เนื้อหาวันที่ : 2008-09-10 11:09:38 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1091 views

ทีเอ็นที เปิดตัวจุดเชื่อมต่อเครือข่ายที่สำคัญในศูนย์กลางสินค้าไฮเทคในเวียดนาม

ทีเอ็นที เอ็กซเพรส ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ครบวงจรชั้นนำระดับโลก เปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการนานาชาติและภายในประเทศแห่งใหม่ทางตอนเหนือของ กรุงฮานอยเวียดนาม รองรับธุรกิจขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ที่กำลังเติบโต

.

ทีเอ็นที เอ็กซเพรส ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วน ครบวงจรชั้นนำระดับโลก เปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการนานาชาติและภายในประเทศแห่งใหม่ทางตอนเหนือของ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินงานของทีเอ็นทีที่จะตอบรับกับความต้องการของผู้ประกอบการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่มีน้ำหนักมากที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างเวียดนาม และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงจีน และยุโรป เพื่อสร้างการเติบโต และขยายธุรกิจของทีเอ็นทีในภูมิภาค

.

ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมไหมดินห์ (My Dinh) ในเขตอำเภอ ตูเลียม (Tu Liem) ของกรุงฮานอย มีพื้นที่ทั้งหมด 1,200 ตารางเมตรและมีพนักงานประจำ 90 คน ที่จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน โดยศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในกรุงฮานอยที่มูลค่ากว่า 1 ล้านยูโร1 (ประมาณ 50.63 ล้านบาท) และเป็นหนึ่งในแผนการลงทุนของทีเอ็นทีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านยูโร (ประมาณ 5,063 ล้านบาท)

.

สำหรับการพัฒนาบริษัทในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในภูมิภาค การลงทุนของทีเอ็นที ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ เริ่มต้นขึ้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเมื่อทีเอ็นทีได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินของเครื่องบินขนส่งรุ่นโบอิ้ง 747-400 ER โดยทำการบินตรงจากศูนย์กระจายสินค้า ทางอากาศของทีเอ็นทีในเมือง Liege ประเทศเบลเยี่ยม สู่ประเทศสิงคโปร์เพื่อขนส่งสินค้า และ จะทำการบินต่อไปยังนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

.

มร. ออนโน บูทส์ กรรมการผู้จัดการทีเอ็นทีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "จากการที่เวียดนามตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเครือข่ายการขนส่งทางบกสายเอเชียของทีเอ็นที การเปิดศูนย์ปฏิบัติการนานาชาติและภายในประเทศของเราทางตอนเหนือของกรุงฮานอยนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตของทีเอ็นทีในภูมิภาคนี้"

.

โดยศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่จะดำเนินงานขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จำนวนมากกว่าร้อยละ 40 ของปริมาณสินค้าทั้งหมดที่มีการขนส่งเข้าและออกจากประเทศเวียดนาม ในขณะที่อัตราการเติบโตมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นด้วยตัวเลขสองหลักในอีกห้าปีข้างหน้า เนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้ เป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อเครือข่ายการขนส่งทางอากาศ และทางบกของทีเอ็นที

.

โครงการลงทุนดังกล่าวรวมถึงสำนักงานแห่งใหม่ของทีเอ็นทีในกรุงฮานอยซึ่งจะเปิดทำการในไตรมาสสี่ปีนี้ สินค้าที่มีการขนส่งผ่านประเทศเวียดนามจะถูกรวบรวมและดำเนินการที่ศูนย์ปฏิบัติการนานาชาติและภายในประเทศแห่งใหม่นี้ ก่อนที่จะถูกจัดส่งต่อไปยังประเทศจีนและประเทศสิงคโปร์ผ่านทางเครือข่ายการขนส่งสินค้าทางบกสายเอเชียของทีเอ็นที เพื่อการขนส่งทางอากาศต่อไปยังยุโรปและประเทศจีนด้วยเครื่องบินขนส่งโบอิ้ง 747-400 ER

.

