เนื้อหาวันที่ : 2008-03-28 13:48:18 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 563 views

ก.พลังงาน ระดมสมองรุกมาตรการประหยัดพลังงานภาคประชาชนรอบด้าน

ก.พลังงาน ระดมสมอง บรรเทาวิกฤตราคาน้ำมันแพง รุก มาตรการประหยัดพลังงานภาคประชาชนรอบด้าน ก่อนเข้าสู่ช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะมีสถิติสูงสุด (Peak) ของปี 51 พร้อมเตรียมมาตรการระยะยาว ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน

ก.พลังงาน ระดมสมอง บรรเทาวิกฤตราคาน้ำมันแพง รุก มาตรการประหยัดพลังงานภาคประชาชนรอบด้าน ก่อนเข้าสู่ช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะมีสถิติสูงสุด (Peak) ของปี 51 พร้อมเตรียมมาตรการระยะยาว ผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน มั่นใจเพิ่มเป้าหมายการประหยัดพลังงานในภาพรวม อย่างน้อย 20% ในอีก 4 ปี

.

พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ (26 มี.ค.51) กระทรวงพลังงานได้เรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมสมองหารือถึงมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเร่งมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังและรวดเร็ว รวมทั้งให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า ที่กำลังเข้าสู่ช่วงที่จะมีสถิติการใช้สูงสุด (Peak)

.

โดยในปีนี้ พบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ระดับ 22,112.1 เมกะวัตต์ (เมื่อวันที่ 19 มี.ค.51 ที่ผ่านมา) ซึ่งใกล้เคียงกับ Peak สูงสุดเมื่อปี 2550 ที่ระดับ 22,586.1 เมกะวัตต์ โดยจากการพยากรณ์ Peak ของปี 2551 จะอยู่ในช่วงตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. ถึง ต้นเดือน พ.ค.

.

ทั้งนี้ จากการหารือในที่ประชุมฯ กระทรวงพลังงานสามารถสรุปมาตรการประหยัดพลังงาน ได้แก่ มาตรการระยะสั้น หรือมาตรการเฉพาะหน้าที่เริ่มได้ทันที และเห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่การสนับสนุนให้ภาคประชาชน/ชุมชน ช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง จะเน้นแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 และใช้เครื่องปรับอากาศอย่างถูกวิธี มีการล้างเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ

.

ส่วนหากเป็นหลอดไฟฟ้าอยากให้เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้าเบอร์ 5 ทั้งที่เป็นหลอดตะเกียบ และหลอดผอมมาก (T5) นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามานี้ ประชาชนที่จะต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอม กระทรวงพลังงานจะรณรงค์และเชิญชวนให้มีการวางแผนการเดินทาง และตรวจสอบสภาพรถยนต์ เพื่อใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

.

มาตรการระยะกลางที่เริ่มได้ทันทีเช่นกัน ได้แก่ มาตรการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน โดยผ่านกลไกกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจะเข้ามาช่วยสนับสนุนทางการเงิน โดยอาจมีรูปแบบคล้ายกับการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม อาทิ โครงการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน โครงการสิทธิประโยชน์ทางภาษี Tax-incentive และ โครงการ DSM-Bidding

.

โดยอาจนำข้อดีของทุกโครงการมาผสมผสานกัน แต่จะเน้นให้ภาคประชาชนรายย่อยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งเรื่องดังกล่าวมอบให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รับไปพิจารณาดำเนินการในรายละเอียดต่อไป ก่อนจะมานำเสนออีกครั้งในสัปดาห์หน้า

.

มาตรการระยะยาว มุ่งเน้นผลักดันกฎกระทรวงเกี่ยวกับการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน หรือ Energy Building Code และการบังคับใช้การติดสลากแสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (สลากเบอร์ 5) ซึ่งปัจจุบันยังไม่บังคับติด (มีเฉพาะไทยและมาเลเซียเท่านั้นที่มีสลากแสดงประสิทธิภาพแต่ไม่บังคับติด) โดยกระทรวงพลังงานจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค คาดว่าจะออกระเบียบบังคับใช้ภายในเดือน เม.ย. หรือ พ.ค.นี้

.

"การที่เรียกทุกหน่วยงานเข้ามาระดมสมองในเรื่องมาตรการประหยัดพลังงานในวันนี้ เพื่อต้องการเร่งด้านการประหยัดพลังงาน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวงพลังงานได้มีเป้าหมายประหยัดพลังงานในภาพรวม ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 ภายใน 4 ปีข้างหน้า แทนที่ร้อยละ 11 ในเป้าหมายเดิม ซึ่งคาดว่าจะประหยัดเงินตราต่างประเทศได้ปีละ 160,000 ล้านบาท" พลโทหญิง พูนภิรมย์กล่าว

.

พลโทหญิง พูนภิรมย์ กล่าวเพิ่มว่า ได้กำชับให้ทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เร่งรัดนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอาทิตย์ ให้เข้าระบบโดยเร็ว เพื่อให้มีเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำ ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งกำชับให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดูแลการบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

.

ส่วนสถานการณ์ในเรื่องราคาน้ำมันนั้น ได้รับรายงานจาก สนพ. ว่าราคาน้ำมันดิบ ดูไบ และราคาน้ำมันสำเร็จรูป ที่สิงคโปร์ได้อ่อนตัวลง โดยจะขอดูแนวโน้มตลาดอีกสักระยะหนึ่ง และเชื่อว่าทางปตท. จะสามารถปรับลดราคาน้ำมันลดได้ โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์