เนื้อหาวันที่ : 2009-06-16 17:14:29 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1541 views

ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัย

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมักเกิดจากผู้ขับขี่ไม่มีวินัยจราจร ประมาท คึกคะนอง เมาแล้วขับ ปภ.ขอแนะนำปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

.

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมักเกิดจากผู้ขับขี่ไม่มีวินัยจราจร ประมาท คึกคะนอง เมาแล้วขับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งสิ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ขอแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ดังนี้

..

การทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้า ควรทิ้งระยะห่างให้เหมาะสมกับความเร็วที่ใช้ โดยรักษาระดับความเร็วให้เท่ากับรถคันหน้า นั่นคือ เมื่อรถคันหน้าผ่านบริเวณจุดใดจุดหนึ่งแล้ว รถของผู้ที่ขับตามหลังจะต้องผ่านจุดเดียวกัน ในเวลาประมาณ 2 วินาที หากเร็วกว่านั้น แสดงว่า การทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าน้อยเกินไป

..

อาจทำให้เบรกรถไม่ทันเมื่อรถคันหน้าหยุดกะทันหัน อาจเกิดการชนท้ายได้การใช้ความเร็วตามกฎหมายจราจร สำหรับรถยนต์นั่งในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองและเขตเทศบาล ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. นอกเขตไม่เกิน 90 กม./ชม. ส่วนรถกระบะน้ำหนักรวมบรรทุกเกิน 1,200 กิโลกรัม ในเขตกทม. เขตเมือง เขตเทศบาล ใช้อัตราความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. นอกเขตดังกล่าวไม่เกิน 80 กม./ชม.

..

หากมีป้ายกำหนดความเร็วอยู่ข้างทางต้องปฏิบัติตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัดการขึ้นทางลาดชันหรือเนินเขา ต้องเลือกใช้เกียร์ให้เหมาะสม โดยรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 รอบต่อนาที เพราะรอบการวิ่งในระดับนี้ เครื่องยนต์จะมีกำลังฉุดมากที่สุด การใช้รอบเครื่องยนต์สูงๆขณะขึ้นทางชันจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันและเครื่องยนต์สึกหรอโดยไม่จำเป็น

..

การลงทางลาดชันหรือเนินเขา ห้ามดับเครื่องยนต์ ปลดเกียร์ว่างหรือเหยียบคลัตช์ระหว่างการลงเขาอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัวและควบคุมไม่ได้ ควรใช้เกียร์ต่ำกว่าปกติเพื่อหน่วงความเร็วของรถไว้และใช้เบรกลดความเร็วเป็นระยะๆ

..

การแซง ต้องแซงทางด้านขวาเสมอ เมื่อแซงผ่านไปแล้วให้ขับเป็นแนวตรงทิ้งระยะห่างจากรถคันที่ถูกแซงพอสมควร เพื่อให้รถคันที่ถูกแซงมีเวลาตั้งตัว อย่ากลับเข้าเลนซ้ายในลักษณะเลี้ยวตัดหน้ารถคันที่ถูกแซงอย่างกระชั้นชิด ส่วนกรณีที่สามารถแซงซ้ายได้ ให้สังเกตรถคันที่จะแซง หากเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวาก็สามารถแซงทางซ้ายได้โดยไม่ผิดกฎแต่อย่างใด 

..

นอกจากนี้ ไม่ควรเร่งเครื่องแข่งกับรถคันที่กำลังแซงอยู่อย่างขาดสติ ควรปล่อยให้รถคันที่ต้องการแซงผ่านไปอย่างสะดวก หากถูกรถคันอื่นแซงด้วยความเร็วที่มากกว่า ควรขับรถให้ช้าลงและให้คันที่ต้องการแซงขึ้นหน้าไปก่อน และหากได้รับสัญญาณแซงจากรถคันหลัง ผู้ขับขี่ที่ถูกขอทางต้องให้สัญญาณเลี้ยวซ้ายตอบและลดความเร็วลงขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ          

..

เพื่อให้รถคันที่แซงผ่านขึ้นหน้าไปได้อย่างปลอดภัยการห้ามแซง ผู้ขับขี่ไม่ควรแซงในขณะที่รถกำลังขึ้นทางลาดชันหรืออยู่บนทางโค้ง ทางร่วม ทางแยก วงเวียน เกาะกลาง ทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟหรือเส้นทางที่มีหมอก ฝน ฝุ่น ควัน จนทำให้มองไม่เห็นทางข้างหน้า เป็นต้น

..

การขับรถบนทางโค้ง ให้ลดความเร็วก่อนที่จะเข้าโค้งและเร่งความเร็วตั้งแต่กึ่งกลางโค้งเป็นต้นไปจนกระทั่งพ้นออกจากโค้ง ขณะอยู่ในโค้งไม่ควรเหยียบเบรกอย่างรุนแรง ห้ามปลดเกียร์ว่างหรือเหยียบคลัตช์ระหว่างการเข้าโค้ง เพราะจะเกิดแรงเหวี่ยงทำให้รถหลุดออกจากโค้งได้การขับขี่ในเวลากลางคืน ควรตรวจดูระบบไฟหน้าและไฟท้าย

..

หากไม่มีรถสวนมาควรใช้ไฟสูงและลดไฟต่ำลงทันทีเมื่อมีรถสวนมา พยายามขับรถให้ชิดทางเส้นแบ่งกึ่งกลาง เพื่อป้องกันการชนคน สัตว์หรือรถที่จอดอยู่ริมข้างทางการใส่ใจกับสิ่งเล็กน้อยที่บางครั้งอาจมองข้ามไป นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียได้แล้ว ยังช่วยป้องกันมิให้บุคคลรอบข้างที่เกี่ยวข้องต้องได้รับผลกระทบจากความประมาทของผู้ขับขี่อีกด้วย