ซึ่งจะทำการบินระหว่างสิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ และเมือง Liege สัปดาห์ละสามครั้ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของทีเอ็นทีในภูมิภาคนี้ จะช่วยเพิ่มรูปแบบในการบริการขนส่งสินค้าและพัสดุด่วนที่หลากหลายให้กับลูกค้าในเส้นทางการขนส่งระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และยุโรป หรือภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง รวมทั้งการให้บริการแบบครบวงจร (one-stop-shop)

.

สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งสินค้าประเภทใดหรือขนาดใดก็ตาม นอกจากนั้น การพัฒนาดังกล่าวนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในแผนการดำเนินงานของทีเอ็นทีที่จะสร้างความเป็นผู้นำด้วยการสร้างเครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมทุกความต้องการ การเชื่อมต่อของเครือข่าย และระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

.

"ศูนย์ปฏิบัติการนานาชาติและภายในประเทศแห่งใหม่ในกรุงฮานอย สามารถเพิ่มขีดความ สามารถในการรองรับการดำเนินงานขนส่งสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นถึง 4 เท่าของจำนวนสินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือมีน้ำหนักมาก ทั้งการขนส่งระหว่างประเทศ และภายในประเทศเวียดนามภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการแห่งเดียว นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการแห่งใหม่ ยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครือข่ายการขนส่งสินค้าทางบกในเอเชียของทีเอ็นทีด้วยเช่นกัน"

.

"การพัฒนาที่เหมาะสมนี้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าทีเอ็นทีจะสามารถช่วยรองรับการเติบโตของธุรกิจในกรุงฮานอย ซึ่งเป็นเมืองที่มีการลงทุนของแบรนด์ชั้นนำจำนวนมาก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของสินค้าประเภทไฮเทคในภูมิภาคนี้ และการเปิดตัวของศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้จึงนับเป็นโครงการแรกในแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเราสำหรับเวียดนามที่จะนำไปสู่การเติบโตใน อนาคต" มร. ออนโน กล่าวเสริม

.

ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์คนใหม่ที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับภูมิภาค ภายหลังจากการศึกษาโอกาสการเติบโตในภูมิภาคอย่างละเอียด ทีเอ็นทีจึงเริ่มดำเนินงานตามแผนงานที่ได้ตั้งไว้ เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย ศูนย์ปฏิบัติการนานาชาติและภายในประเทศของทีเอ็นทีใน กรุงฮานอยเป็นศูนย์ปฏิบัติการแห่งที่สามที่ได้เปิดตัวขึ้นในระยะเวลาเพียงแค่สามเดือน หลังจากที่ทีเอ็นทีได้เปิดตัวศูนย์กระจายสินค้านานาชาติ และทางบกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย และ ศูนย์คัดแยกสินค้าในประเทศสิงคโปร์

.

ทีเอ็นที ได้แต่งตั้ง มาริเคน ครุฟ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ โดยมีวัตถุ ประสงค์ที่จะกำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มาริเคน จะดูแลรับผิดชอบในการผลักดันปัจจัยในการสร้างการเติบโตของทีเอ็นที ให้เป็นแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างยั่งยืนในตลอดระยะเวลาห้าปีข้างหน้า

.

นอกจากนั้น มร. ออนโนยังกล่าวเสริมว่า "มาริเคน มีประสบการณ์อันยาวนานในด้านการดำเนินกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจ เธอมีบทบาทที่สำคัญในการระบุพื้นฐานการเติบโตที่สำคัญสำหรับตลาดในแต่ละแห่งของเรา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดภายในบริษัท มาริเคนมีส่วนช่วยผลักดันโครงการสำคัญหลายโครงการในสิงคโปร์ให้สำเร็จก่อนจะมาร่วมงานกับเราที่นี่ ซึ่งโครงการเหล่านั้นก็มีผลตอบรับที่ดี และเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มาริเคนจะมาร่วมสร้างการเติบโต และร่วมผลักดันความเป็นผู้นำให้กับทีเอ็นทีในภูมิภาคนี้"