เนื้อหาวันที่ : 2009-09-04 14:38:12 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2126 views

บีเอ็มดับเบิลยูประกาศขึ้นแท่นผู้นำรถหรู

เอ็มดับเบิลยู พร้อมขึ้นเบอร์หนึ่ง ในตลาดรถพรีเมียม หลังปรับแผนตลาดใหม่ เดินหน้าจัดระเบียบไลน์สินค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมเปิดตัว 730Ld

.

นายมิคาเอล คอร์ดิส ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า บีเอ็มดับเบิลยู วางเป้าหมายเพื่อเตรียมการเติบโตเป็นผู้นำในตลาดรถพรีเมียม โดยได้จัดเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการปรับรายละเอียดทั้งในด้านสมรรถนะและราคาจำหน่ายใหม่ แม้ว่าตลาดพรีเมียมซึ่งมีความต้องการรวมของลูกค้า จะยังอยู่ในภาวะชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ

.

"การที่บีเอ็มดับเบิลยู จะมียอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นได้ในภาวะที่ตลาดยังไม่เติบโตเช่นนี้ ก็มีทางเดียว คือ การชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง" นายคอร์ดิสกล่าว

.

สำหรับแผนดำเนินของบีเอ็มดับเบิลยู ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถพรีเมียม อาจจะยังไม่สามารถกำหนดได้ในเรื่องระยะเวลาที่แน่นอนว่าจะเป็นเมื่อไร แต่เชื่อว่าจากการเตรียมความพร้อมในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ จะทำให้เป้าหมายของบีเอ็มดับเบิลยูเป็นไปได้ในอนาคตอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าตลาดพรีเมียมนั้น ระยะเวลาในการเปลี่ยนรถค่อนข้างนาน คือ 3-5 ปี

.

"การประกาศความพร้อมในวันนี้ อาจจะยังไม่เห็นผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เรารู้จุดหมายที่เรามุ่งไป" นายคอร์ดิสกล่าว

.

ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูเป็นคู่แข่งสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีภาพพจน์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งในตลาดพรีเมียม และเป็นที่ยอมรับในวงกว้างจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และถือเป็นโจทย์สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู หากต้องการที่จะก้าวขึ้นนำเมอร์เซเดส-เบนซ์

.

นายคอร์ดิส กล่าวว่า ความเชื่อมั่นในแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู เห็นด้วยว่าการรับรู้ในแบรนด์ของบีเอ็มดับเบิลยูในมุมมองผู้บริโภค อาจจะรู้สึกว่าด้อยกว่า แต่สิ่งที่บริษัทกำลังดำเนินการในวันนี้ ก็คือ การสื่อสารออกไปให้ตลาดรับรู้ว่า บีเอ็มดับเบิลยู มีความพร้อม

.

อย่างไรก็ตาม จะต้องยอมรับว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้ในข้ามคืน กิจกรรมต่างๆ ที่จะดำเนินการ อาทิเช่น โครงการล่าสุดของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คือ การเตรียมจัดงานบีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์โป (BMW Xpo 2009) ระหว่างวันที่ 10-13 ก.ย.นี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งในงานนี้ ทางบีเอ็มดับเบิลยู จะจัดแสดงรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่างๆ ครบทุกรุ่น และที่สำคัญ ก็คือ การเปิดตัวรถรุ่น 730Ld หรือรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล เป็นครั้งแรกสำหรับซีรีส์ 7 ในไทย โดยมีราคาจำหน่าย 7.599 ล้านบาท

.

การเปิดตัวซีรีส์ 730Ld เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสำหรับเทคโนโลยีดีเซลระดับพรีเมียมอีกด้วย ซึ่งในวันนี้ถือว่าบีเอ็มดับเบิลยูเป็นผู้นำตลาดนี้อยู่ เนื่องจากมีรถเครื่องยนต์ดีเซลครบทุกเซ็กเมนท์ออกจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ 1 ซีรีส์ 3 ซีรีส์ 5 ซีรีส์ 7 เอ็กซ์ 3 และเอ็กซ์ 5

.

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 ใหม่นี้ ถือเป็นรถธงเพื่อทำการแข่งขันกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส ผู้นำตลาดรถซูเปอร์ ซาลูน ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน โดยบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 ใหม่ ได้เสนอสเปคที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งด้านสมรรถนะ ความประหยัด รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ อาทิเช่น การติดตั้งระบบช่วยมองเห็นกลางคืน (Night Vision) ติดตั้งระบบ Dynamic Damping Control ระบบ กล้อง ทั้งด้านหลังเพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยขณะถอยรถ และกล้องด้านข้างที่ติดตั้งอยู่บนกันชนหน้า เพื่อช่วยเพิ่มทัศนวิสัยโดยเฉพาะกรณีที่เลี้ยวออกจากซอย เป็นต้น

.

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางด้านการแข่งขัน บีเอ็มดับเบิลยูได้ติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม ในรถทุกซีรีส์ และมีการผลิตรถยนต์เฉพาะตลาด อาทิเช่น ซีรีส์ 5 สำหรับทำตลาดรถฟลีท เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นการวางตลาดที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

.

นายคอร์ดิส กล่าวถึง ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ ว่า มีสัญญาณที่ดี ธุรกิจสามารถรับรู้ถึงเป็นสัญญาณบวกได้ และใน 4 เดือนที่เหลือ หวังว่าแนวโน้มของสัญญาณนี้ คงจะเป็นแนวโน้มเช่นเดิม ส่วนปัจจัยที่สำคัญที่เป็นตัวแปร คือ ความมีเสถียรภาพของการเมือง ซึ่งในอนาคตจะเป็นอย่างไรไม่มีใครตอบได้

.

สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์หรูหราในปีนี้ คาดว่ายอดขายรวมจะมียอดขายทุกยี่ห้อมากกว่า 7,000 คัน ขณะที่ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดรถยนต์หรูหราหดตัวไปประมาณ 3%

.

ทั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ว่า จะรักษาตำแหน่งการเป็นผู้นำในตลาดเอาไว้ได้ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 50% และในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ผู้นำตลาดมียอดจำหน่ายในตลาดรถยนต์นั่งได้ทั้ง 2,430 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโต 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว และมีส่วนแบ่งการตลาด 58.2%

.

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมแผนสำหรับการแนะนำรถยนต์รุ่นอี-คลาส โฉมใหม่ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน รถในตระกูล อี-คลาส เป็นตลาดที่มียอดขายสูงสุดในตลาดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งตลาดต่างจับตาว่าค่ายรถตราดาวจะวางราคาจำหน่ายไว้อย่างไร ในขณะที่เป้าหมายของบีเอ็มดับเบิลยู ในปีนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 30%

.

เป็นที่สังเกตว่าขณะนี้ตลาดรถพรีเมียม มีการปรับตัวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการนำเสนอเทคโนโลยีและรถรุ่นใหม่ ในราคาที่ไม่เพิ่มขึ้น อาทิเช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี คลาส ซีดีไอใหม่ ตั้งราคาไว้ 2.8 ล้านบาท เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็นจีที มีการทบทวนราคาใหม่ เมื่อเดือน มี.ค. โดยการลดลงคันละ 7 แสนบาท หรือรถออดี้รุ่นคิว 5 ใหม่ ราคา 3.49 ล้านบาทเท่านั้น

.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์