เนื้อหาวันที่ : 2008-11-20 14:59:11 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2932 views

ประเทศในเอเชียผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียนได้ 67% ในอนาคต

แผนการสนับสนุนพลังงานที่ยั่งยืนแห่งอนาคตของกรีนพีซระบุ ภายในพ.ศ. 2593 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ร้อยละ 67 โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งพลังงานนิวเคลียร์


เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีซทอดสมอบริเวณที่ตั้งกังหันลม ที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ในเดือนกรกฎาคม 2551 เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ อยู่ระหว่างการรณรงค์ หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน ในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อหยุดการขยายโรงไฟฟ้าถ่านหิน และผลักดันพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งเป็นทางออกที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แผนการสนับสนุนพลังงานที่ยั่งยืนแห่งอนาคตของกรีนพีซระบุ ภายในพ.ศ. 2593 ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ร้อยละ 67 โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมทั้งพลังงานนิวเคลียร์

รายงานเรื่อง "ปฏิวัติพลังงาน แผนการพลังงานโลกที่ยั่งยืน" จัดทำขึ้นโดยสภาพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป (European Renewable Energy Council-EREC) และกรีนพีซสากล(Greenpeace International) ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงานอย่างมุ่งมั่น สามารถสร้างอุตสาหกรรมที่มีเม็ดเงินราว 13 ล้านล้านบาทต่อปี

โดยที่ระบบพลังงานดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของโลกได้ครึ่งหนึ่ง ลดต้นทุนเชื้อเพลิงคิดเป็นเงินราว 630 ล้านล้านเหรียญบาท ขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องสภาพภูมิอากาศ แผนการปฏิวัติพลังงานนี้เสนอแนวทางในการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงาน

ทั้งนี้เพื่อรับประกันว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะเพิ่มได้สูงสุดภายในพ.ศ. 2558 และจะต้องลดปริมาณลงหลังจากนั้น เป้าหมายนี้สามารถบรรลุผลได้โดยที่รับรองว่าประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย และ ประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่ต้องนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ การลงทุนในด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดถือเป็นทางออกที่อย่างน้อยที่สุดได้ประโยชน์ถึง 3 ฝ่ายนั่นคือ ประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และ ผลดีต่อสภาพภูมิอากาศ

นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "รายงานฉบับนี้ยังแสดงถึงแนวทางในการสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในเอเชีย ในขณะเดียวกันก็ช่วยปกป้องคนรุ่นอนาคตจากภัยคุกคามของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย เราจำเป็นต้องมีนโยบายพลังงานที่เข้มแข็งและชัดเจนจากผู้นำประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตและการใช้พลังงาน"

นายธารากล่าวต่อไปว่า "มาตรฐานของประสิทธิภาพพลังงานที่รัดกุมนั้นสมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจ และชะลอความต้องการใช้พลังงานที่ขยายเพิ่มขึ้นทั่วโลก การประหยัดพลังงานในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม จะทำให้เกิดพื้นที่สำหรับการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดที่ขยายตัวมากขึ้นถึง 4 เท่าในภาคการผลิตไฟฟ้า ภาคการผลิตความร้อน และ ภาคขนส่งมวลชน ยังทำให้เราสามารถลดค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อคนจาก 4 ตันให้เหลือ 1 ตันต่อคนให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2593"
 
ทำไมเราจึงเลือกใช้ JFK ในวีดิโอนี้ 
โดยเฉพาะสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน การลงทุนในด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดถือเป็นทางออกที่อย่างน้อยที่สุดได้ประโยชน์ถึง 3 ฝ่ายนั่นคือ ประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และ ผลดีต่อสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่แผนการพลังงานที่ดำเนินไปตามปกติขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) มาพร้อมกับต้นทุนด้านสภาพภูมิอากาศและเศรษฐกิจ
 
 แผนการปฏิวัติพลังงานโลกฉบับนี้สร้างกรณีที่ชัดเจนของ การดำเนินการแบบไม่ธรรมดา มีการประมาณว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของเชื้อเพลิงถ่านหินที่ใช้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงพ.ศ. 2573 ว่าจะสูงถึง 15.9 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าต้นทุนที่นำไปใช้ภายใต้แผนการปฏิวัติพลังงานเสียอีก นอกจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟฟ้าโดยไม่ก่อให้เกิดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงไปจนถึงพ.ศ. 2573 แล้ว ยังขยายโอกาสด้านอาชีพ และช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลก

นายโอลิเวอร์ สคาฟเฟอร์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายของสภาพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป (EREC) กล่าวว่า "ตลาดพลังงานหมุนเวียนของโลกสามารถเติบโตในอัตราที่เป็นตัวเลข 2 เท่าจนถึงพ.ศ. 2593 และมีขนาดแซงหน้าอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลในปัจจุบัน ตลาดพลังงานหมุนเวียนในขณะนี้มีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท และขยายตัวเพิ่มขึ้น 2 เท่าในทุก 3 ปี"

"เนื่องจากการประหยัดในเชิงขนาด พลังงานหมุนเวียนอย่างเช่น พลังงานลมในพื้นที่ที่เหมาะสมนั้นมีความสามารถในการแข่งขันกับพลังงานแบบเดิมได้แล้ว และนับจากจากพ.ศ. 2558 เป็นต้นไป เรามั่นใจว่าพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดในทุกภาคส่วนจะมีศักยภาพในเชิงประสิทธิภาพของต้นทุนมากที่สุด

อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมีความพร้อมและสามารถที่จะสนับสนุนการปฏิวัติพลังงานให้เกิดขึ้นจริง อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ที่เรื่องของเทคนิค แต่เป็นอุปสรรคทางการเมืองที่จะสร้างภาคพลังงานของโลกขึ้นใหม่" นายโอลิเวอร์กล่าวเสริม