เนื้อหาวันที่ : 2009-07-14 16:10:56 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2388 views

CP ส่งรถเฌอรี่รุ่นแรก QQ บุกตลาดไทยในเดือนนี้ตั้งเป้าปีแรก 2 พันคัน

CP ลั่นกลองรบตลาดรถยนต์ไทย นำเข้ารถ"เฌอรี่"รุ่นแรกจากจีนเริ่มขาย ก.ค. นี้ ตั้งเป้ายอดขายปีแรกเกือบ 3 พันคัน ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายจักรยานยนต์และรถเพื่อใช้ในการก่อสร้างในประเทศจีนยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เครือเจริญโภคภัณฑ์(CP)ลั่นกลองรบตลาดรถยนต์ไทย เริ่มนำเข้ารถ"เฌอรี่"รุ่นแรกจากจีนเข้ามาขายตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้ จากทั้งหมด 3 รุ่นที่จะทยอยนำเข้าภายในปีนี้ ตั้งเป้าปีนี้เกือบ 3 พันคัน ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายจักรยานยนต์และรถเพื่อใช้ในการก่อสร้างในประเทศจีนยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง   

.

นายธนากร เสรีบุรี

.

นายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ และ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจยานยนต์ อุตสาหกรรมทั่วไป และการเงิน ของ CP  เปิดเผยว่า บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนร่วมทุนระหว่าง CP กับกลุ่มไทยยานยนต์ที่มีนายวิทิต ลีนุพงษ์ ผู้ที่อยู่ในวงการยานยนต์ ฝ่ายละ 50%  นำเข้ารถยนต์รุ่นแรกมาจำหน่าย คือ  QQ ขนาด 1,100 CC ในเดือนนี้ ตั้งราคาขาย 3.7-4.2 แสนบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 2 พันคัน 

.

และในเดือน ส.ค.จะนำเข้ารถยนต์รุ่น TIGGO ขนาด 2,000 CC  เป็นรถเอนกประสงค์ ราคา 7.8-8.2 แสนบาท  ตั้งเป้ายอดขายที่ 500 คัน ในปีนี้ ส่วนในเดือนก.ย.หรือต.ค. จะนำเข้ารถแวน เป็นรถรุ่น CROSS คาดหมายยอดขายไว้ที่ 200 คัน ในปีนี้เช่นกัน  "ขณะนี้เราเริ่มทำ Step by Step  และเราจะเน้นบริการหลังการขาย" นายธนากร กล่าว 

.

นายธนากร กล่าวว่า ยอดขายกลุ่มอุตสาหกรรมในจีนของ CP ขยายตัวราว 10% จากปีก่อนมียอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท โดยมีสินค้าสำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ และ การเป็นตัวแทนรถที่ใช้ในการก่อสร้าง "Caterpillar" รวมทั้งการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์  พร้อมมองโอกาสซื้อกิจการเพิ่ม 

.

ทั้งนี้ ยอดขายรถจักรยานยนต์ในจีน ปีนี้คาดจะเติบโตราว 10% เป็น 1.6 ล้านคัน จากปีก่อนขายได้ 1.5 ล้านคัน มองแนวโน้มธุรกิจยังเติบโตต่อเนื่องตามการเติบโตของเศรษฐกิจในจีน  พร้อมเล็งเทคโอเวอร์โรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กที่กิจการมีปัญหาจากการแข่งขันสูง 

.

ขณะที่ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถ"Caterpillar:CAT"ของสหรัฐ ขยายตัวไปเป็น 9 มณฑล จาก 6 มณฑล  ระบุ CP ใช้เงินลงทุนในจีนเฉลี่ยปีละ 200-300 ล้านบาท ขณะที่เดือนส.ค. นำเข้า"เฌอรี่" รุ่น 2 พัน CC เข้าไทย 

.

นายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ และ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจยานยนต์ อุตสาหกรรมทั่วไป และการเงิน ของ CP  เปิดเผยว่า ยอดขายของรถจักรยานยนต์ในจีนมั่นใจว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อน เป็น 1.6 ล้านคัน แม้จะส่งออกได้น้อยลง แต่ยอดขายในจีนยังดีเพราะมีกำลังซื้ออยู่ โดยบริษัทขาย 2 แบรนด์ ได้แก่ "ต้าหยาง" และ "ต้ายวิ่น" ซึ่งรวมกันมีส่วนแบ่งตลาด 7% ของตลาดรวม ในจีน โดย"ต้าหยาง" มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 3   

.

