เนื้อหาวันที่ : 2008-03-17 08:51:21 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 527 views

มิตซูบิชิ ส่ง ปาเจโร ลุยตลาดเมืองไทย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่น EXCEED สู่ตลาดเมืองไทย ชูแนวคิด "Pride of Prestige" หวังกระตุ้นตลาดรถยนต์ SUV

.

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่น EXCEED สู่ตลาดเมืองไทย ชูแนวคิด  Pride of Prestige หวังกระตุ้นตลาดรถยนต์ SUV เคาะราคาขาย 3,950,000 บาท

.

มร.มิจิโร่ อิมาอิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นใหม่ สู่ตลาดเมืองไทย หลังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้ากว่า 170 ประเทศทั่วโลกด้วยยอดขายรวมกว่า 2.5 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกของโลกในปี 2525 โดยจะแนะนำรุ่น EXCEED ซึ่งมาพร้อมแนวคิด Pride of Prestige ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบความหรูหราและความสะดวกสบายของรถ SUV

.

"เราเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2534 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยสามารถสร้างบันทึกที่น่าภาคภูมิใจด้วยยอดการจำหน่ายกว่า 4,500 คัน ซึ่งลูกค้าปาเจโรส่วนใหญ่คือบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตที่ให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว เป็นผู้ที่มุ่งมั่นในความสำเร็จ ซึ่งผมเชื่อว่า มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ จะเป็นยนตรกรรมที่จะสามารถตอบสนองความต้องการ รวมทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้กับลูกค้ากลุ่มนี้อย่างแน่นอน มร.อิมาอิ กล่าว

.

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้คิดค้นรวมทั้งพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อมากว่า 70 ปี นับตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการผลิต PX-33 ซึ่งเป็นรถต้นแบบของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ในปี 2479 ก่อนจะพัฒนามาสู่การผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร คันแรกในปี 2525 ซึ่งนับรวมจนถึงปัจจุบัน มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการปรับเปลี่ยนโฉมมาแล้วถึง 3 ครั้ง

.

มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกในฐานะยนตรกรรมที่เพียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมทั้งในด้านการใช้งานแบบออฟโรด พร้อมสมรรถนะและความสะดวกสบายแบบรถซีดานในการขับขี่บนถนนทั่วไป โดยได้รับการถ่ายทอดสมรรถนะและความทนทานทางด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์จากการแข่งขันแรลลี่สุดหฤโหดระดับโลกอย่างดาการ์

.

ซึ่งมิตซูบิชิได้ส่งปาเจโร เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกในปี 2526 และใช้ความพยายามเพียง 3 ปี ก็สามารถคว้าชัยในการแข่งขันสุดหฤโหดดังกล่าวมาได้ และนับจากนั้นเป็นต้นมา นักแข่งและรถแข่งของมิตซูบิชิได้เข้าไปคว้าชัยชนะจากการแข่งขันมาแล้วถึง 12 สมัย โดยเป็นการชนะอย่างต่อเนื่องถึง 7 สมัย พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและความแข็งแกร่งทนทานของมิตซูบิชิ ปาเจโร ได้เป็นอย่างดี

.

สำหรับมิตซูบิชิ ปาเจโร EXCEED ถือเป็นรุ่นที่ 4 ของมิตซูบิชิ ปาเจโร ที่มาพร้อมความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ของปาเจโรทั้ง 3 รุ่นกับการออกแบบใหม่เพื่อให้ได้มาซึ่งยนตรกรรม SUV ที่เพียบพร้อม รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นและสะดุดตาด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ที่ดูสง่า พร้อมการออกแบบเพื่อเสริมความหรูหรา และสะท้อนรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้ยิ่งกว่าเดิม

.

อาทิ ไฟหน้าแบบ HID พร้อมระบบปรับระดับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติตามน้ำหนักการบรรทุก ระบบล้างไฟหน้า ระบบเซ็นเซอร์ควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยกระจกมองข้างแบบมุมกว้างและระบบไล่ฝ้าพร้อมติดตั้งสัญญาณไฟเลี้ยวในตัว เหนือระดับด้วยไฟส่องสว่างใต้กระจกมองข้าง เพิ่มความสว่างของพื้นที่บริเวณขึ้นลงรถ ซันรูฟหลังคาแบบกระจกสามารถเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า รวมทั้งกระจกแบบกรองแสงสีเข้ม สำหรับผู้โดยสารตอนที่ 2-3 และกระจกบังลมหลัง

.

การตกแต่งภายในเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความประนีตด้วยโทนสีเบจ พร้อมการตกแต่งแบบลายไม้ แผงหน้าปัดออกแบบขึ้นใหม่ในสไตล์หรูร่วมสมัย พร้อมการวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง ด้วยชุดมาตรวัดพร้อมจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ (Center Information Display) แสดงสถานะ การทำงานของระบบต่าง ๆ ของตัวรถพร้อมชุดควบคุมเครื่องเสียงและชุดควบคุมอุณหภูมิ พวงมาลัยเป็นแบบ 4 ก้าน หุ้มหนัง ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ(Cruise Control) และระบบควบคุมการทำงานของเครื่องเสียงในตัว ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วอัตโนมัติและควบคุมเครื่องเสียงได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

.

