เนื้อหาวันที่ : 2006-09-28 10:30:42 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2808 views

ABB Motor & Drive หนึ่งในผู้นำตลาดสินค้าอุตสาหกรรม

แนวโน้มของกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคตต้องทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินงาน

.

 

 

 

คุณศิริโชติ สิงห์ษา 

Business Development Mnager,Automation

Pruducts Divison. ABB LIMILED

 

 

 

 

ด้วยปัจจัยด้านการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ทำให้แนวโน้มของกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคตต้องทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ ในเรื่องของเทคโนโลยี การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการและสินค้า หรือแม้แต่การลดต้นทุนในกระบวนการธุรกิจ ด้วยปัจจัยและสภาวการณ์เหล่านี้ ส่งผลให้ตลาดสินค้าทางด้านอุตสาหกรรมยังคงสดใสและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมก้าวทันไปกับการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน

คอลัมน์ Interview ฉบับนี้วารสารของเราได้รับเกียรติจาก คุณศิริโชติ สิงห์ษา (Business Development Manager, ABB LIMITED) หนึ่ง ในผู้นำตลาดสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทย ได้มาพูดคุยทิศทางธุรกิจและแผนการดำเนินงาน ความต้องการของตลาด และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทางด้าน Motor & Drive ภายใต้แบรนด์ชั้นนำอย่าง ABB

.

.
ทิศทางธุรกิจและแผนการดำเนินงานของ ABB Motor & Drive ในประเทศไทยเป็นไปในทิศทางใด ?

ในภาพรวม Motor & Drive จะเป็นธุรกิจหลักที่ซัพพอร์ตในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มันดูเหมือนว่าธุรกิจตัวนี้จะค่อนข้างกว้าง อย่างมอเตอร์จะมีตั้งแต่ตัวเล็กไปจนถึงตัวใหญ่ แต่เนื่องจากเอบีบีเราเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ทางด้านมอเตอร์กับไดรฟ์ เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่เรามีจะครบทุกความต้องการ เพราะฉะนั้นเวลาเราทำตลาดออกไป ก็ต้องทำสองแนวทาง ก็คือบางงานเราต้อง Approach เอง ซึ่งก็จะมีทีมของเราที่จะโฟกัสในเฉพาะ Need Market ที่เราต้องเข้าไป กับสินค้าที่เป็น Mass Product เราก็มีดีลเลอร์หรือพาร์ทเนอร์ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ก็จะเป็นตัวกระจายสินค้าอีกทาง หนึ่ง

สินค้าตัวไหนที่มีชื่อเสียงซึ่งตอนนี้ ABB ครอบครองตลาดอยู่ ?

มันจะมีหลายตัวเหมือนกัน ถ้าเป็นไดรฟ์ เราก็จะมีรุ่น AC550, ACS350 ซึ่งเป็น Product ที่รุ่นใหม่ อายุออกสู่ตลาดแค่ 1-2 ปี ซึ่งตัวนี้จะเหมาะกับการใช้งานหลากหลายในลักษณะการใช้งานทั่วไปของอุตสาหกรรม คือสินค้าพวกนี้จะช่วยลูกค้าได้เยอะในแง่ของการปรับปรุงกระบวนการผลิต หรือว่าจะประหยัดพลังงาน อันนี้จะขึ้นอยู่กับการใช้งานของเขา ที่ทำออกมา ซึ่งตัวนี้เราทำตลาดทั้งในส่วน Distributor ด้วย และก็ผ่านตัวเราเองด้วย โดยที่ ABB ก็จะเป็นคล้าย ๆ ที่ปรึกษา เป็นแบ็คอัพในเรื่องของเทคนิค ในเรื่องของวิชาการ ในเรื่องของข้อมูล และก็สินค้าก็จะออกสู่ตลาดไป นี่ในแง่ของไดรฟ์ครับ ในแง่ของมอเตอร์เอง

