก็สามารถหาเปลี่ยนได้ง่าย บางครั้งอาจจะมีมอเตอร์เก่าสต็อกอยู่ในโรงงานเอไว้ใช้แทนได้เลย หรือว่าต้องการที่จะเปลี่ยนมอเตอร์โดยตัวเกียร์ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ หรือต้องการเปลี่ยนจากมอเตอร์ธรรมดาเป็นมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงหรือมอเตอร์กันระเบิด ก็ทำได้เลย เพราะว่าตัวเกียร์มันออกแบบเอาไว้รองรับมอเตอร์รุ่นมาตรฐานอยู่แล้ว

.

นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของเราก็ยังเน้นแนวคิดแบบเดียวกันนี้ เช่นเราขายพูลเลย์ ขายคัปปลิ้งต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์ของเราจะเน้นไปที่การใช้ Bushing หรือว่า Shaft Locking Device แทนที่จะเน้นไปที่เรื่องของรุ่นที่ต้องไปคว้านรู ทำร่องลิ่มเพื่อให้พอดีกับขนาดเพลาที่ลูกค้าต้องการเราจะใช้ระบบ Taper Bush ซึ่งลูกค้าซื้อไปแล้วสามารถนำไปติดตั้งกับเครื่องจักรได้ทันที เรามีขนาดของ Bush ต่าง ๆ ที่หลากหลายตามขนาดเพลาเครื่องจักรลูกค้า ซื้อไปแล้วติดตั้งได้ทันที ราคาอาจจะแพงกว่าแบบเดิมที่ลูกค้าใช้อยู่ แต่ว่าลูกค้าจะประหยัดในเรื่องของราคา แล้วก็บางทีซื้อเป็นแบบเดิมไปจ้างคว้านรูที่เรียกว่า Re-boring บางครั้งทำแล้วอาจจะไม่ได้มาตรฐานเสียหายก็เสียของตัวนั้นไปเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อาจจะแพงในแง่ของตัวสินค้า แต่ว่าจะประหยัดในเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เท่านั้นยังไม่พอ

.

ในอนาคตหากจะต้องมีการซ่อมบำรุงรักษา สินค้าอุปกรณ์ที่เราใช้ระบบ Bushing ไม่ว่าจะเป็น Taper Bush สามารถที่จะถอดออกจากเพลาของเครื่องจักรได้ง่ายมาก เพียงแค่ขันน๊อตเพียงไม่กี่ตัวก็ถอดออกมาได้แล้ว เพราะฉะนั้นลูกค้าสามารถซ่อมบำรุงเครื่องจักรของเขาได้โดยง่าย ก็เป็นการประหยัดเวลา อันนี้ก็จะเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเราในกลุ่มผลิตภัณฑ์มาตรฐาน ส่วนข้อได้เปรียบของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่เป็น Engineer Products คือเรามีผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เหมาะกับการใช้งานที่ค่อนข้างพิเศษ นำมาประยุกต์ใช้ในงานที่พิเศษสูง เช่น ต้องการความเร็วรอบและแรงบิดที่สูงกว่าปกติ เราก็มีโซลูชันที่ค่อนข้างจะลึกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

.

ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่เป็น Automation Products เราก็จะเน้นในเรื่องของการขายที่เป็น System เพราะฉะนั้นเราจะเน้นให้บริการลูกค้าในลักษณะที่เป็น Total Solution โดยลูกค้าให้โจทย์กับเรามา เราคิดโซลูชั่นให้กับลูกค้า อันนี้ก็จะเป็นจุดเด่นของเรา ส่วนการบริการหลังการขาย เราก็จะมีทีมบริการหลังการขายที่เป็นทีมงานเฉพาะ เพราะฉะนั้น ผลิตภัณฑ์ทุกประเภทที่เราขายไปเรามีการบริการหลังการขายให้ ในบางผลิตภัณฑ์บางประเภทที่พิเศษจริง ๆ โดยต้องสั่งทำจากเมืองนอกที่ใหญ่มาก ๆ ซึ่งต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ เราก็มีการทำข้อตกลงตามความต้องการของลูกค้า เช่น เป็นการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาปรับปรุงแก้ไขหรือทำการซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลาตามที่ลูกค้าต้องการ เหล่านี้เป็นต้น

.

ITR : แนวโน้มความต้องการของตลาดและอุตสาหกรรมเป็นไปในทิศทางใด ?

