เนื้อหาวันที่ : 2009-03-17 09:35:14 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1270 views

KTAM ลุยตราสารการเงินเกาหลีใต้ ลงทุน12เดือนรับผลตอบแทน4.75%

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดจำหน่าย กองทุนรวมกรุงไทยตราสารภาครัฐต่างประเทศ 12 เดือน 4 เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในตราสารการเงินในประเทศเกาหลีใต้

นายสมชัย   บุญนำศิริ   กรรมการผู้จัดการ  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน  กรุงไทย จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า  บริษัทเปิดจำหน่าย กองทุนรวมกรุงไทยตราสารภาครัฐต่างประเทศ 12  เดือน 4  (KTGF12M4 ) ในระหว่างวันที่ 17-23 มีนาคม  2552     อายุโครงการ  1 ปี  มูลค่า 3,000 ล้านบาท          

.

เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในตราสารการเงินในประเทศเกาหลีใต้   ประเภท  Euro  Commercial Paper  (ECP)  /Euro    Medium Term Note (EMTN) ที่ออกโดยสถาบันการเงินภาครัฐของประเทศเกาหลีใต้   ซึ่งเป็นตราสารที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นในอันดับสูงสุด คือ A1 โดย  S&P    และ F1   โดย  Fitch    

.

โดยกองทุนจะลงทุนใน Export - Import  Bank of  Korea       และ Korea  Development  Bank   ในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 50 %   ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน   ส่งผลให้กองทุนได้รับผลตอบแทนประมาณการที่ 4.75 %ต่อปี     ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนที่หักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแล้ว   รวมถึง เงินลงทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน จึง เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่า การลงทุนตราสารหนี้ในประเทศ  ที่มีระดับความเสี่ยงใกล้เคียงกัน                 

.
นายสมชัย   กล่าวต่อไปว่า    สถาบันการเงินทั้ง 2  แห่ง ที่กองทุนลงทุนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ เป็นกลไกที่สำคัญของรัฐบาลเกาหลีใต้ในการดำเนินนโยบายต่างๆ ( Policy  Bank )  โดยปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีใต้ถือหุ้นใน Export - Import  Bank of  Korea       และ Korea  Development  Bank   ทั้ง100% 
.

นอกจากนี้   บริษัทยังได้เปิดซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนเปิดกรุงไทยสมาร์ท  อินเวส 3 เดือน 3 (KTSIV3M3)  ประเภท Roll  Over    โดยรับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนในวันที่ 16-20  มีนาคม 2552  และรับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนในวันที่ 16-19  มีนาคม 2552   เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนภายในประเทศ ที่มีความมั่นคงสูง  และเงินฝากสถาบันการเงิน    อายุโครงการ3 เดือน   มูลค่า 2,000 ล้านบาท                  

.

โดยกองทุนจะลงทุนในเงินฝาก /บัตรเงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน ของธนาคารสินเอเชีย   และ ลงทุนในหุ้นกู้ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด    ในสัดส่วนสถาบันละ 25%   ลงทุนในตั๋วแลกเงินของบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม  และบมจ.ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น ในสัดส่วนสถาบันละ 25%  ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม  ส่งผลให้กองทุนได้รับผลตอบแทนประมาณการที่ 1.35% ต่อปี 

.

นายสมชัย  กล่าวต่อไปว่า  อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐในประเทศรุ่นอายุไม่เกิน 1 ปี  ยังแกว่งตัวอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากคาดการณ์ว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสปรับลดลงอีก  ขณะที่ความต้องการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นยังมีอยู่สูงจากทั้งฝั่งกองทุนรวมและธนาคาร โดยล่าสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ในช่วง 1.05-1.12% ตามลำดับ 

.

สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนตราสารภาคเอกชนในประเทศจะขึ้นอยู่กับความมั่นคงทางการเงิน การคาดการณ์กระแสเงินสดของกิจการ และอันดับความน่าเชื่อถือ โดยอัตราผลตอบแทนของผู้ออกตราสารหลายแห่งยังคงอยู่ในระดับสูงโดยได้สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านเครดิต (Down Grade and Default Risk)