ถ้าพูดถึงเรื่องมอเตอร์ มันจะเป็นสินค้าพื้นฐานมากในด้านอุตสาหกรรม ไปร้านที่ขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ไหนก็จะเห็นมอเตอร์แทบทั้งนั้น แต่ของ ABB เองเนื่องจากเป็นสินค้าทางด้านอุตสาหกรรม สินค้าของเรามีความแข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน แต่ก่อนสินค้า ABB จะโดนมองว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันเราเข้าใจตลาด เราวิเคราะห์มาดูจึงพบว่า ตัวตลาดเองมันจะมีสินค้าระดับ หนึ่ง ที่คุณภาพอยู่ในช่วงที่ใช้ได้ ประสิทธิภาพดี และตลาดยอมรับได้ เป็นสินค้าใช้งานกว้าง ๆ เราก็มีสินค้าตัวนี้ออกมา จะเป็นมอเตอร์รุ่น M2QA ก็จะมีขนาดกว้างเหมือนกัน ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ เลย ตั้งแต่ 0.37-355 kW หน้าตาก็จะเหมือนมอเตอร์ทั่วไป แต่ว่าสิ่งที่ต่างกันก็คือหลังจากที่คุณใช้งานมาแล้ว ประสิทธิภาพการใช้งานเป็นอย่างไร ความคงทนถาวรเป็นอย่างไร สินค้า ABB เราต้องผลิตตามมาตรฐานยุโรป เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจะได้เปรียบในเรื่องความทนทาน การใช้งานโดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องมีปัญหา เพราะตัวมอเตอร์ในอุตสาหกรรมหลักส่วนใหญ่จะเจอกับปัญหาหลักก็คือจะมีการใช้งาน 24 ชั่วโมง

.

.
กลุ่มอุตสาหกรรมไหนครับที่ ABB วางแผนว่าจะสามารถเจริญเติบโตได้ในอนาคต ?

ถ้าเรามองในอุตสาหกรรมที่เราทำอยู่ในปัจจุบันคือ โรงเหล็ก โรงกระดาษ โรงปูน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่เป็นลูกค้าของ ABB ตั้งแต่ดั้งเดิม แต่ในแง่ของอุตสาหกรรมใหม่ที่โตในบ้านเรายอมรับว่าปิโตรเคมีจะโตค่อนข้างมาก ถ้าสังเกตนิคมอุตสาหกรรมจะเห็นว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หรืออุตสาหกรรมต่อเนื่องจะโตค่อนข้างมาก ซึ่งสินค้า ABB อาจจะค่อนข้างลงตัวกับตรงนั้น เพราะว่าในแง่ของอุตสาหกรรม ถ้าเป็นอุตสาหกรรมหนัก ไม่ใช่เฉพาะ สินค้ามอเตอร์ ไดรฟ์ สินค้าตัวอื่นอุปกรณ์ไฟฟ้าก็เติบโตไปด้วย อุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอื่นที่ต้องใช้งาน โตไปพร้อมกัน แต่จะเน้นในอุตสาหกรรมเคมีค่อนข้างมาก เพราะอุตสาหกรรมอื่นเราจะมีทีมงานค่อนข้างลงตัว จะมีทีมงานรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ก็จะเป็นหน่วยงานที่เราต้องจัดคน จัดกำลังเพิ่มเติมค่อนข้างเยอะ เราก็จะมีสาขา มีออฟฟิศอยู่ที่ทางระยองที่จะมาช่วยเรามากขึ้น คือแนวโน้มคงไม่ใช่ ABB เจ้าเดียว หลายคนคงมองปิโตรเคมีในมุมมองที่คล้ายกัน

กลุ่มผลิตภัณฑ์ไหนครับที่ ABB วางแผนจะเป็น หนึ่ง ในอนาคตอันใกล้นี้ ?

ถ้ามองในแง่ของทางด้านอุปกรณ์ไฟฟ้า ในการยอมรับเรายังเป็นเบอร์ หนึ่ง อยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว ถ้ามองในแง่ของ ABB เซกเมนต์ที่เรามอง Automation Product ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าจะโตได้มากขึ้น ถ้ามองในแง่โครงสร้างของ ABB เอง เรามีผลิตภัณฑ์เยอะแยะมาก ตั้งแต่ สวิตช์เกียร์ หม้อแปลง ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านั้นค่อนข้างจะติดตลาดอยู่แล้ว แต่ในแง่ของตัว Automation Product มันจะมีช่องทางที่เราจะขยาย ทั้งการขายผ่านเราเอง หรือผ่านทางด้านพาร์ทเนอร์ เพราะอุปกรณ์ทางด้าน Automation Product  ตั้งแต่ เบรกเกอร์ สวิตช์เกียร์ มอเตอร์ ไดรฟ์ หรือแม้แต่ Instrument เอง ในตลาดยังมีที่ว่าง แล้วตัวนี้จะโตไปกับเทคโนโลยีที่เข้ามา อย่างเครื่องจักรสมัยใหม่จะมีความทันสมัยมากขึ้น มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ตัวตลาดเองก็จะมีความต้องการสินค้าที่ไฮเทคมากขึ้น ต้องการกำลังการผลิตที่มากขึ้น หรือสินค้าที่ทนทานมากขึ้น สินค้าพวกนี้ก็จะโตตามไปด้วย

.

