เนื้อหาวันที่ : 2008-06-06 11:51:47 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1027 views

รมว.คลังอินโดนีเซียย้ำไม่ขึ้นราคาเชื้อเพลิงไตรมาสแรกปีนี้ แม้ราคาพุ่ง

นางศรี มัลยานี อินทราวตี รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียว่า รัฐบาลจะยังไม่ปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงที่ได้รับเงินอุดหนุนในปีนี้ แม้ว่าในช่วง 6 เดือนต่อจากนี้ น้ำมันดิบในประเทศจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หนังสือพิมพ์บิสนิส อินโดนีเซียรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของนางศรี มัลยานี อินทราวตี รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียว่า รัฐบาลจะยังไม่ปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงที่ได้รับเงินอุดหนุนในปีนี้ แม้ว่าในช่วง 6 เดือนต่อจากนี้ น้ำมันดิบในประเทศจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

.

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลได้ปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยเกือบ 30% เพื่อควบคุมการจ่ายเงินอุดหนุนด้านเชื้อเพลิง หลังจากราคาน้ำมันพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขงบประมาณที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาระบุว่า ในปีนี้รัฐบาลสามารถจ่ายเงินอุดหนุนด้านเชื้อเพลิงได้กว่า 135 ล้านล้านรูเปียห์ จากที่คาดการณ์ในเบื้องต้นที่ 45.8 ล้านล้านรูเปียห์

.

ทั้งนี้ เฉพาะเงินอุดหนุนด้านเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวนั้นมีสัดส่วนเกือบ 14% ของตัวเลขการใช้จ่ายของรัฐบาลในปีนี้ จากการทบทวนตัวเลขงบประมาณสามารถสรุปได้ว่า ราคาน้ำมันดิบอินโดนีเซีย (ICP) จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบกับราคาเบื้องต้นที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบในอินโดนีเซียจะต่ำกว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกประมาณ 5 ดอลลาร์

.

"หากราคาเฉลี่ยของ ICP ระหว่างเดือนมิ.ย.-ธ.ค.2551 อยู่ที่ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตัวเลขงบประมาณจะยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ขณะที่ยอดขาดดุลจะอยู่ต่ำกว่าระดับ 2.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ" นางอินทราวตีกล่าว

.

เงินอุดหนุนเชื้อเพลิงอาจพุ่งขึ้นไปแตะที่ 198.7 ล้านล้านรูเปียห์ แต่รัฐบาลจะใช้มาตรการด้านนโยบายการคลังและนโยบายอื่นๆเพื่อควบคุมตัวเลขงบประมาณ มากกว่าที่จะใช้มาตรการปรับขึ้นราคาน้ำมัน

.

นอกจากนี้ รมว.คลังอินโดนีเซียกล่าวว่า ทางเลือกของรัฐบาลที่อาจนำมาใช้นั้นจะรวมถึงการปรับลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงที่ได้รับเงินอุดหนุน ซึ่งขณะนี้สูงขึ้นถึง 38.9 ล้านกิโลลิตร จากระดับคาดการณ์เบื้องต้นที่ 35.5 ล้านกิโลลิตร

.

สำนักข่าวธอมสัน ไฟแนนเชียลรายงานว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ราคาเฉลี่ยของ ICP อยู่ที่ระดับ 104.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงพุ่งขึ้นแตะ 13 ล้านกิโลลิตร