เนื้อหาวันที่ : 2009-01-20 10:06:17 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1426 views

ธ.แสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มอง ศก.ไทยปี 52 โต 1.3% อาจเกิดเงินฝืดชั่วคราว

ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย)คาดเศรษฐกิจของไทยในปี 52 จะขยายตัวที่ระดับ 1.3% ภายใต้สมมุติฐานว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่า 1% และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน มี.ค.52 ส่วนปี 53 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวได้ดีขึ้น โดยคาดว่าที่ 2.5% การส่งออกเป็นบวกที่ 6%

ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย)คาดเศรษฐกิจของไทยในปี 52 จะขยายตัวที่ระดับ 1.3% ภายใต้สมมุติฐานว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่า 1% และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน มี.ค.52 ส่วนปี 53 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวได้ดีขึ้น โดยคาดว่าที่ 2.5% การส่งออกเป็นบวกที่ 6%

.

น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) คาดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 52 จะขยายตัวที่ระดับ 1.3% ภายใต้สมมุติฐานว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่า 1% และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน มี.ค.52 โดยในไตรมาสแรกของปีนี้จะมีอัตราการเติบโตติดลบ ส่วนในไตรมาสที่ 2 ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะมีอัตราเติบโตติดลบได้

.

หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ม.ค.ไปแล้ว 0.75% ในเดือน ก.พ.52 มีโอกาสที่จะปรับลดลงอีก 0.50% และในไตรมาส 2/52 จะมีโอกาสปรับลดลงอีก 2 ครั้งๆ ละ 0.25% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งปีมีโอกาสต่ำกว่า 1% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 40 ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1.25%

.

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะได้เห็นปรากฏการณ์ที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดชั่วคราว โดยอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 1/52 จะเริ่มติดลบ และติดลบต่อเนื่องอย่างน้อย 4 เดือน และจะลงลึกในช่วงไตรมาส 2/52 เนื่องจากฐานอัตราเงินเฟ้อ(CPI)ในช่วงเดียวปีก่อนมาจากปัจจัยสำคัญคือราคาน้ำมันที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.16 แสนล้านบาท ยังต้องใช้ระยะเวลาที่จะให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบอย่างเร็วที่สุดราวเดือน มี.ค.52

.

น.ส.อุสรา กล่าวอีกว่าเศรษฐกิจไทยปี 52 ที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 1.3% ได้รวมเอาผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกาศออกมาแล้วในการจัดทำงบกลางปีกว่า 1 แสนล้านบาท โดยคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 0.9% การส่งออกติดลบ 0.5% และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 1.8% คิดเป็น 5,800 ล้านดอลลาร์

.

ส่วนปี 53 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวได้ดีขึ้น โดยคาดว่าขยายตัวที่ 2.5% การส่งออกขยายตัวเป็นบวกที่ 6% แต่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังขาดดุล 2.5% คิดเป็น 6,800 ล้านดอลลาร์

.

ทั้งนี้ มีความเป็นห่วงปัญหาด้านแรงงานจากปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกและปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเป็นบวก แต่เป็นอัตราชะลอลง ดังนั้น จึงคาดว่าปี 52 จะเกิดปัญหาการว่างงานมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งมากกว่าช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 จึงเห็นว่ามาตรการการคลังที่รัฐบาลประกาศออกมาใช้จะเกิดประสิทธิมากขึ้น หากให้ความสำคัญในการกระตุ้นภาค Real Sector โดยเน้นที่ภาคการส่งออก การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม

.

"การที่รัฐบาลไม่ได้กังวลเรื่องการว่างงาน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง สิ่งที่รัฐบาลบอกอาจจะเป็นการมองโลกในแง่ดีมากเกินไป ที่พยายามกระตุ้นการบริโภคประชาชน แต่จริงๆแล้วภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงเป็นเรื่องจะถูกกระทบมากที่สุด และมีผลในวงกว้าง ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะมีปัญหาหนัก โดยเฉพาะการเลิกจ้าง ดังนั้นนอกจากสินเชื่อแล้ว ต้องมีมาตรการจูงใจอื่นๆ มากขึ้นอีก"น.ส.อุสรา กล่าว