เนื้อหาวันที่ : 2008-02-29 17:21:03 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1595 views

อุตสาหกรรมก่อสร้างอ่วม ต้นทุนพุ่งสวนทางราคากลางประมูลงาน

สมาคมอุตสฯ ก่อสร้างไทย เผยราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กเส้น ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 10-20% จากการเก็งกำไรและการซื้อล่วงหน้า ส่งผลให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เป็นแรงกดดันให้กำไรของอุตสากรรมโดยรวมปรับตัวลดลง

นายดนุช ยนตรรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คริสเตียนี่และนีลเส็น(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) และกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า หลังจากราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กเส้น ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 10-20% จากการเก็งกำไรและการซื้อล่วงหน้า ส่งผลให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เป็นแรงกดดันให้กำไรของอุตสากรรมโดยรวมปรับตัวลดลง ขณะที่ปี 2550 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.5% เท่านั้น

.

 ทั้งนี้ราคาวัสดุก่อสร้างในตลาดโลกปรับตัวอย่างรวดเร็ว แต่ราคากลางของค่าก่อสร้างในประเทศไทยไม่ได้มีการปรับตาม บริษัทรับเหมาก่อสร้างจึงประสบปัญหาราคากลางที่ไม่สะท้อนราคาจริงในปัจจุบัน เนื่องจากราคาถูกตั้งไว้ล่วงหน้าก่อนทำการประมูล และเมื่อมีการเปิดประมูล ราคาก็ปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

.

อย่างไรก็ตามจากที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจค คาดว่าจะทำให้ปี 2551 นี้ อุตสาหกรรมการก่อสร้างจะต้องการใช้เหล็กเส้นประมาณ 1.1 ล้านตัน ซึ่งหากเดินหน้าดำเนินการจริง ผู้ประกอบการต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะสามารถปรับราคาได้หรือไม่ "ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างในปี 2550 ที่ผ่านมา มีการแข่งขันกันรุนแรง เพราะงานก่อสร้างของภาครัฐมีน้อย

.

ส่วนแนวโน้มปี 2551 นี้ยังมีแข่งขันรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจัยราคาวัสดุก่อสร้างก็ยังพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะยังไม่ดีจริง ปัจจุบันบริษัทมีงานอยู่ในมือมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งปีหากสามารถมีรายได้ที่ 5,000 ล้านบาท ก็ถือว่าพอใจแล้ว จากปี 2550 ที่ทำได้ 6,300 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากงานภาคเอชน 90%" นายดนุช กล่าว 

.

ที่มา : แนวหน้า