เนื้อหาวันที่ : 2008-12-24 09:42:04 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 922 views

สหรัฐ เจอตอวิกฤตตลาดอสังหาฯซบเซา บ้านมือสองพ.ย.ดิ่ง 8.6% GDP ไตรมาส 3 หด

สมาคม นายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐโวยยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ย.ดิ่งลง 8.6% แตะระดับ 4.49 ล้านยูนิต หลังจากที่ยอดขายบ้านมือสองในเดือนต.ค.ร่วงลงสู่ระดับ 4.91 ล้านยูนิต สะท้อนถึงวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญภาวะฟองสบู่ตั้งแต่ช่วง 2 ปีก่อน

สมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนพ.ย.ดิ่งลง 8.6% แตะระดับ 4.49 ล้านยูนิต หลังจากที่ยอดขายบ้านมือสองในเดือนต.ค.ร่วงลงสู่ระดับ 4.91 ล้านยูนิต อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังลดลงน้อยกว่าที่ดิ่งลงถึง 10.6% เมื่อเดือนพ.ย.ปี 2550 ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญภาวะฟองสบู่ตั้งแต่ช่วง 2 ปีก่อน

.

นอกจากนี้ ราคาบ้านมือสองยังปรับตัวลดลงในเดือนที่ผ่านมา 13.2% จากปีก่อนมาอยู่ที่ระดับ 181,300 ดอลลาร์ สมาคมนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐระบุว่า "ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีแรงกดดันในช่วงขาลงอย่างรุนแรงอันเป็นผลจากยอดขายที่ตกต่ำจนทำให้ราคาบ้านซบเซา"

.

โดยจำนวนบ้านค้างสต็อกในช่วงสิ้นเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 0.1% แตะที่ 4.20 ล้านยูนิต ซึ่งจากยอดขายในเดือนพ.ย.นั้นทำให้เจ้าของโครงการต้องใช้เวลานานกว่า 11 เดือนเพื่อโละบ้านค้างสต็อกทั้งหมด  

.

ลอวร์เรนซ์ หยัน นักวิเคราะห์จาก NAR กล่าวว่า "วิกฤตการณ์ซบเซาในตลาดแรงงาน ตลาดหุ้น และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ตกต่ำในเดือนต.ค.และพ.ย.ล้วนส่งแรงกดดันให้ยอดขายบ้านปรับตัวลดลง"

.
สหรัฐเผย GDP ไตรมาส 3 หดตัว 0.5% หลังผู้บริโภคลดการใช้จ่าย

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ขั้นสุดท้าย หดตัวลง 0.5% ซึ่งทำสถิติดิ่งลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ของปีพ.ศ.2544 จากผลกระทบของยอดการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลง และการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ที่ซบเซา

.

โดยตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐร่วงลงแตะที่ 3.8% สวนทางกับที่ขยายตัว 1.2% ในไตรมาสก่อนหน้านี้ ขณะที่การใช้จ่ายด้านโครงการก่อสร้างบ้านร่วงลง 16.0% ซึ่งรุนแรงกว่าที่ลดลง 13.3% ในไตรมาสที่สองและยังทำสถิติดิ่งลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

.

อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น 3.0% หลังจากถีบตัวสูงขึ้น 12.3% ในไตรมาสที่สอง ขณะที่การนำเข้าสินค้าลดลง 3.5% หลังจากดิ่งลง 7.3% ในไตรมาสก่อนหน้านี้ ด้านการใช้จ่ายรัฐบาลพุ่งขึ้น 5.8% ซึ่งสูงกว่าระดับที่ขยายตัว 3.9% ในไตรมาสที่สอง

.

ทั้งนี้ ตัวเลขจีดีพีเป็นข้อมูลที่ชี้วัดมูลค่าสินค้าบริการภายในประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์หวั่นเกรงว่าตัวเลขจีดีพีจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้และไตรมาสแรกของปีหน้า นอกจากนี้ การที่จีดีพีสหรัฐปรับตัวลดลงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งให้ดาวโจนส์ปิดร่วงลงในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาด้วย สำนักข่าวซินหัวรายงาน