เนื้อหาวันที่ : 2021-09-21 18:09:48 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 552 views

วิธีดันธุรกิจให้โตด้วยโมเดล Subscription พลิกโฉมวงการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

คุณ Kerry Grimes หัวหน้าฝ่าย Global Partners แห่ง AVEVA เขียนไว้ในบทความว่า การให้บริการแบบ “จ่ายเท่าที่ใช้” จะพลิกโฉมวงการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

ยุคแห่งธุรกิจแบบ Subscription Economy ได้เริ่มเปิดฉากขึ้นแล้ว แนวคิดนี้กำลังแผ่ขยายไปทั่วการให้บริการทุก ๆ ประเภททั้งในสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปอย่างรวดเร็ว ในทศวรรษที่ผ่านมา รูปแบบการ Subscription เช่น ความบันเทิงในโทรทัศน์ Netflix การฟังเพลงผ่าน Spotify การทำงานออกแบบด้วย Adobe Creative Cloud หรือ การดูแลความปลอดภัยในบ้านด้วย Ring ได้ผสานรวมเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเราและหลายธุรกิจได้อย่างลงตัว นับได้ว่ารูปแบบธุรกิจเช่นนี้ได้ขยายวงกว้างไปอย่างว่องไว ดังนั้นจึงเป็นที่ประจักษ์ว่า ทั้งกลุ่มบริษัทและกลุ่มบุคคลควรจะตระหนักถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีที่มีความยืดหยุ่นและปรับขนาดได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน 

ในวงการซอฟต์แวร์ รูปแบบการ Subscription นี้กำลังเข้ามาแทนที่รูปแบบการอนุญาตให้ใช้สิทธิถาวรแบบเดิมโดยสิ้นเชิง และจะกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวิธีการทำงานร่วมกันของบริษัท คู่ค้า และลูกค้าอีกด้วย

ในปีงบประมาณที่แล้ว AVEVA ได้มีการบันทึกการเติบโตของรูปแบบการ Subscription เนื่องจากธุรกิจต่างลุกขึ้นมาแสวงหาเทคโนโลยีที่ใช้ในการเปลี่ยนโฉม และตามข้อมูลของ ARC Advisory Group มีการคาดการณ์ว่า สำหรับตลาดซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติด้านอุตสาหกรรม รูปแบบการ Subscription จะเติบโตเกือบสี่เท่าของซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมในอีกห้าปีข้างหน้า โดยตลาดซอฟต์แวร์ด้านการบริการจัดการสินทรัพย์ในวิสาหกิจ (Enterprise Asset Management) และการจัดการบริการภาคสนาม (Field Service Management) จะกลายเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก

ผลประโยชน์ด้านการเงิน

ในกรณีแรก การ Subscription ซอฟต์แวร์จะแตกต่างจากสิทธิ์การใช้งานแบบเดิม เนื่องจากลูกค้าสามารถแบ่งการชำระเงินและจ่ายเฉพาะสิ่งที่ต้องการเท่านั้นได้ ความยืดหยุ่นเช่นนี้จึงเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการกับกระแสเงินสดตนเองได้

นอกจากนี้ ถ้าเป็น Subscription  ค่าใช้จ่ายในการใช้ซอฟต์แวร์ในปีแรกนั้นจะถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับสิทธิ์แบบซื้อขาด เมื่อสมัครใช้งานซอฟต์แวร์ ลูกค้าจะจ่ายเพียงส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีแรก ซึ่งหมายความว่าการจัดหาซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนจากรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OpEx) แทน ดังนั้นการใช้จ่ายด้านทุนสามารถจัดสรรใหม่ให้เป็นรายจ่ายส่วนอื่น ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ลูกค้าจึงสามารถลงทุนในโครงการอื่น ๆ ที่มีความสำคัญสูงได้อีก  