คุณจงเกียรติ : ผมคิดว่าแนวโน้มความต้องการทางด้านตลาดที่มีต่อผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ อย่างเช่นกลุ่มสินค้ามาตรฐาน เดี๋ยวนี้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น แนวโน้มลูกค้าก็คงจะเน้นที่เรื่องของความสะดวก เรื่องของข้อมูลผลิตภัณฑ์ แล้วก็เรื่องของบริการในระยะยาว ซึ่งเราก็พยายามพัฒนาไปในทิศทางนั้น ส่วนในเรื่องของกลุ่มสินค้าที่เป็น Engineer Products ลูกค้าก็คงต้องการเน้นในเรื่องของการได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าจริง ๆ ซึ่งในอดีตลูกค้าจะมีข้อจำกัดในเรื่องนี้เพราะว่าในประเทศไทยจะหาคนที่มีความสามารถในกลุ่มนี้ได้ค่อนข้างน้อย ลูกค้าก็จะหาทางเลี่ยงด้วยการแก้ไขดัดแปลงผลิตภัณฑ์แทน ซึ่งอาจจะได้ไม่ตรงกับความต้องการ สำหรับในกลุ่มสุดท้ายที่เป็นกลุ่มสินค้าประเภท Automation แนวโน้มความต้องการก็จะเป็นโซลูชั่นสำเร็จรูป ซึ่งเราจะพยายามตอบสนองความต้องการไปในทิศทางนั้นเช่นกัน

.

ITR : อุตสาหกรรมใดบ้างที่พลวัตรวางแผนว่าจะสามารถเติบโตได้อีกในอนาคตอันใกล้ ?

คุณจงเกียรติ : ผมคิดว่ามีอุตสาหกรรมอีกหลายประเภท อย่างเช่นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารก็เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคต เพราะประเทศไทยเราเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ก็คงจะไปได้อีกไกลทั้งผู้ผลิตรถยนต์แล้วก็ผู้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ รวมถึงอุตสาหกรรมที่สนับสนุนอุตสาหกรรมด้านยานยนต์ หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก เช่น อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ส่วนกลุ่มลูกค้าของเรานั้นจะมีค่อนข้างหลากหลายเพราะว่าเราเปิดบริษัทมาปัจจุบันนี้ก็ 16 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นฐานลูกค้าก็ค่อนข้างจะกว้าง กลุ่มต่าง ๆ ที่ผมพูดถึงมาแล้วก็มีลูกค้าอยู่ทั้งนั้น เนื่องจากว่าอุปกรณ์ส่งกำลังของเรามีใช้อยู่ในทุกอุตสาหกรรม เพียงแต่ว่าจะใช้อยู่ในลักษณะไหนแค่นั้นเอง

.

ITR : บริษัทมีแผนการดำเนินงานด้านการตลาดอย่างไรบ้าง ?

คุณจงเกียรติ : ในเรื่องของการตลาด ทิศทางเราก็คงเน้นไปในเรื่องการใกล้ชิดกับลูกค้าให้มากขึ้น ซึ่งคำว่าใกล้ชิดให้มากขึ้น ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การส่งเซลล์ไปพบกับลูกค้าบ่อยขึ้น แต่จะครอบคลุมถึงในเรื่องของการพัฒนาและปรับปรุงระบบงานต่าง ๆ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น เข้าใจลูกค้ากว้างขึ้น รวมถึงการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากว่าฐานลูกค้าของเราจะค่อนข้างกว้าง เพราะฉะนั้น โจทย์ที่สำคัญก็คือว่าทำอย่างไรที่เราจะรู้จักลูกค้าที่สำคัญ ๆ ของเราได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน คือไม่ใช่รู้แต่เพียงว่าลูกค้าซื้อสินค้าอะไรจากเรา แต่ต้องรู้ถึงขั้นว่าลูกค้านำไปใช้อย่างไร มีปัญหาอย่างไร หรือว่าลูกค้านั้นใช้สินค้าของบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งเทียบกับของเรามีอัตราส่วนมากน้อยแค่ไหน เราจะมีส่วนร่วมอย่างไรกับลูกค้า เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว จะมีส่วนช่วยลูกค้าอย่างไรที่จะทำให้ลูกค้าใช้อุปกรณ์ของเราแล้วเกิดประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะเน้นไปในแนวทางนั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของบุคลากรและระบบงาน CRM ที่เราใช้อยู่ กำลังพัฒนาให้มีความสามารถที่จะเก็บข้อมูลเหล่านี้และนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์กับลูกค้าในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดีขึ้นต่อไป

.

