เนื้อหาวันที่ : 2006-02-16 17:22:26 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 3948 views

ตร.ลุยค้น บ้านเมียเฮียปอ ยึดขั้วเช็ค

ความคืบหน้ากรณีชุดเฉพาะกิจของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จเรตำรวจแห่งชาติ บุกจับบ่อนดังย่านประตูน้ำ หลังจากนั้นนายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือปอ ประตูน้ำ

ความคืบหน้ากรณีชุดเฉพาะกิจของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จเรตำรวจแห่งชาติ บุกจับบ่อนดังย่านประตูน้ำ หลังจากนั้นนายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือปอ ประตูน้ำ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญา กล่าวหาว่าจเรตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นำกำลังไปค้นบ้าน หาหลักฐานเรื่องบ่อนการพนัน เมื่อเวลา 14.00 น. วานนี้ (15 ก.พ.)

ที่กองปราบปราม นายสมชัย บุญมั่นแสนสุข ผู้รับจำนำรถยนต์ ของกลางที่ถูกตำรวจชุดเฉพาะกิจ นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส จเรตำรวจแห่งชาติ ยึดมา พร้อมด้วยนายสุกิจ พูลศรีเกษม ทนายความ นำหลักฐานเข้าพบ พ.ต.ท.เชาวฤทธิ์ สุธรรมเทวกุล พงส. (สบ.2) บก.ป. เพื่อติดต่อขอรับรถยนต์ของกลางทั้งหมด จำนวน 64 คันคืน โดยอ้างว่ารถยนต์ทั้งหมดรับจำนำมาโดยสุจริต และมีการเสียค่าตอบแทนในการรับจำนำอย่างถูกต้อง จึงต้องการมาแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบว่าหากผู้ใด จะมาขอรับรถยนต์คืนต้องชดใช้ค่าราคาคืนก่อนจึงจะนำรถกลับไปได้

นายสุกิจกล่าวว่า รถยนต์ทั้ง 64 คัน นายสมชัยรับจำนำมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนในการรับจำนำไปแล้ว หากบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ครอบครองรถ บริษัทไฟแนนซ์ หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์จะมาขอรับรถยนต์คืน จะต้องเสียค่าชดใช้ราคาหรือค่าไถ่รถคืนเสียก่อนจึงจะนำรถยนต์กลับไปได้ แต่หากพนักงานสอบสวนคืนรถยนต์ ไปโดยพลการก็ถือว่ากระทำผิด และจะต้องมีการฟ้องร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

เมื่อถามว่า หลังจากนำหลักฐานมาแสดงแล้วพนักงานสอบสวนจะคืนรถยนต์ให้ทันทีหรือไม่ นายสุกิจ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 2 วัน จากนั้นจะได้เสนอเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อสั่งดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีที่นำผู้เสียหายจำนวน 33 ราย ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุมบ่อนประตูน้ำนั้น หลังจากแจ้งความแล้วก็ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายทั้งหมดในวันเดียวกันว่า ถูกตำรวจคุกคามโดยเรียกตัวไปสอบปากคำ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการจะเรียกตัวบุคคลใดไปสอบสวนจะต้องมีหมายเรียกมาก่อน

