เนื้อหาวันที่ : 2008-04-01 14:29:55 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 690 views

คอนวูด เปิดกลยุทธ์ดันยอดปี 51 โต 9% รุกสร้างแบรนด์ลุยตลาดส่งออก

"คอนวูด" เปิดแผนธุรกิจปี 51 ตั้งเป้ายอดขายแตะ 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9% พร้อมวาง 4 กลยุทธ์ตลาดมุ่งสร้าง "แบรนด์" เน้นรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มช่องทางขายใหม่ เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเสริมศักยภาพบุคลากร เผยลุยตลาดส่งออกเต็มรูปแบบ มั่นใจขึ้นแท่นผู้นำตลาดวัสดุทดแทนไม้ภายใน 5 ปี

"คอนวูด" เปิดแผนธุรกิจปี 51 ตั้งเป้ายอดขายแตะ 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9% พร้อมวาง 4 กลยุทธ์ตลาดมุ่งสร้าง "แบรนด์" เน้นรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มช่องทางขายใหม่ เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเสริมศักยภาพบุคลากร เผยลุยตลาดส่งออกเต็มรูปแบบ มั่นใจขึ้นแท่นผู้นำตลาดวัสดุทดแทนไม้ภายใน 5 ปี

.

.

.

นายสุทธิพันธ์ วัชโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนวูด จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์วัสดุทดแทนไม้ชั้นนำของประเทศไทย ในเครือบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกลยุทธ์การตลาดในปี 2551 ว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์สินค้าคอนวูดต่อไป โดยแผนธุรกิจของคอนวูด จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1.แผนการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มลูกค้าเดิม เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดวัสดุทดแทนไม้ 2.แผนขยายตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย 3.แผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และประยุกต์ใช้สินค้าที่มีอยู่แล้วในรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างจากเดิม และ 4.แผนการพัฒนาบุคลากรทางการตลาดและการขายให้มีศักยภาพมากขึ้น

.

"ในปีที่ผ่านมา บริษัท มีรายได้จากการขาย 765 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี 2549 ที่มียอดขาย 735 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 5% ขณะที่ในปี 2551 บริษัทฯ คาดว่าจะมียอดขายรวมทั้งปีอยู่ที่ 835 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 9% โดยจะทำตลาดต่างประเทศเต็มรูปแบบ และตั้งเป้าการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศประมาณ 12 ล้านบาทจากยอดขายทั้งหมดของคอนวูด ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงยึดเป้าหมายเดิมที่ อีก 5 ปี ข้างหน้า แบรนด์ของคอนวูด จะเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค และก้าวสู่ความเป็นผู้นำตลาดที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น" นายสุทธิพันธ์ กล่าว

.

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ตลาดวัสดุทดแทนไม้ ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมใหม่ ที่เหมือนไม้ธรรมชาติพร้อมใช้งานได้หลากหลายโดยไม่มีขีดจำกัด โดยมีมูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 30 ล้านตารางเมตร โดยคอนวูดมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 10% ทำให้ภาวะการแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ผู้ผลิตแต่ละค่ายต่างชูกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

.

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอนวูด กล่าวอีกว่า นอกจากการมุ่งสร้างแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักแล้ว บริษัทฯ ยังเสริมการตลาดด้วยการใกล้ชิดกับเจ้าของบ้านให้มากขึ้น รวมทั้งกลุ่มสถาปนิก และเจ้าของโครงการ ซึ่งจะเน้นการอธิบายถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเป็นผู้นำทางด้านราคา

.

ด้านนายปมุข ศุภสาร ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและกิจกรรมการตลาด บริษัท คอนวูด จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะรุกสร้างแบรนด์สินค้าให้ติดตลาด โดยเน้นให้ความสำคัญกับการสื่อสารเรื่องของมูลค่าของตัวผลิตภัณฑ์เป็นหลัก รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กรควบคู่ไปด้วย และจะกระตุ้นให้เกิดการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับการจัดสัมมนา หรือเขียนบทความเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

.

"คอนวูด ยังเร่งรัดการเสริมสร้างความรู้ทางด้านเทคนิคของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับบุคลากรทุกคน อีกทั้งยังได้ค้นคว้าวิจัย เพื่อหาทางปรับปรุงคุณภาพ รูปลักษณ์ ของผลิตภัณฑ์ ทั้งขนาด สี และรูปแบบการนำไปใช้งาน ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา" นายปมุข กล่าว

.

ทั้งนี้ สินค้าของคอนวูด แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ กลุ่มสินค้าที่ใช้เฉพาะที่ (Specialty Products) ได้แก่ไม้เชิงชาย ไม้ระแนง ไม้บัวพื้น และกลุ่มสินค้าที่ใช้ในการตกแต่ง เช่น ไม้ผนังบังใบ ไม้พื้น ไม้ฝา ไม้บันได ไม้ตกแต่งผนัง ไม้รั้ว รวมถึงกลุ่มสินค้าใหม่สำหรับตกแต่งภายในภายนอกบ้านและอาคาร อาทิเช่น ไม้บังตา ไม้มอบ ไม้จบบัว ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหลังนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงนวัตกรรมใหม่ ที่เหมือนไม้ธรรมชาติพร้อมใช้งานได้หลากหลายโดยไม่มีขีดจำกัด

.

ขณะที่ นายธงชัย กมลพัฒนะ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท คอนวูด จำกัด กล่าวว่า มั่นใจว่ายอดขายในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ระดับ 9% โดยจะขยายสัดส่วนรายได้จากเอเย่นต์ไปยังการขายตรงเข้าสู่โมเดิร์นเทรดอย่างโฮมโปรและโฮมเวิร์ค ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางขาย และในปีนี้บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าขยายจุดขายไปสู่กลุ่มเจ้าของบ้านเพิ่มจาก 37 สาขาเป็น 47 สาขา โดยสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

.

สำหรับลูกค้ากลุ่มเอเย่นต์นั้น บริษัทฯ มีที่ปรึกษาการขายฝ่ายโครงการในการช่วยวางสเป็คสินค้าและส่งมอบรายชื่อโครงการให้กับเอเย่นต์เพื่อดำเนินการต่อ ซึ่งจะช่วยให้การขายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

.

ด้าน นายมนตรี ค้ำโพธิ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คอนวูด จำกัด กล่าวถึงแผนการพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2551 ว่า จะแบ่งออกเป็น 5 มิติ ประกอบด้วย การดูแลสิ่งแวดล้อม การพัฒนากระบวนการผลิตและเทคโนโลยี การเก็บข้อมูลความต้องการของลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ การเข้าหาเอเย่นต์และลูกค้าโดยตรง รวมทั้งการตั้งทีมสนับสนุนทางเทคนิคเพื่อให้บริการหลังการขาย สุดท้ายคือ การสร้างแบรนด์ คอนวูดให้เป็นที่ยอมรับ

.

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้นั้น ทางบริษัทฯ จะเน้นผลิตภัณฑ์ที่ทำสีสำเร็จจากโรงงานโดยผลิตภัณฑ์ประเภทแรกที่ออกมาสู่ตลาดได้แก่ ไม้เชิงชายสีสำเร็จ ไม้พื้นหน้ากว้าง 12 นิ้ว ไม้พื้นและไม้บันไดแบบสีสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าชุดสำเร็จรูป การออกผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะทำควบคู่ไปกับการขยายกำลังการผลิต