เนื้อหาวันที่ : 2006-11-20 11:53:34 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 822 views

ก.อุตสาหกรรม วอนธุรกิจเอสเอ็มอีรวมตัวเป็นคลัสเตอร์

กระทรวงอุตสาหกรรมอยากเห็นเอสเอ็มอีไทยเสริมความเข้มแข็งและมีศักยภาพการแข่งขันด้วยการรวมกันเป็นคลัสเตอร์ ขณะที่ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอี โดยในปี 2550 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 60,000 ล้านบาท

สำนักข่าวไทยรายงานกระทรวงอุตสาหกรรมอยากเห็นเอสเอ็มอีไทยเสริมความเข้มแข็งและมีศักยภาพการแข่งขันด้วยการรวมกันเป็นคลัสเตอร์ ขณะที่ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าสนับสนุนเอสเอ็มอี โดยในปี 2550 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 60,000 ล้านบาท ด้าน อภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์ ยืนยันนโยบายสินเชื่อธนาคารสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ล่าสุดมีการมอบ 11 รางวัลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีดีเด่น

 .

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานมอบรางวัล SMEs KTB AWARD ให้ลูกค้าเอสเอ็มอีของลูกค้าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยระบุว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย  เนื่องจากมีผู้ประกอบการนับล้านราย  ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ  เพื่อให้มีความร่วมมือ เนื่องจากเอสเอ็มอีจะต้องเผชิญกับบรรยากาศที่ท้าทายความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขัน

 .

ซึ่งขณะนี้ตนเชื่อว่าเอสเอ็มอีของไทยทุกกลุ่มสามารถแข่งขันได้ แต่อาจจะแข่งไม่ได้ทุกบริษัท ซึ่งขณะนี้รัฐบาลต้องประสานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอี โดยเฉพาะการเพิ่มความรู้ ขณะที่เอสเอ็มอีใดที่อ่อนแอก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะแข่งขันลำบาก อย่างไรก็ตาม ตนอยากเห็นเอสเอ็มอีรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ แต่จะต้องเกิดขึ้นโดยภาคเอกชนมีความคิดเห็นคล้ายกันไม่ใช่สั่งให้เกิดขึ้น

 .

นายอภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงการจัดงานมอบรางวัลให้ลูกค้าเอสเอ็มอี ทั้งภาคการผลิต การค้า และการบริการว่า  เพื่อเป็นการให้กำลังใจและให้รางวัลกับลูกค้าของธนาคารที่มีผลประกอบการดีและมีการบริหารงานที่โปร่งใส ทั้งนี้ ธนาคารยังคงเดินหน้าขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีต่อไป โดยปัจจุบันลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 30 ของลูกค้าทั้งหมด และในปี 2550 ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อจำนวน 60,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 6 ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศเชื่อว่าจะเติบโตร้อยละ 4.5-5  

 .

ยืนยันนโยบายสินเชื่อของธนาคารสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นเศรษฐกิจพอเพียงเหมาะสมอยู่แล้ว  จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายแต่อย่างใด โดยสินเชื่อปีหน้าจะกระจายไปยังลูกค้าเอสเอ็มอี  ลูกค้าขนาดใหญ่และโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล  นายอภิศักดิ์  กล่าว 

 .

นายอภิศักดิ์  กล่าวว่า  ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยปีหน้าจะไม่ปรับขึ้น โดยครึ่งปีแรกจะทรงตัวและลดลงในครึ่งปีหลัง  ประมาณร้อยละ 0.25-5 และเชื่อว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะดีกว่าปีนี้  เนื่องจากรัฐบาลมีเสถียรภาพและประชาชนมีความมั่นใจดีขึ้น ราคาน้ำมันไม่ปรับขึ้น 

 .

นายวันชัย ธนิตติราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่อเอสเอ็มอี  250,000 ล้านบาท มีจำนวนลูกค้าประมาณ 50,000 ราย ซึ่งธนาคารมีศูนย์ให้ความช่วยเหลือทั้งให้คำปรึกษา การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิต การให้บริการทางการเงิน โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ใช้แรงงานท้องถิ่นผลิตสินค้ามีมูลค่าเพิ่มและสามารถส่งออกได้ โดยปีที่ผ่านมาได้ปล่อยสินเชื่อไปสำหรับเอสเอ็มอี 20,000  ล้านบาท มีอัตราการเติบโตร้อยละ 5 และคาดว่าปีหน้าจะปล่อยสินเชื่อประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยเน้นผู้ประกอบการที่สามารถส่งออกได้ด้วย ส่วนปีนี้ที่เกิดปัญหาน้ำท่วม ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อลูกค้าเอสเอ็มอี ซึ่งธนาคารก็มีมาตรการช่วยเหลือ โดยขอให้มาเจรจาเป็นราย ๆ ซึ่งที่มีปัญหาหนักมีไม่มากนัก

 .

สำหรับรางวัลที่ได้มีการมอบผู้ประกอบการวันนี้มี 11 รางวัล ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตการค้าและการบริการโดยที่ได้รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านการผลิต ได้แก่  บริษัท ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าไทยอมรฟู้ด จำกัด บริษัท เค.เอ็น.พี.1994 จำกัด บริษัทที่ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านการค้า ได้แก่ บริษัท อินเตอร์โฮมแคร์ และบริษัท โฮมเมนู จำกัด ส่วนที่ได้รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านการบริการ ได้แก่  บริษัท นามยง เทอร์มินอล จำกัด บริษัท เด็นทอล คาเฟ่ พัทยา จำกัด.