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เดินทางไปยังกองปราบปรามเพื่อติดตามความคืบหน้า ในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับนายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือ ปอ ประตูน้ำ รวมทั้งสอบสวนขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติม ในความผิดฐานฟอกเงินและข้อหาอื่นๆด้วย ก่อนออกมาเปิดเผยว่า มาตรวจสอบ สำนวนว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด กลุ่มพยานต่างๆครบถ้วนหรือไม่ เพื่อเป็นการยืนยันที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหา รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นด้วยที่จะนำมาประกอบการยืนยันว่า เจ้าของบ่อนคือนายไพจิตร ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็ไม่มีความเป็นห่วงอะไร ถึงตอนนี้ถือได้ว่าพร้อมแล้ว แต่อยากให้พนักงานสอบสวนทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ ทำคดีแล้วต้องให้อัยการเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน ต้องให้ศาลเชื่อมั่นในการลงโทษผู้ต้องหาได้ ไม่ใช่สักแต่ฟ้องไปแล้วผู้ต้องหาหลุดคดี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาที่ถูกจับในบ่อนเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2548 แจ้งความกลับว่า ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องฝ่ายตรงข้ามที่คิดว่าเขาเสียหายจากการกระทำของตำรวจ เป็นเช่นนี้ประจำเวลาดำเนินคดีกับใคร ไม่ว่าจะเป็นหัวคะแนนนายเนวิน ชิดชอบ คดีกำนันเป๊าะ คดีลูกเฉลิม คดีคุณอดิศร หรือคุณเปรมศักดิ์ก็ฟ้องกลับตนทั้งนั้น แต่ผลที่สุดบางคนก็ติดคุกตะรางไป กรณีนี้ก็เช่นกัน ผู้ต้องหาเป็นคนไม่มีการศึกษา เก่งอย่างเดียวเรื่องการพนัน แต่เรื่องกฎหมายเขาไม่รู้ พอเกิดเรื่องขึ้นทนายความที่ต้องการแสวงหาประโยชน์ก็เข้ามา แนะนำให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่คนที่รับกรรมคือผู้ต้องหาเองเพราะสู้อย่างไรก็แพ้ยิ่งมาฟ้องผมด้วย เดี๋ยวทุกคดีเอาหมด คดีนี้จากหนึ่งจะเป็นห้าหกสิบคดี คอยรับลูกจากผมแล้วกัน ลูกโดนไปแล้วเดี๋ยวเมียเดี๋ยวลูกสาว ใครมาเกี่ยวข้องก็กวาดทั้งตระกูลพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว

ต่อข้อถามว่าทนายความมาติดต่อขอรับรถของกลางคืน โดยอ้างว่าตำรวจไม่มีสิทธิยึดรถไว้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ได้แต่มาสร้างภาพไปอย่างนั้น เป็นทนายความย่อมทราบกฎหมายดีว่ารถยนต์ทุกคันเป็นของกลางในคดี ในประเด็นยักยอกทรัพย์ และรับของโจร ซึ่งอีกไม่กี่วันจะเรียกนายไพจิตรมาแจ้งข้อหาเพิ่มอีกในข้อหารับของโจร คันหนึ่งก็หนึ่งคดี เพราะต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนและยังมารับจำนำเถื่อนอีก ส่วนเรื่องการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอก ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบสวนขยายผลอยู่ทั้งเรื่องฉ้อโกงประชาชน หรืออั้งยี่ซ่องโจร หากมีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องก็จะนำมาเกี่ยวทั้งหมด

เมื่อนักเลงมาก็ต้องนักเลงไป พูดกับพระอย่าง พูดกับโจรก็อย่าง เพราะฉะนั้นต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ส่วนจะยึดได้หรือไม่นั้นเป็นอีกประเด็น แต่ต้องพยายามทำ ให้ได้ รวมทั้งบ่อนอื่นๆด้วยต้องทำทั้งหมด แต่คนเรามีสองมือสองเท้า งานการก็อย่างที่เห็น ต้องค่อยๆทำไป ก็อยากให้ตำรวจนครบาลออกมาทำงานให้เต็มที่ เห็นมีการตั้งชุดเฉพาะกิจดูแลก็ขอขอบคุณ บ้านเมืองจะได้สงบเรียบร้อยควรจะทำตั้งนานแล้วไม่ใช่ปล่อยให้ผมจับกุมแล้วเพิ่งมาเริ่มทำงานพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว

เมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน คณะอนุกรรมการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและอบายมุข นำโดย พ.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย นำหมายค้นศาลแขวงดุสิต เลขที่ ค .51/2549 เข้าค้นบ้านเลขที่ 4847/49-50 ซอยชูวัฒนศิลป์ ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ของนางอำภา ธรรมโรจน์พินิจ ภรรยาของนายไพจิตร หรือปอ ประตูน้ำ ซึ่งเป็นการค้นครั้งที่ 2 โดยมีนางอำภาเป็นผู้นำค้นในจุดต่างๆที่เจ้าหน้าที่สงสัย โดยมีการเน้นเป็นพิเศษกับเสื้อผ้าของนายไพจิตร สมุดเช็ค โฉนดที่ดิน รวมทั้งเอกสารต่างๆ

