เนื้อหาวันที่ : 2021-08-05 23:47:36 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 635 views

แลนเซสส์เสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการ Emerald Kalama Chemical โดยสมบูรณ์

  • ธุรกิจที่แลนเซสส์เข้าซื้อกิจการนี้มียอดขายประมาณ 425 ล้านเหรียญสหรัฐ และ EBITDA ประมาณ 90 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ช่วยเสริมให้แลนเซสส์มี EBITDA เพิ่มขึ้นประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 3 ปีหลังจากการซื้อกิจการเสร็จสิ้น
  • ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคส่วนธุรกิจปกป้องผู้บริโภค โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารเคมีอโรมา สารถนอมอาหาร เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
  • จัดตั้งหน่วยธุรกิจสารปรุงแต่งรสและกลิ่นขึ้นมาใหม่
  • Zachert ซีอีโอของแลนเซสส์เน้นว่า "แลนเซสส์จะมีเสถียรภาพและทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น"

แลนเซสส์ (LANXESS) บริษัทเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษจากประเทศเยอรมนี มีสำนักงานหนึ่งแห่งในกรุงเทพมหานคร ได้เข้าซื้อกิจการที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของบริษัทเสร็จสิ้นแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท Emerald Kalama Chemical ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษรายใหญ่ที่มีฐานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือบริษัทในเครือของ American Securities LLC ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนในหุ้นของบริษัทเอกชนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity Firm) ซึ่งได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบที่จำเป็นจากทางการทั้งหมด มูลค่าองค์กรของ Emerald Kalama Chemical อยู่ที่ 1.075 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35.475 พันล้านบาท) หลังจากหักหนี้สินแล้วราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34.32 พันล้านบาท) โดยแลนเซสส์ได้จัดหาเงินทุนในการดำเนินการนี้จากสภาพคล่องที่มีอยู่ (อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในที่นี้ทั้งหมดคือ 33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)

Matthias Zachert ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท LANXESS AG กล่าวว่า “Emerald Kalama Chemical จะเข้ามาช่วยส่งเสริมเส้นทางการเติบโตของเราอีกครั้งหนึ่ง ธุรกิจใหม่ที่ได้มานี้สอดคล้องเหมาะสมกับกลยุทธ์ของเราเป็นอย่างดี เรากำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งทางการตลาดของเราด้วยอัตราการเติบโตที่น่าดึงดูดใจ และจะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ตลาดใหม่ ๆ ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดของเครื่องดื่มและอาหาร รวมถึงตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเครื่องสำอาง ยิ่งไปกว่านั้น Emerald Kalama Chemical ยังบูรณาการย้อนกลับเข้ากับธุรกิจเดิมของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ – เสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าของเราในภาคส่วนธุรกิจปกป้องผู้บริโภค (Consumer Protection) โดยภาคส่วนธุรกิจนี้เป็นกลไกที่สำคัญในการทำให้แลนเซสส์มีเสถียรภาพทางธุรกิจและสร้างผลกำไรให้มากยิ่งขึ้น ตอนนี้ทีมงานที่แข็งแกร่งกำลังทำงานร่วมกันเต็มที่เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบูรณาการได้อย่างรวดเร็ว”
เมื่อธุรกรรมครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์จะทำให้แลนเซสส์มีพนักงานเพิ่มขึ้นราว 470 คน มีโรงงานผลิตเพิ่มขึ้น 3 แห่งในเมืองคาลามา/วอชิงตัน (ประเทศสหรัฐอเมริกา) เมืองร็อตเตอร์ดัม (ประเทศเนเธอร์แลนด์) และเมืองวิดเนส (สหราชอาณาจักร)

ในปี พ.ศ. 2563 Emerald Kalama Chemical มียอดขายทั่วโลกประมาณ 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,025 ล้านบาท) และ EBITDA จากการดำเนินงานตามปกติประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,640 ล้านบาท) แลนเซสส์คาดว่าภายใน 3 ปีจะมีส่วนช่วยเสริมให้ EBITDA ในแต่ละปีเพิ่มขึ้นประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (825 ล้านบาท) จากผลการรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะทำให้มีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นในงบการเงินของปีแรกหลังจากการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นสมบูรณ์

การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับภาคส่วนธุรกิจการดูแลผู้บริโภค
ประมาณ 3 ใน 4 ของยอดขายของธุรกิจที่ได้ซื้อเข้ามาครั้งนี้มาจากผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ทางด้านการดูแลผู้บริโภค การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้แลนเซสส์กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์สารปรุงแต่งรสชาติและกลิ่น (Flavors and Fragrances) ซึ่งเป็นตลาดที่แลนเซสส์คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน สารนี้ใช้เป็นหลักในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เครื่องสำอาง น้ำหอมกลิ่นพิเศษ เช่นเดียวกับอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของแลนเซสส์ประกอบด้วยสารเคมีอโรมามากกว่า 30 ชนิดที่ให้กลิ่นแบบเอิร์ธโทน ดอกไม้ ผลไม้ รสเผ็ดร้อน และสมุนไพร
แลนเซสส์กำลังรวมธุรกิจนี้เข้ากับหน่วยธุรกิจสารปรุงแต่งรสชาติและกลิ่น (Flavors & Fragrances) ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของภาคส่วนธุรกิจการปกป้องผู้บริโภค การเข้าซื้อกิจการยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งผู้นำของแลนเซสส์ในหน่วยธุรกิจสารถนอมอาหาร ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการเติบโตสูง ได้แก่ ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย

เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม
อีกประมาณ 1 ใน 4 ของยอดขายจากธุรกิจที่เพิ่งซื้อมาจากสารเคมีชนิดพิเศษสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมพลาสติก สี สารเคลือบ และกาว ผลิตภัณฑ์จะถูกรวมเข้ากับหน่วยธุรกิจสารเติมแต่งโพลีเมอร์ (Polymer Additives)