เนื้อหาวันที่ : 2009-07-28 10:20:36 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2025 views

โตโยต้าทุบราคาคัมรี่ไฮบริด ตั้งเป้า4พันคันภายในสิ้นปีนี้

"โตโยต้า" เขย่าตลาดรถ เคาะราคาคัมรี่ ไฮบริดใหม่ เริ่มต้นที่ 1.599 ล้านบาท ตอบสนองกระแสความต้องการยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

.

วานนี้ (27 ก.ค.) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ไฮบริด รุ่นประกอบภายในประเทศและเป็นครั้งแรกในเอเชีย พร้อมทั้งเปิดตัวคัมรี่ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ เพื่อรุกตลาดรถยนต์ขนาดกลาง และตอบสนองลูกค้าที่ต้องการเทคโนโลยีทันสมัยประหยัดพลังงานและกระแสความต้องการยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโตโยต้าจัดกิจกรรมกระตุ้นการจำหน่ายคัมรี่ ไฮบริด ในวันที่ 7-9 ส.ค.นี้ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 310 แห่งทั่วประเทศด้วย

.

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่ผลิตรถยนต์คัมรี่ ไฮบริด (Camry Hybrid) ในทวีปเอเชีย นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น

.

รถยนต์คัมรี่ ไฮบริด เป็นรถยนต์ซีดานขนาดกลาง ที่ใช้เทคโนโลยีลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ที่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงระดับ 30% ที่ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยระดับสูงที่พบได้จากรถยนต์ระดับหรูเท่านั้น นอกจากนั้นลูกค้ายังจะได้ภาคภูมิใจกับการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม 

.
ตั้งเป้าคัมรี่ ไฮบริด4พันคันในสิ้นปี

"มั่นใจว่าคัมรี่ ไฮบริดจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของโตโยต้าที่จะกระตุ้นตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง นับจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี โดยมีเป้าหมายการขายคัมรี่ ไฮบริดตั้งแต่ช่วงเดือนส.ค.-ธ.ค.อยู่ที่ประมาณ 4,000 คัน หรือเฉลี่ย 900 คัน/เดือน" นายทานาดะ กล่าวและว่า พร้อมส่งมอบรถยนต์คัมรี่ ไฮบริดคันแรกในช่วงสัปดาห์หน้า และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย โตโยต้ารับประกันคุณภาพของรถยนต์คัมรี่ ไฮบริด เป็นระยะเวลา 3 ปี หรือระยะทาง 1 แสนกิโลเมตร รวมถึงการรับประกันพิเศษในส่วนของแบตเตอรี่ ไฮบริด เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

.

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าชาวไทย นอกจากคัมรี่ ไฮบริด แล้ว โตโยต้ายังมีคัมรี่รุ่นปรับปรุงโฉมสำหรับลูกค้ารถยนต์นั่งขนาดกลาง

.
ทุบราคาเขย่าตลาดเริ่มที่1.599ล้าน

คัมรี่ ไฮบริดมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ 2.4HV (DVD+Navigator) 1.779 ล้านบาท 2.4HV (DVD) 1.659 ล้านบาท และ 2.4HV (6CD) 1.599 ล้านบาท โดยราคาดังกล่าวเป็นช่วงแนะนำใช้ไปจนถึงสิ้นปี ในส่วนคัมรี่ รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มี 4 รุ่น ได้แก่ 3.5Q ราคา 2.909 ล้านบาท รุ่น 2.4G ราคา 1.449 ล้านบาท รุ่น 2.0G ราคา 1.269 ล้านบาท และ รุ่น 2.0E ราคา 1.214 ล้านบาท  ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า โตโยต้าจะตั้งราคาจำหน่ายคัมรี่ ไฮบริดเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านบาท แต่การเปิดตัวในวันนี้ เริ่มต้นที่ 1.599 ล้านบาท

.

สำหรับรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ แนะนำเข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2525 ซึ่งชื่อ คัมรี่ มาจากภาษาญี่ปุ่นในคำว่า "คัมมูริ" ซึ่งแปลว่า "มงกุฎ" คัมรี่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ซีดานขนาดกลางในประเทศสหรัฐถึง 11 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน

.