ITR : แนวโน้มทิศทางธุรกิจของบริษัทและความสามารถในการการแข่งขันในตลาดโดยรวม

คุณจงเกียรติ : แนวโน้มของเราก็คงจะยังอยู่ในธุรกิจนี้ คือเราไม่พยายามที่จะแตกสาขาไปยังธุรกิจอื่นมากมาย แต่ว่าจะพยายามลงลึกมากกว่า ส่วนในเรื่องของความสามารถการแข่งขันนั้น เราไม่ได้เป็นกังวลมากนัก เพราะว่าเรามองเห็นถึงแนวทางที่จะทำอย่างไรให้เราสามารถยืนอยู่ในธุรกิจนี้ได้ ผมคิดว่ามันมีอยู่ทางเดียวเท่านั้นที่เราจะยืนอยู่บนธุรกิจใด ๆ ได้นั่นก็คือ เราต้องมีการพัฒนาตัวเอง ซึ่งตัวอย่างที่ผมคุยไปแล้วก็คือ อย่างเช่นว่าเรากำลังทำ ISO9000 เพื่อที่จะยกระดับคุณภาพของเรา ซึ่งคุณภาพในที่นี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในเรื่องของคุณภาพของสินค้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงคุณภาพของการบริการ และการตอบสนองความพึงพอใจลูกค้า

.

นอกเหนือจากนั้นก็คือ การที่เรากำลังพัฒนาระบบความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ตัวซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ แต่หมายถึงกระบวนการทำงานทั้งหมดซึ่งส่วน หนึ่ง ก็จะถูกพัฒนาผ่านทางกระบวนการทำ ISO9000 และการนำมาใช้ อีกส่วน หนึ่ง ก็มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มีการถกเถียงกันในเรื่องของแนวคิดต่าง ๆ ในการที่จะบริหารความคิดของลูกค้า เพื่อที่จะเรากับลูกค้าสามารถที่จะอยู่ด้วยกันในระยะยาวได้ในลักษณะที่เป็นคู่ค้ากัน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่ว่าลูกค้าจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงในการที่จะมาเป็นคู่ค้ากับเรา มาใช้สินค้าและบริการจากเรา โดยผมคิดว่าถ้าหากเราสามารถที่จะทำตรงนั้นได้ก็ถือว่าเป็นการพัฒนาตนเอง เราก็จะไม่ห่วงในเรื่องของการแข่งขันมากนัก

.

ITR : อยากให้ฝากแนวคิดที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่อ่านหนังสือของเรา

คุณจงเกียรติ : ผมคิดว่าผู้อ่านวารสารก็คงจะมองหาถึงทางเลือกใหม่ ๆ มองหาถึงเทคนิคใหม่ ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการนำอุปกรณ์ส่งกำลัง ระบบควบคุมไปใช้งาน ซึ่งการมองหาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวนั้นปัจจุบันอาจจะยังไม่เพียงพอ จะต้องมองหาคู่ค้าที่จะเป็นคู่ค้าต่อกันในระยะยาวด้วย เพราะว่าตัวผลิตภัณฑ์นั้น บางครั้งนำไปใช้เพียงลำพัง แต่หากขาดการบริการที่ดี ขาดความต่อเนื่อง ผู้ใช้ก็อาจจะประสบกับปัญหาได้ เนื่องจากพลวัตรของเราอยู่ในธุรกิจที่เป็นสินค้าคงทน เราควรจะต้องอยู่กับลูกค้านาน ๆ เพราะฉะนั้นเราจะเน้นที่ความต่อเนื่องเป็นหลัก ส่วนในเรื่องของการออกแบบก็จะเน้นให้มีการสนับสนุนเพื่อการใช้งานให้มีความต่อเนื่องและมีความยั่งยืน มีปัญหาน้อยที่สุด ติดตั้งและดูแลง่าย แล้วก็จัดการได้สะดวก ซึ่งนี่เป็นจุดยืนของเราที่เรายึดมั่นมาตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา

.

จากที่กล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ บริษัท พลวัตร จำกัด ที่มีต่อตลาดสินค้าอุตสาหกรรมประเภทอุปกรณ์ส่งกำลัง ภายใต้การดำเนินงานที่มุ่งมั่นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ผนวกกับศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิผลการใช้อย่างสูงสุด คงจะเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้วันนี้ของพลวัตร สามารถที่จะแข่งขันได้ในตลาดอุตสาหกรรมโดยรวม และก้าวสู่ผู้นำสินค้าอุตสาหกรรมประเภทนี้ได้ต่อไป