เนื้อหาวันที่ : 2008-02-19 14:20:46 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1326 views

เสนาฯ หวังรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ลุยแคมเปญหวังเร่งกำลังซื้อ

บิ๊กเสนาฯ ฝากความหวังรัฐบาลใหม่ กระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สานต่อเมกะโปรเจ็คท์ สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืนมา มั่นใจหากกำลังซื้อเพิ่ม ผู้ประกอบการพร้อมลงทุน

.

บิ๊กเสนาฯ  ฝากความหวังรัฐบาลใหม่ กระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ  สานต่อเมกะโปรเจ็คท์ สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับคืนมา มั่นใจหากกำลังซื้อเพิ่ม ผู้ประกอบการพร้อมลงทุน ขณะเดียวกันได้จัดงาน HOME FREE HOME FAIRพร้อมออกโปรโมชั่น บ้าน 5 ฟรี ซื้อบ้านไม่มีค่าใช้จ่ายรองรับกำลังซื้อ นอกจากนั้นเตรียมเปิดตัวอีก 5 โครง ชูจุดเด่น ยึดตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อชนชั้นกลาง ในทำเลทอง ใกล้แนวรถไฟใต้ดิน

.

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อตอบแทนสังคมในนาม โครงการบ้านร่วมทางฝันและเป็นผู้ดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า การขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ จะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและความพอใจของผู้บริโภค เนื่องจากความเชื่อมั่นจะเป็นปัจจัยตัดสินกำลังซื้อ

.

ดังนั้น จึงหวังว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จะเร่งกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ โดยกำหนดนโยบายให้ชัดเจนเร็วที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจ็คท์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคและผู้ลงทุน ซึ่งเชื่อว่าหากกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการก็พร้อมที่จะลงทุนอย่างแน่นอน

.

"หากว่ารัฐบาลมั่นคงและตั้งใจจริงในการผลักดันให้เกิดสาธารณูปโภคด้านขนส่ง อย่างเช่น รถไฟฟ้าสายต่างๆ ตามที่วางแผนไว้ โดยทำให้เป็นรูปธรรม จุดนี้ก็จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นการช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุน ซึ่งแน่นอนว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในที่สุด" ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

.

สำหรับในปีที่ผ่านมา เสนาฯ ถือว่าประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะโครงการเสนากรีนวิลล์ รามอินทรา และโครงการเสนาวิลล่า ลำลูกกาคลอง 2  เนื่องจากทั้งสองโครงการเป็นบ้านเดี่ยวที่มีขนาดเล็ก ราคาประมาณ 2 – 3 ล้านบาท ซึ่งเหมาะกับความต้องการของตลาด รวมถึงยังตั้งอยู่ในทำเลที่ดี และการคมนาคมสะดวก

.

สำหรับปี 2551 จากการประกาศแนวนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษกิจของรัฐบาลใหม่ ซึ่งเชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับมา  บมจ. เสนา ดีเวลลอปเม้นท์  ได้เตรียมนำที่อยู่อาศัย ทั้งหมด 4 โครงการ  เพื่อจัดงาน HOME FREE HOME FAIR ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 14 มี.ค. 2551 ที่ตลาดปอพลาซ่า  ซ.วัดคู้บอน โดยพบกับเงื่อนไขพิเศษโปรโมชั่น "บ้าน 5 ฟรี"

.

"ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยต้องไม่พลาดงานนี้ โดยเสนาฯ จะนำบ้านย่านรามอินทราคือ โครงการ วิลล่า รามอินทรา และเสนาวิลล่า รามอินทรา มาทำโปรโมชั่นพิเศษ "บ้าน 5 ฟรี" ได้แก่ อยู่ฟรี 2 ปี, ฟรีค่าโอน ,ฟรีค่าจำนอง,ฟรีเงินจอง และฟรีเงินทำสัญญา ซึ่งเท่ากับว่าลูกค้าจะซื้อบ้านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แถมเมื่อรับโอนกรรมสิทธิ์แล้วยังไม่ต้องผ่อนชำระอีก 2 ปี และยังได้บ้านในราคาต้นทุนเดิม โดยมีให้เลือกในตั้งแต่ 2.5 – 5.9 ล้านบาท สอดคล้องกับกระแสการซื้อบ้านและสามารถเข้าอยู่ได้เลยอีกด้วย" ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

.

และถึงแม้จะมีปัจจัยลบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หรือแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยเป็นผลกระทบมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยภายในเมืองยังมีการขยายตัวสูง บวกกับกระแสการเลือกที่อยู่อาศัยใกล้แนวรถไฟฟ้า เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย บริษัทฯ ก็มีแผนเปิดโครงการจำนวนทั้งสิ้น 5 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ เสนากรีนวิลล์  บางนาเทพารักษ์ ,โครงการเสนากรีนวิลล์ รามอินทรา และโครงการเสนากรีนวิลล์  ลำลูกกาคลอง 2  ซึ่งจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด ระดับราคาประมาณ 2-3 ล้านบาท

.

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรูปแบบคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ  ในซอยลาดพร้าว 48 และโครงการคอนโดมิเนียมที่ รัชดา ห้วยขวาง โดยเฉพาะโครงการที่รัชดา-ห้วยขวาง อยู่ห่างจากรถไฟใต้ดินสถานี แยกรัชดาเพียง 300 เมตรเท่านั้น กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้การขยายตัวของตลาดบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม เชื่อว่าจะมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากเมื่อความต้องการคอนโดมิเนียมมาก จะส่งผลให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้บริโภคก็จะหันมาสนใจตลาดบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์กันมากขึ้น ซึ่งเสนาฯ มีโครงการทุกรูปแบบที่สนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งบ้านที่อยู่ในทำเลที่ดี และคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้รถไฟใต้ดิน

.

นอกเหนือจากการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จะมุ่งเน้นทำกิจกรรมด้าน CRM (Customer Relations Management) เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ กับลูกค้า ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในตัวบริษัทฯ แล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะดูแลให้บริการหลังการขายอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีโอกาสได้สอบถามถึงความต้องการสินค้าและบริการด้านอื่นๆ จากลูกค้าเพิ่มเติมเพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการของบริษัทฯ ต่อไป

.

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าว่าในปี 2551 จะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีนี้ประมาณ 50 % โดยการเติบโตดังกล่าว จะเป็นการเติบโตจากการเปิดการขายโครงการใหม่ ซึ่งคาดว่าจะยังได้รับการยอมรับและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรร และทาวน์เฮาส์ซึ่งจะมีการปรับรูปแบบใหม่ และมีราคาขายที่ต่ำลง บวกกับตั้งอยู่ในทำเลที่มีการคมนาคมสะดวก