ส่วนในแง่กำลังการผลิต โรงงานของ CP ใหญ่เป็นอันดับ 7 โดยมีกำลังการผลิตเต็มที่ 2 ล้านคันต่อปี มีทั้งหมด 3 โรงงานที่ลัวหยาง 1 แก่ง และ ที่กวางโจว  2 แห่ง และจากการที่เศรษฐกิจของจีนยังเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าภายในอีก 2 ปีจะมีการขยายโรงงานเพิ่มอีก หรืออาจจะเข้าซื้อโรงงานอื่นก็ได้

.

"ผมว่าในอนาคตโรงานรถมอเตอร์ไซด์จะเหลือกว่า 20 กว่าโรง จาก 100 กว่าโรงงาน ตอนนี้เริ่มทยอยปิดตัวกันหมด ตลาดมอเตอร์ไซด์ที่จีนแข่งขันกันสูงมาก...ดูแล้วอีก 2  ปีจะขยายเพิ่มโรงงานใหม่ โรงงานใหม่ในจีนที่จะขยายต้องดูด้วยว่า ซัพพลายอยู่ใกล้กันหรือเปล่า หรืออาจเข้าซื้อโรงงานที่เจ๊งแล้ว"นายธนากร กล่าว 

.

สำหรับการเป็นตัวแทนจำหน่ายนรถ "Caterpillar:CAT"  นายธนากร กล่าวว่า บริษัทได้เพิ่มศูนย์ตัวแทนจำหน่ายเป็น 9 มณฑล จาก 6 มณฑล  โดยปัจจุบันมียอดขาย 2 พันคันต่อปี คาดว่าภายใน 3 ปีจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 5 พันคันต่อปี  ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มศูนย์บริหารหลังการขาย จากที่มีอยู่ที่คุนหมิง  เพิ่มอีกแห่งที่ เมืองเฉิงตู และกำลังจะเพิ่มขึ้น โดยมีเงินลงทุนต่อศูนย์ละ กว่า 200 ล้านบาท 

.

ส่วนโรงงานผลิตเบียร์ที่หนานหนิงที่ลงทุนไป 700 ล้านหยวน ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมาประสบภาวะขาดทุนมาตลอด จนกระทั่งได้ ชิงเต่า เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ถือหุ้น 75% เพื่อผลิตเบียร์"ชิงเต่า"ทำให้ปีที่แล้วเริ่มมีกำไร ทำยอดขายได้กว่า 200 ล้านหยวน คาดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าจะสามารถคืนทุนได้หมด เพราะธุรกิจเครื่องดื่มมีมาร์จิ้นสูง และปัจจุบันแบรนด์ก็ติดตลาดแล้ว 

.

นอกจากนี้ อาคารซุปเปอร์มอลล์ของ CP มีอัตราการเช่าเต็ม หรือกว่า 90% สถานการณ์ขึ้นหลังจากที่รัฐบาลจีนได้ออก 10 มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศจีน 

.

นายธนากร เชื่อว่า จีดีพีของจีนในปี 52 จะโตไม่ต่ำกว่า 7% และเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของจีนจะโตปีละ 7-8% ดังนั้น เห็นว่า ไทยควรจะใช้ความได้เปรียบทั้งภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ที่มีความใกล้ชิดกับจีน ดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งรัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนให้นักลงทุนของตนขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น 

.

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่นักลงทุนจีนสนใจได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรต่อยอดธุรกิจ, อุตสาหกรรมเคมี  อุตสาหกรรมเครื่องใช้ในบ้าน หรือ ธุรกิจภาคบริการ 

.

"เราต้องพยายามเชิญคนจีนมาลงทุนในไทย ความจริงก็มีนักลงทุนจีนอยากเข้ามาแต่รอการเมืองของเราสงบ ซึ่งที่ผ่านมาเขาได้ไปลงทุนที่มาเลเซีย เราน่าจะเชิญคนจีนมาให้เห็นว่าการเมืองบ้านเราไม่มีอะไร พามาให้เขาดูให้เขามั่นใจมากขึ้น" นายธนากร กล่าว