เนื้อหาวันที่ : 2009-06-22 10:42:17 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 984 views

ญี่ปุ่นเผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจดีดตัวขึ้นไตรมาส 2 หลังอุปสงค์ฟื้นตัว

ภาคเอกชนญี่ปุ่นเริ่มฟื้นในไตรมาส 2 ขณะที่อุปสงค์สินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น เผยสัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำหนักสุดหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองกำลังคลี่คลายตัวลง

ความเคลื่อนไหวในภาคเอกชนของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ดังจะเห็นได้จากการที่บรรดาผู้ผลิตของญี่ปุ่นเริ่มมีมุมมองในแง่ลบน้อยลง ขณะที่อุปสงค์สินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นในเดือนเม.ย. ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ที่ว่า วิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำหนักสุดหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองกำลังคลี่คลายตัวลง

.

.

ผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นในไตรมาส 2 ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับติดลบ 13.2 จุดเมื่อเทียบกับระดับติดลบ 66 จุดในไตรมาสก่อนหน้านี้ โดยดัชนีชี้วัดการใช้จ่ายเงินด้านการใช้โทรศัพท์ พลังงาน และการขนส่งไต่ระดับขึ้น 2.2% จากเดือนมี.ค. 

.

ด้านดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวไต่ระดับขึ้น 39% นับตั้งแต่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 26 ปีเมื่อวันที่ 10 มี.ค. โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาลทั่วโลกกว่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์จะกระตุ้นความต้องการจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันนโยบายลดหย่อนภาษีและมาตรการสร้างแรงจูงใจในการจับจ่ายซื้อสินค้าของนายกรัฐมนตรีทาโร่ อาโสะ ได้ช่วยกระตุ้นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ทะยานสูงสุดในรอบ 14 เดือน 

.

แจน แลมเบรจท์ส์ นักวิเคราะห์จาก Rabobank International ในฮ่องกง กล่าวว่า "ขณะนี้ญี่ปุ่นเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เพราะมีปัจจัยหนุนหลายด้านและภาวะดังกล่าวจะช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้บางส่วน แต่จะยังไม่สามารถประคับประคองเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้ทุกส่วน" 

.
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ณ เวลา 08:55 น.ตามเวลาโตเกียว เงินเยนเทรดที่ 96.12 ดอลลาร์/เยน จากระดับ 96.08 ดอลลาร์/เยน 
.

ทั้งนี้ ในส่วนของญี่ปุ่นเองก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 25 ล้านล้านเยน (2.60 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) นับตั้งแต่เดือนต.ค. ซึ่งมาตรการดังกล่าวหนุนให้ยอดขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวขึ้น 18%  นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศใช้นโยบายกระตุ้นการซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมาตรการดังกล่าวได้หนุนให้ภาคเอกชนได้รับอานิสงส์กันถ้วนหน้าดังจะเห็นได้จากยอดขายของนิสสัน มอเตอร์ในจีนที่ทะยานขึ้น 37% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 

.

ขณะเดียวกันผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวเร็วสุดในรอบ 56 ปีในเดือนเม.ย. เนื่องจากบริษัทต่างๆสามารถโละสินค้าค้างสต็อกได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการดีดตัวของข้อมูลดังกล่าวได้กระตุ้นให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) และรัฐบาลปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาด้วย