เนื้อหาวันที่ : 2008-03-10 13:41:50 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 573 views

ไพลอน มั่นใจรัฐบาลใหม่หนุนงานรับเหมาคึกวางเป้าปั๊มรายได้โต

"บดินทร์ แสงอารยะกุล" มั่นใจปีนี้ PYLON ปั๊มรายได้โต 50% ทะลุ 500-550 ลบ.สำเร็จ หลังมองปีนี้สถานการณ์งานฐานรากดีขึ้น จากรัฐบาลเริ่มเดินเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามนโยบาย หนุนงานโครงการขนาดใหญ่ทั้งรัฐ-เอกชนเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงท้ายของปี พร้อมเดินทางลุยงานภาคเอกชนเสริมงานรัฐ

.

"บดินทร์ แสงอารยะกุล" มั่นใจปีนี้ PYLON ปั๊มรายได้โต 50% ทะลุ 500-550 ลบ.สำเร็จ หลังมองปีนี้สถานการณ์งานฐานรากดีขึ้น จากรัฐบาลเริ่มเดินเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามนโยบาย หนุนงานโครงการขนาดใหญ่ทั้งรัฐ-เอกชนเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงท้ายของปี พร้อมเดินทางลุยงานภาคเอกชนเสริมงานรัฐ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและควบคุมต้นทุนการผลิตต่อเนื่องจากปี 50 ที่ประสบความสำเร็จหนุนกำไรจากผลประกอบการปกติโตได้กว่า 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้มีงานน้อย-การแข่งขันรุนแรง

.

นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) PYLON เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจรับเหมาวางฐานรากในปี 2551 ว่าภาพรวมของตลาดจะปรับตัวดีจากปี 2550 มากพอสมควร ทั้งปริมาณงานและการแข่งขัน เนื่องจากเชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายที่ได้วางไว้ ส่งผลให้มีการเร่งผลักดันงานออกสู่ตลาดมากขึ้น

.

โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ในขณะเดียวกันคาดว่าภาคเอกชนจะมีโครงการออกมามากเช่นกันเมื่อการเมืองมีความชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีปริมาณงานเข้าสู่ตลาดมากขึ้น จะทำให้การแข่งขันที่สูงในปี 2550 ลดความรุนแรงลง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อทั้ง PYLON และผู้ประกอบการรายอื่น เพราะจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ปรับตัวดีขึ้นด้วย

.

"เชื่อว่าในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี งานภาครัฐจะทยอยไหลลงสู่ตลาด รวมทั้งงานรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในขณะที่ภาคเอกชนคาดว่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมออกมามากขึ้น ซึ่งจะทำให้การแข่งขันลดความร้อนแรงลง ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทุกราย ทำให้มาร์จิ้นปรับตัวดีขึ้นด้วย"นายบดินทร์กล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคาดว่าจะเริ่มมีงานเข้ามาตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

.

นายบดินทร์ แสงอารยะกุล

กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน)

.

ดังนั้นในช่วงครึ่งปีแรกการแข่งขันในตลาดจึงอาจจะยังมีอยู่บ้าง บริษัทฯ จึงยังเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพื่อให้รับมือกับการแข่งขันที่ยังมีอยู่ในตลาดได้อย่างคล่องตัว รวมถึงควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น ยังเพิ่มการให้บริการกับลูกค้า ในลักษณะให้บริการคำแนะนำ คำปรึกษาเพิ่มเติมด้านฐานราก รวมทั้งขยายการรับงานด้านฐานรากให้เต็มรูปแบบมากขึ้น นอกเหนือจากการให้บริการด้านเสาเข็มเจาะ

.

โดยจะขยายบริการในด้านการก่อสร้างงานชั้นใต้ดินด้วย พร้อมกันนี้ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของบริษัทที่ยังคงโดดเด่นเหนือผู้ประกอบการรายอื่น ทำให้ PYLON ได้รับการยอมรับจากลูกค้า สามารถรักษาผลประกอบการที่เป็นกำไรไว้ได้ แม้ว่าการแข่งขันจะรุนแรงและตลาดมีงานน้อยลง

.

นายบดินทร์กล่าวต่อว่า การปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าจะผลักดันให้แนวโน้มผลประกอบการของ PYLON ในปีนี้เติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาได้ โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% มาอยู่ที่ 500-550 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดคาดว่าจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นจาก 15% มาอยู่ที่ระดับ 20-25% ได้สำเร็จ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากปี 50 เช่นเดียวกัน จากการแข่งขันที่ลดลง ส่วนจะมากน้อยขึ้นกับปัจจัยราคาเหล็กเส้นและน้ำมัน แต่มั่นใจว่ากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอนตามทิศทางรายได้ที่เพิ่มขึ้น

.

ทั้งนี้ PYLON รายงานผลประกอบการในปี 2550 ในปีที่ผ่านมา มีรายได้จากงานฐานรากอยู่ที่ 377.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.34 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.04% เมื่อเทียบกับปี 49 หลังจากได้ปรับแผนธุรกิจโดยหันไปให้ความสำคัญกับลูกค้าภาคเอกชนเพิ่มขึ้น จนทำให้งานในส่วนเสาเข็มเจาะยังเติบโตได้แม้ว่าภาวะตลาดโดยรวมปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.13 ล้านบาท ลดลงจากปี 49 ที่มีกำไร 18.06 ลบ. เนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 11.83 ล้านบาท

.

ซึ่งหนี้ดังกล่าวบริษัทยังคงติดตามกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด และมีโอกาสที่จะได้รับชำระคืนเช่นกัน ทั้งนี้หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ผลการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้นกว่า 24% เมื่อเทียบกับปี 2549 และเพื่อตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น บริษัทฯได้ประกาศจ่ายปันผลประจำปี 2550 ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท หรือ 80% ของกำไรสุทธิ โดยมีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2551