เนื้อหาวันที่ : 2008-10-21 11:42:13 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2134 views

ปลดล็อค! ผู้ชายชอบเครียด

ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวต่างกำลังคร่ำเคร่งกับการหารายได้มาดูแลครอบครัว แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ชายส่วนใหญ่ต่างมุ่งหวังที่จะสร้างความสุขให้กับคนที่รัก อยากมีเวลาที่จะกุ๊กกิ๊กกับภรรยา เพื่อเติมเต็มอีกด้านหนึ่งของชีวิต

ในภาวะที่น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง อาหารและข้าวของเครื่องใช้ดูจะมีราคาแพงขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา ผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวต่างกำลังคร่ำเคร่งกับการหารายได้มาดูแลครอบครัว แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ชายส่วนใหญ่ต่างมุ่งหวังที่จะสร้างความสุขให้กับคนที่รัก อยากมีเวลาที่จะกุ๊กกิ๊กกับภรรยา เพื่อเติมเต็มอีกด้านหนึ่งของชีวิต แต่ด้วยความเครียดที่มีผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและการงาน ชายกลุ่มหนึ่งอาจกำลังกังวลเรื่องน้องชายที่อาจเกิดอาการไม่เป็นใจขึ้นมาเสียดื้อๆ
 
นทดรนพ สมพล เพิ่มพงศ์โกศล แพทย์ประจำหน่วยระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยกรรม โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ทรรศนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ช่วงเวลาที่ผู้ชายเกิดความเครียดสูง จะด้วยเพราะเรื่องการงาน หรือการที่ต้องคิดกังวลตลอดเวลากับค่าน้ำมันที่ขึ้นๆ ลงๆ จะส่งผลต่อ ความสัมพันธ์ทางเพศ เช่น ปัญหาน้องชายไม่สู้ หรือสู้ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะสามารถนำมาซึ่งความกดดันทางความสัมพันธ์ทางจิตใจ

โดยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถส่งผลกระทบถึงผู้ชายหลายด้าน รวมถึงด้านความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่โรคซึมเศร้า และเป็นสาเหตุสำคัญในการหย่าร้างในที่สุด
 
ปัจจุบันพบโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายไทยสูงถึงร้อยละ 4218 ซึ่งพบโรคอีดีในผู้ชายไทยเพิ่มมากขึ้นตามสัดส่วนอายุ โดยพบโรคอีดีในชายที่มีอายุระหว่าง 40-49 ปี ประมาณร้อยละ 2339 ส่วนในผู้ชายที่มีอายุ 50-59 พบว่าเป็นโรคอีดี ร้อยละ 4779  ในขณะที่พบโรคอีดีสูงถึงร้อยละ 7695 ในผู้ชายไทยอายุระหว่าง 60-70 ปี
 
 
"ตามข้อมูลสถิติ พบว่ามีผู้ป่วยโรคอีดี จำนวนร้อยละ 1481 รู้สึกค่อนข้างไม่สะดวกที่จะที่ปรึกษาแพทย์ และจำนวนร้อยละ 1375 รู้สึกอึดอัดกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และมีเพียงร้อยละ 97 ที่รู้สึกค่อนข้างยินดีที่จะเปิดเผยและพูดคุยกับแพทย์  การเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยอีดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก จากประสบการณ์ของคุณหมอพบว่าในปัจจุบันคู่สมรสหรือผู้หญิงจะให้ความสนใจมากขึ้นต่อปัญหานี้"
 
คุณหมอสมพลให้ข้อคิดเพิ่มเติม และยังเน้นอีกด้วยว่าการได้รับกำลังใจจากภรรยานั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก "ในปัจจุบันผู้ป่วยโรคอีดีมักเริ่มต้นแก้ปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วยการออกกำลังกายถึงร้อยละ 7655 และมีผู้ป่วยโรคอีดี จำนวนร้อยละ 178 ที่ใช้ยารักษา ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่นิยมใช้ยาแก้โรคอีดีชนิดรับประทานคิดเป็นร้อยละ 7454 นอกจากนี้ผู้ป่วยมักจะจูงมือภรรยามาร่วมกันปรึกษามากขึ้น ทั้งนี้หากมีการร่วมใจและให้กำลังใจกันทั้งสองฝ่ายก็จะทำให้ผลการรักษาโดยการใช้ยานั้นได้ผลดียิ่งขึ้น"
 
ทราบดังนี้แล้ว ภรรยาที่คุณสามีประสบปัญหาโรคอีดีควรหันมาดูแลเอาใจใส่สามีของคุณ โดยการเปิดใจรับฟังปัญหา พูดคุย ให้กำลังใจ พร้อมทั้งจูงมือไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อร่วมแรงกันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลต่อคุณผู้ชายเพียงฝ่ายเดียว หากส่งผลโดยตรงกับความสัมพันธ์และความมั่นใจของคุณผู้หญิงด้วย เมื่อร่วมมือร่วมใจเพื่อแก้ไขป้องกันอย่างมั่นเหมาะแล้ว ก็มั่นใจได้เลยว่าช่วงเวลาแห่งวิกฤติน้ำมันในช่วงนี้ และไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรือวิกฤติใดๆ คุณทั้งคู่ก็จะสามารถผ่านพันไปด้วยความสัมพันธ์อันมั่นคง
 
 
ทั้งนี้ผู้ป่วยจากภาวะดังกล่าวสามารถขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคอีดีได้ ที่ “ศูนย์ข้อมูลสมรรถภาพชายมีไฟ” โทร 02-984-4222 หรือ wwwthai-edcliniccom
 
ขอบคุณข้อมูลจาก :บริษัท ไบเออร์ เชริง ฟาร์มา