เจ้าหน้าที่ได้ยึดกางเกงขาสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีขาว อย่างละ 1 ตัว รวมทั้งเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า ลายดอกสีขาว ของนายไพจิตร สัญญาซื้อขายไฟฟ้า บ้านเลขที่ 493/27-28 ซอยเจริญรักษ์ ชื่อนางอำภา ทำไว้กับนายธีรยุทธ ว่าบ้านพลับ ลงวันที่ 19 พ.ค. 2548 สำเนาเช็ค 5 ฉบับ ของนางอำภา สำเนาต้นขั้วเช็คธนาคารกรุงเทพ ระบุชื่อจ่าผี กองปราบปราม จำนวนเงิน 250,000 บาท ลงวันที่ 29/2/2539 และวันที่ 20/12/2538 จำนวนเงิน 140,000 บาท สำเนาต้นขั้วเช็คธนาคารมหานคร สาขาประตูน้ำ ระบุชื่อ พ.ต.อ.ช. จำนวน 1 ล้านบาท ลงวันที่ 26/5/2541 ซึ่งนายไพจิตรอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นถ่ายสำเนาเอกสารนำไปตรวจสอบได้

ต่อมา นายไพจิตรเปิดเผยว่า ตอนนี้ที่จะหาความยุติธรรมได้ก็มีแต่ศาลเท่านั้น ตนเป็นคนเล่น ไม่เล่นที่นี่ก็ไปเล่นที่อื่น การที่ตำรวจเอาเสื้อไป ไม่รู้ว่าเอาไปทำไม ตอนเข้ามาจะขอดูหมายศาลก็ไม่ให้ดู ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการ กลั่นแกล้งหรือไม่ นายไพจิตรตอบว่า ดูกันเองว่ากลั่นแกล้งหรือเปล่า ตนเป็นคนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้ เขาประกาศมาก็กลัวเหมือนกัน แต่ไม่หนี ถ้าเสร็จคดีอาจไปอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้คงต้องพึ่งศาลอย่างเดียว ส่วนการต่อสู้ทางคดีให้เป็นหน้าที่ของทนายความกับทางศาล

ที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อเที่ยงวานนี้ (15 ก.พ.) พล.ต.อ. ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ในการปราบปรามแหล่งอบายมุขหรือบ่อนการพนัน ตำรวจทุกหน่วยต้องช่วยกันทำงาน หากหน่วยใดไม่ให้ความร่วมมือถือว่าผิดวินัย การที่ตำรวจต่างหน่วยช่วยกันปราบปรามอบายมุขถือเป็นสิ่งที่ดี น่าชมเชย ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียาเวส จเรตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้รับความร่วมมือจากตำรวจท้องที่ คิดว่าตำรวจต้องคุยกันได้ เพราะจเรตำรวจแห่งชาติทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้น จะติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ได้เตรียมเสนอ ครม.ถึงแผนการปรับปรุงการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้มแข็งขึ้น โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ในการปราบปรามปัญหาสังคมอย่างจริงจัง ทั้งปัญหาหนี้นอกระบบ สื่อลามก สถานบริการ และผู้มีอิทธิพล

พล.ต.อ.ชิดชัยกล่าวอีกว่า เหตุผลที่ตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ให้รับผิดชอบนโยบายปราบปรามอบายมุขและผู้มีอิทธิพล สืบเนื่องจากศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศตอ.) ได้ประกาศสงครามกับผู้มีอิทธิพล เมื่อปี 2546 โดยการกำหนด 16 พฤติการณ์ของผู้มีอิทธิพล เวลาผ่านไปได้ประเมินสถานการณ์เห็นว่า ต้องมีการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและปัญหาสังคมอีกครั้ง จึงตั้งชุดทำงานขึ้นมา หลังจากนี้ได้ให้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์จัดโซนนิ่งสถานบันเทิงตามนโยบายของรัฐบาล เพราะปัจจุบันสถานบริการจำนวนมากอยู่ใกล้วัด โรงเรียน ดังนั้น การทำงานของ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับตำรวจท้องที่ ถือเป็นการทำงานระดับนโยบายเฉพาะผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ ต้องไม่มีการขัดแย้ง ทำงานกันอย่างตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาก็บอกว่าทำงานกันแบบไฟไหม้ฟาง แล้วพอจะปราบปรามกันอย่างจริงจังก็ถูกว่าอีก