การเข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างยืดหยุ่น  

รูปแบบ Subscription ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงได้แบบไม่เคยมีมาก่อนในราคาที่ต่ำกว่า รวมทั้งมีความยืดหยุ่น สามารถปรับขนาดได้ รวมถึงมีการช่วยเหลือลูกค้าภายในแพลตฟอร์มอีกด้วย คุณเพียงซื้อเฉพาะสิ่งที่คุณต้องการและปรับเปลี่ยนขนาดตามความต้องการ พร้อมกันนี้ผู้ให้บริการก็สามารถบริหารจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่คุณได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Subscription "AVEVA Flex" ของเราช่วยให้ลูกค้าได้รับสิทธิ์ในการใช้งานและได้ทราบข่าวเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางนวัตกรรมซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง รูปแบบเช่นนี้มีข้อได้เปรียบสูงมากเพราะทันทีที่เราเพิ่มคุณสมบัติตัวใหม่ลงในซอฟต์แวร์ที่กำลังใช้อยู่ คุณก็จะใช้งานได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอเปิดตัวผลิตภัณฑ์หรือซื้อใหม่

ด้วยเหตุนี้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีชั้นนำและปรับตัวตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่านวงจรการจัดทำงบประมาณที่ยุ่งยาก เพราะอุปสรรคเดิม ๆ ในการนำซอฟต์แวร์มาใช้ได้ถูกขจัดทิ้งไปแล้ว

ดังกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นเดือนนี้ AVEVA ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ควบคุมระบบปฏิบัติการ (Operations Control) ตัวใหม่ในแพลตฟอร์มแบบ Subscription  โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบคลาวด์ On-premise และไฮบริดที่จะพลิกโฉมวงการครอบคลุมทั่วทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านอุตสาหกรรมของ AVEVA

นับเป็นครั้งแรกที่ธุรกิจทุกขนาดจะสามารถมุ่งเน้นการสนับสนุนการทำของพนักงาน การใช้ประโยชน์จากความคล่องตัวและความยืดหยุ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  ณ ขณะนี้ซอฟต์แวร์ของ AVEVA พร้อมใช้งานผ่านรูปแบบการใช้งานที่ยืดหยุ่นด้วยวิธีการสมัครใช้งานที่ง่ายขึ้น ตั้งแต่ระบบสถาปัตยกรรม IoT ด้านอุตสาหกรรมและการบริหารจัดการ Edge จากระยะไกลบนคลาวด์ไดรฟ์ไปจนถึงการควบคุมแบบหลายไซต์

ความคล่องตัวด้านเทคนิค

ซอฟต์แวร์แบบ Subscription ช่วยให้เราเข้าถึงโซลูชันเทคโนโลยีชั้นนำของตลาดที่หลากหลายทั้งแบบ On-premise หรือบนระบบคลาวด์ ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในชุดเดียว บริษัทจึงสามารถตรวจสอบและดำเนินการระบบได้อย่างยืดหยุ่นจากแพลตฟอร์มหลากชนิด เช่น เว็บ มือถือ คลาวด์ และเดสก์ท็อป รวมถึงเมื่อองค์กรต้องการปรับเปลี่ยน ก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากตัวเลือกการปรับขนาด "ให้พอดี" ต่าง ๆ ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถในการปรับเปลี่ยนการใช้มาตราส่วนและ Data Point อีกด้วย

รูปแบบการให้บริการเช่นนี้ยังก่อให้เกิดความยืดหยุ่นซึ่งจำเป็นต่อการเปิดใช้งานสถาปัตยกรรมหลากรูปแบบและความสามารถในการผสานรวมเข้ากับโซลูชันฮาร์ดแวร์ Agnostic แบบเปิดและไร้รอยต่อ โดยวิธีการสมัครรับข้อมูลเช่นนี้ จะทำให้ความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้กับแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาศักยภาพและปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น นั่นก็คือ ลูกค้าจะปรับสถาปัตยกรรมโซลูชัน ณ จุดใดก็ได้ในวงจรชีวิตของโครงการนั้น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เช่น การสร้างต้นแบบ การออกแบบ การว่าจ้าง หรือ การขยายโครงการ เป็นต้น

เทคโนโลยีที่ช่วยพลิกโฉมธุรกิจ

ด้วยประโยชน์อันมหาศาล จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่รูปแบบ Subscription จะเข้ามามีอิทธิพลทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ข้อได้เปรียบทางการค้า สถาปัตยกรรม และเทคนิคที่ผสมผสานกันจนเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้สร้างขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่อพลิกโฉมวงการซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมและวงการอื่น ๆ ลูกค้าจึงได้ใช้ประโยชน์จากพลังของเทคโนโลยีระดับโลกได้ตามที่ต้องการ