คัมรี่ได้เปิดเข้าสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยครั้งแรกในปลายปี 2536 ด้วยการเป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ได้รับความนิยมด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 1 แสนคัน และเริ่มประกอบคัมรี่ในประเทศ ในเจนเนอเรชั่นที่ 4 จนรุ่นปัจจุบันเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 6 แล้ว และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางมากกว่า 50%

.
ระบุได้รับอานิสงส์ภาษี3ตัว

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า คัมรี่ ไฮบริด ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 47% และบริษัทมีแผนจะพัฒนาสัดส่วนขึ้นเรื่อยๆ สำหรับราคาจำหน่ายที่จูงใจนั้นได้ใช้ประโยชน์ภายใต้สิทธิทางภาษี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.ภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์พิเศษ ที่ปรับลดจาก 30% ลดลงมาเหลือ 10% สำหรับรถยนต์ไฮบริด ไฟฟ้าและเซลส์เชื้อเพลิง

.

2.ภาษีชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น หรือเจเทปา และ 3.ภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 7 รายการ ซึ่งมีภาษีแตกต่างกันไปในระดับ 20-30% ซึ่งโตโยต้าขอให้ลดลงเป็น 0% ทั้งหมด แม้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง แต่โตโยต้าก็รวมไปในราคาจำหน่ายคัมรี่ ไฮบริดแล้ว ถึงแม้ว่าผลการพิจารณาจะออกมาอย่างไรโตโยต้าก็จะคงราคาขายนี้ไปจนถึงสิ้นปี

.
พัฒนาบนพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม

นายยูกิฮิโระ โอกาเน หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า คัมรี่ ไฮบริด พัฒนาใหม่ภายใต้หลักการ 4 ข้อ คือ การรักษาสิ่งแวดล้อมโดยลดการปล่อยไอเสีย การประหยัดน้ำมันด้วยพลังขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้า อัตราเร่งอย่างต่อเนื่องจากพลังของเครื่องยนต์ผสานกับมอเตอร์ และความเงียบที่สัมผัสได้ขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำหรือในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเพียงอย่างเดียว

.

นอกจากนี้ ระบบจัดการรวมไดนามิคของตัวรถ (VDIM) จะผสานการทำงานของระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว และระบบป้องกันการลื่นไถล เพื่อสมรรถนะที่ดีของรถยนต์ในทุกๆ ด้าน ทั้งการขับขี่ การเลี้ยว และการหยุดรถ พร้อมกับห้องโดยสารที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสบายและเงียบมากขึ้น

.

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านบริการหลังการขายด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับบริการรถยนต์ไฮบริด ที่ศูนย์บริการโตโยต้าทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายให้ส่งแบตเตอรี่ใช้แล้วนำกลับไปกำจัดที่บริษัทผู้ผลิต ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อการกำจัดแบตเตอรี่ไฮบริดอย่างถูกวิธี โดยโตโยต้าจะเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

.

เปิดสเปคคัมรี่ ไฮบริด

โตโยต้าคัมรี่ ไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-Cycle รหัส 2AZ-FXE ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 187 นิวตันเมตร ทำงานผสมกับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร โดยพลังจากทั้งสองระบบที่สามารถให้แรงม้าสูงสุดได้ 140 กิโลวัตต์ ที่ 6500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์ 187 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 270 นิวตันเมตรที่ 0-1,500 รอบต่อนาที

.

ชุดมอเตอร์ ประกอบด้วย มอเตอร์ เจนเนเรเตอร์ MG1 สร้างกระแสไฟฟ้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด และส่งกระแสไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน MG2 และยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ทเครื่องยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน MG2 ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนโดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์ เจนเนเรเตอร์ MG1 และชาร์จไฟจากการชะลอความเร็วหรือการเบรก เก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด ลดการสูญเปล่าของพลังงาน

.

ชุดอินเวอร์เตอร์ แปลงกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นกระแสสลับความดันสูง 650 โวลต์ เพื่อใช้ในการขับเคลื่อน และแปลงกระแสไฟฟ้าลงเพื่อนำกระแสไฟฟ้าที่ได้จากมอเตอร์ เจนเนอเรเตอร์ เก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนต่อไป และคอมเพรสเซอร์แอร์แบบไฟฟ้า และพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ไม่ใช้กำลังจากเครื่องยนต์ ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น

.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์