เนื้อหาวันที่ : 2009-07-24 10:25:23 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1062 views

เตือน "รัฐบาล-คณะกก.สิ่งแวดล้อมฯ" อย่าละเมิดกฎหมาย เอาใจนายทุน

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ชี้โครงการหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพอนามัยของประชาชนจะทำไม่ได้ กรอ. และคณะรัฐมนตรีรัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังท้าทายอำนาจศาล เอื้อประโยชน์นายทุน

.

นายศรีสุวรรณ จรรยา กรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ ในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้ร่วมกับชาวบ้านมาบตาพุดทำการฟ้องร้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

.

กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยต่อศาลปกครองกลางเพื่อบังคับให้รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 67 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมานั้น

.

ล่าสุด ศาลปกครองกลางได้ประทับรับฟ้องในคดีดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว และมีคำสั่งเรียกให้คู่กรณีไปรับฟังคำชี้แจงกระบวนพิจารณาคดีของศาลเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยศาลได้สั่งให้คู่กรณีไปจัดทำแผนที่ตั้งโรงงานทั้ง 76 โรงงานว่ามีที่ตั้งอยู่ที่ใด และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างไร ก่อนที่ศาลจะใช้ดุลยพินิจในการออกคำสั่งชั่วคราวเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของชาวบ้านที่ทนทุกข์ทรมานและเจ็บป่วยต่อไป

.

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวทำให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ได้รีบประชุมปรึกษาหารือกันเป็นการด่วนแล้วมีมติเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อให้รีบพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีที่หน่วยงานรัฐ 8 หน่วยงานถูกฟ้องคดี เกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยใน 3 ประเด็น คือ

.

(1) มอบหมายให้ผู้ถูกฟ้องคดีและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดำเนินการชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริงต่อศาลและผู้เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนและเป็นเอกภาพ (2) ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาออกใบอนุญาตหรืออนุญาตให้ผู้ประกอบการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมได้ต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก โดยผู้ประกอบการพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐจะมีการกำหนดขึ้น

.

และ (3) ออกกฎหมายหรือกำหนดมาตรการต่างๆ ที่จำเป็นโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง โดยผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนด้านข้อมูลอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่จะมีการกำหนดขึ้น

.

"คณะกรรมการ กรอ.และคณะรัฐมนตรีกำลังท้าทายอำนาจศาลปกครอง โดยไม่ใส่ใจต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2550 ซึ่งเป็นผลให้มาตรา 67วรรคสอง ต้องบังคับใช้ทันที กล่าวคือ โครงการหรือกิจกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพอนามัยของประชาชนจะกระทำไม่ได้

.

เว้นแต่จะได้ (1)ศึกษาและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA)และสุขภาพ (HIA)เสียก่อน (2)จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน และ(3) ให้องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพให้ความเห็นประกอบก่อนการดำเนินโครงการใด ๆ ดังกล่าว

.

ซึ่งที่ผ่านมาโครงการประเภทรุนแรงต่างๆ ทั่วประเทศและในพื้นที่มาบตาพุด ดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญไม่ครบถ้วน และมักจะอ้างว่าไม่มีระเบียบหรือกฎหมายใดมารองรับเกี่ยวกับการทำ HIA และองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่มี กรอ.และคณะรัฐมนตรีจึงกล้ามีมติให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาออกใบอนุญาตหรืออนุญาตให้ผู้ประกอบการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมได้ โดยไม่ต้องสนใจบทบัญญัติดังกล่าวในรัฐธรรมนูญ"

.

"การที่ กรอ.และหน่วยงานรัฐยึดถือแต่บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะกล่าวถึงเฉพาะแต่การทำ EIA อย่างเดียวแล้วไม่มีการแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องและนำไปสู่การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสองเลยนั้น ขอเรียนให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานรวมทั้งผู้ประกอบการทุกโรงงานได้ทราบว่า

.

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ หากมีบทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ หากหน่วยงานของรัฐฝ่าฝืนก็อาจมีความผิดตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และหากเป็นเอกชนก็อาจเข้าข่ายมีความผิดละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 421 และ มาตรา 432 ซึ่งเรื่องนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจะติดตาม ตรวจสอบอย่างถึงที่สุด" นายศรีสุวรรณ กล่าว

.
ที่มา : เว็บไซต์ประชาไท