.
ความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและภายนอกประเทศเป็นอย่างไรบ้าง ?

เราคงต้องยอมรับ สินค้า ABB มันจะโฟกัสกลุ่มพอสมควร คืออาจจะไม่ใช่ Mass Product ที่คุณแข่งได้ทุกราย และไม่ใช่ Consumer Product ที่คุณจะกระจายไปอยู่ตามบ้าน แต่ว่าจะเป็นสินค้าที่อาจจะมีเป้าหมายอยู่ในตลาดระดับกลางถึงบน นี่คือ Position ที่เอบีบีวาง ส่วนใหญ่ก็ต้องคงโฟกัสอยู่ในส่วนนี้ เพียงแต่ตัวตลาดเองมากกว่าที่ต้องการสินค้าที่คุณภาพสูงขึ้น มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า เพราะว่าตัวผู้ใช้งานเอง มองว่าเมื่อเขาต้องการแข่งขัน ต้องการเพิ่มกำลังการผลิต หรือต้องการแข่งขันกับโรงงานคู่แข่ง ต้องการลดต้นทุน ถ้าคุณไม่หันมามอง สินค้าไฮเทค บริษัทคุณก็อาจจะโตได้ลำบาก สินค้าผลิตออกมาคุณภาพจะไม่ดีเท่าคู่แข่ง มันก็เป็นเหมือนกับว่า เริ่มเปลี่ยน อย่างสมัยก่อน อุตสาหกรรมบ้านเราอาจจะเป็นเกษตรเสียเป็นส่วนใหญ่ พอเข้าไปดูลึก ๆ ตอนนี้สินค้าเกษตร ทั้งในเรื่องโรงงานก็เริ่มมองว่าต้องมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น อย่างการเลี้ยงไก่ เมื่อก่อนจะเป็นการเปิดโล่ง แต่ปัจจุบันต้องเป็นโรงปิด ต้องมีระบบปรับและระบายอากาศ หรือการเลี้ยงกุ้ง อุปกรณ์ไฟฟ้าก็เริ่มเข้ามา คือถ้าจะมองเรื่องต้นทุนทางการผลิต ผมว่ามันเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ที่ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นเติบโต

การบริการหลังการขายของ ABB มีนโยบายอย่างไร ?

ตรงนี้จะเป็นจุดที่ค่อนข้างสำคัญ ซึ่งหลักการตลาดยุคใหม่ จะเน้นตรงนี้ค่อนข้างเยอะ เอบีบีเราทำตลาด เรารู้ว่าสินค้าเราออกไปสู่ตลาดแล้ว การบริการหลังการขายจะเป็นปัจจัยที่เราต้องทำเอง อย่างไดรฟ์ มอเตอร์ เบรกเกอร์ เราก็จะมีทีม Service ของเรา แต่ว่าเราคงไม่ใช่รอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา ในแผนปฏิบัติการที่เรามีก็คือ Service เอง ก็จะมีโซลูชั่นที่ว่า ไปทำ Preventive Maintenance กับลูกค้านะ ไปตรวจเช็คดูสินค้าของเขาว่าเมื่อไหร่ ต้องทำการบำรุงรักษา แล้วในแง่ของผลิตภัณฑ์ที่ออกไปสู่ตลาดเยอะ ๆ ที่เราผ่านพาร์ทเนอร์ พาร์ทเนอร์ที่เราเลือกเข้ามาก็ต้องมีการ Certify ต้องมีการตรวจสอบคุณภาพ ต้องมีการฝึกอบรม เพื่อให้มีคุณภาพระดับ หนึ่ง ที่จะสามารถรองรับสินค้าตัวนี้ได้ ก็คือเราต้องหาคนมาช่วยเราบริการมากขึ้น คือสินค้าเอบีบีพอออกสู่ตลาดแล้วลูกค้ามีปัญหา เขาก็จะมีตัวเลือกเยอะ ว่าจะไปหาพาร์ทเนอร์ก็ได้ หรือว่าจะมาที่เอบีบีเอง ก็มีทีมงานรองรับอยู่

.

 

ช่วยบอกจุดแข็งของเอบีบีให้ทราบหน่อยครับ ?