.

ยิ่งไปกว่านั้น มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ ยังได้รับการออกแบบห้องโดยสารให้มีพื้นที่กว้างขวางสามารถปรับขยายพื้นที่ภายในให้เพียงพอต่อสัมภาระรองรับทุกการเดินทาง เบาะผู้ขับและผู้โดยสารคู่หน้าปรับตำแหน่งด้วยสวิชต์ไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง พร้อมฮีตเตอร์ และระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถแบ่งพับและยกขึ้นได้ในอัตราส่วน 60:40 เพื่อเพิ่มอรรถประโยชน์ในการใช้สอย เช่นเดียวกับเบาะนั่งแถวที่ 3 ซึ่งสามารถพับเก็บซ่อนไว้ในช่องสัมภาระที่พื้นห้องโดยสารได้ หรือถอดออกเมื่อต้องการใช้พื้นที่ช่องสัมภาระเพื่อเก็บสัมภาระอื่นๆ และด้วยระบบเครื่องเสียงระดับ HI-END Rockford Acoustic Design กับการตกแต่งภายในที่เหนือกว่า จึงทำให้มิตซูบิชิปาเจโรเป็นรถ SUV ระดับพรีเมียม มาตรฐานโลก ที่เพียบพร้อมด้วยคุณลักษณ์อันโดดเด่นเพื่อการขับเคลื่อนอันเหนือระดับในทุกสภาพถนน

.

มิตซูบิชิ ปาเจโร EXCEED ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 3.8 ลิตร V6 SOHC 24 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ INVECS-II Sportronic ให้พละกำลังสูงสุดถึง 250 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 33.6 กก.-ม.ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 2,750 รอบ/นาที ถ่ายทอดพละกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWC (ALL WHEEL CONTROL) แบบ SUPER SELECT 4WD-II (SS4-II) มีรูปแบบการทำงานให้เลือกถึง 4 โหมดคือ 2H ขับล้อหลังในสภาพถนนทางเรียบปกติ 4H ขับเคลื่อนสี่ล้อเมื่อสภาพอากาศไม่ดี ถนนเปียกลื่นแต่ต้องใช้ความเร็วสูง 4HLc ขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมเซ็นเตอร์ ดิฟล็อก

.

สำหรับการขับขี่ในสภาพโคลนเลน หรือบนพื้นถนนที่ลื่น น้ำท่วม และ 4LLc ขับเคลื่อนสี่ล้อ ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อปีนป่ายไปในสภาพเส้นทางทุรกันดาร พร้อมด้วย Active Stability & Traction Control (ASTC) พัฒนาการอีกขั้นแห่งวิศวกรรมยานยนต์ ด้วยการใช้ระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์อัจฉริยะ เพื่อควบคุมการกระจายกำลังของเครื่องยนต์และน้ำหนักการกดเบรกไปที่ล้อแต่ละล้อ รวมทั้งควบคุมการเลี้ยวเพื่อรักษาเสถียรภาพการควบคุม แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้นด้วยโครงสร้างตัวถัง แบบ monocoque เป็นชิ้นเดียวกับแชสซีส์แบบ ladder frame รองรับระบบช่วงล่างอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมคอยล์สปริง มาพร้อมโครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้าและฝากระโปรงอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแกร่งครบครัน

.

มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบถุงลมนิรภัย 2 ระดับ สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า ที่จะทำหน้าที่ปกป้องผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าจากการกระแทกทันที พร้อมระบบคอมพิวเตอร์วัดระดับแรงกระแทกเพื่อปล่อยถุงลมนิรภัยให้พองตัวในระดับที่ถูกต้องแม่นยำ 2 ระดับเพื่อความปลอดภัยสูงสุด พร้อมถุงลมนิรภัยและม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างในกรณีที่มีการชนปะทะจากด้านข้าง และระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่ทำให้มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้ 6 ดาว จากการทดสอบการชนของสถาบันด้านความปลอดภัยรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น (JNCAP)

.

มิตซูบิชิ ปาเจโร มี 3 สีให้เลือก คือ สีบรอนซ์เงิน สีขาวมุก และสีดำ พร้อมราคาจำหน่ายที่ 3,950,000 บาท โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทดสอบรถได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 1800 900 009 (โทรฟรี 24 ชม. เฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน) หรือสัมผัสความเหนือระดับของ มิตซูบิชิ ปาเจโร Pride of Prestige ได้ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 29 ที่บูธ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย หมายเลข A8 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ได้ในระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 6 เมษายน 2551 นี้