ในแง่ของเอบีบีเอง ต้องยอมรับว่า ชื่อเสียงในบ้านเราค่อนข้างดี แต่ว่าตัวชื่อเสียงมันก็คงจะใช้ได้สักระยะ หนึ่ง เพียงแต่ว่าทีมงานที่ดำเนินงานถ้าไม่ทำอย่างต่อเนื่องก็จะลำบาก โดยเอบีบีคงเน้นตรงนี้ว่า องค์กรที่อยู่ในเมืองไทยต้องค่อนข้างชัดเจนและตั้งใจ ในตัวผลิตภัณฑ์ ต้องทำต่อเนื่อง คือเรามีทั้งเซลล์ทั้งเซอร์วิส ในแง่ที่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ก็จะช่วยกันดูแล เราไม่ได้ทำเฉพาะเอบีบีที่เมืองไทย บางผลิตภัณฑ์เราแจ้งขึ้นไปที่เมืองนอก ซึ่งแต่ละประเทศสามารถแจ้งปัญหากลับไปที่เมืองนอกให้เขาไปปรับปรุง ปรับกระบวนการหรือว่าหาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้อง คือตัวองค์กรจะเป็นตัวช่วยพอสมควร เนื่องจากว่าเอบีบีเองทำผลิตภัณฑ์ค่อนข้างกว้าง ถ้าสังเกตในเมืองไทย เราจะมีทีมงานอยู่ประมาณ 400-500 คน ซึ่งค่อนข้างเยอะ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมลักษณะอื่น บางส่วนอย่างมอเตอร์ไดรฟ์ผมจะเป็นเทรดดิ้ง คนที่เข้าใหม่อยู่ในระบบโดยตรงจะค่อนข้างเยอะ 30-40 คน ซึ่งเป็นคนที่ทำตรงนี้โดยตรง เรียกว่าพอที่จะรับมือ และอีกส่วน หนึ่ง ในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์เองหนีไม่พ้นว่า ตัวบริษัทใหญ่ ๆ มีผลิตภัณฑ์เยอะ ๆ ก็ต้องทำ R&D ตลอด ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่าง Power Electronics ใช้เวลาประมาณ 5-10 ปีก็จะต้องมี Product Innovation ใหม่ ๆ ออกมา อย่างมอเตอร์เองถึงแม้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่บอกว่าเป็น Low Tech แล้ว แต่ว่าจริง ๆ มันก็ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาตลอด เพราะถ้าอยู่เฉย ๆ ก็จะล้าหลังไป ซึ่งตรงนี้ตัวเมืองนอกเอง หรือแม้แต่ทางซัพพลายเออร์ของเอบีบีเอง จะค่อนข้างแข็ง

ช่วยกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ABB หน่อยครับ ?

คือ ABB เราเองเป็นบริษัทนานาชาติ ซึ่ง ABB จะมีอยู่ 100 กว่าประเทศทั่วโลก แต่ละประเทศ อาจจะมีการดำเนินธุรกิจที่มีความแตกต่างกันบ้าง แต่ว่านโยบายหลัก ๆ ในเรื่องการผลิตสินค้าหรือมาตรฐาน เราคำนึงถึงในเรื่องของความปลอดภัย เราคำนึงถึงในเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงนี้จะเป็นนโยบายหลัก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตของ ABB จะอยู่ที่ประเทศใด ๆ ก็ตาม เราจะมีมาตรฐานร่วมกัน เพราะฉะนั้นเอง ไม่ว่าจะผลิตที่อินเดีย จะผลิตที่เมืองไทย หรือจะผลิตที่ยุโรปเองก็ดี เราให้ความมั่นใจกับลูกค้า ว่าเรามี Policy Guideline ที่ชัดเจน ในเรื่องของการผลิตสินค้าที่ออกสู่ตลาด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการทำงานเองก็ดี ในเรื่องของความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นพนักงานของบริษัทเอง จะต้องถูกระบุให้ตรวจสอบในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงาน คือเราต้องมั่นใจว่าพนักงานของเราจะทำงานด้วยความไม่ประมาท เหล่านี้เป็นต้น
.

และนี่คืออีกส่วนหนึ่งความสำเร็จของ ABB ซึ่งเป็น หนึ่ง ในผู้นำตลาดสินค้าอุตสาหกรรมทางด้าน Motor & Drive กับนโยบายหลักที่ชัดเจนในการดำเนินงาน และ ณ วันนี้สินค้าคุณภาพของ ABB ยังพร้อมที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการในตลาดอุตสาหกรรมที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง