เนื้อหาวันที่ : 2008-01-03 14:16:34 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2911 views

ABB ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอัตโนมัติและระบบไฟฟ้ากำลัง

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการด้านผลผลิตและประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นตอบสนองความต้องการด้านผลผลิตและประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน พร้อมกับนโยบายทางธุรกิจที่น่าสนใจ "Power and Productivity for a better world" ทำให้นักอุตสาหกรรมต่างอยากรู้จักกับเอบีบีมากขึ้น

 .

 

คุณชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์

President & Country Manager

ABB LIMITED

 

คุณชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์ President and Country Manager ABB Limited ผู้บริหารระดับสูงประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในโอกาสที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้ ว่าจะนำพาเอบีบีในประเทศไทยและย่านเอเชียไปในทิศทางใด กลยุทธ์ที่จะนำมาใช้เพื่อรักษาการเติบโต และอะไรคือปัจจัยแห่งความสำเร็จของเอบีบีทั่วโลก

 .

รากฐานธุรกิจที่ยาวนาน

เอบีบีก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของสองบริษัทคือ   Asea AB (อุตสาหกรรมไฟฟ้ากำลัง) และ BBC Brown Boveri AG (อุตสาหกรรมไฟฟ้ากำลัง เหมืองแร่ และเหล็ก) ในปี ค.ศ.1988 ซึ่งแต่ละบริษัทต่างดำเนินธุรกิจด้านวิศวกรรมไฟฟ้ามาในช่วงต้นปี ค.ศ.1900 ต่อมาในปี ค.ศ.1999 ได้เปลี่ยนเป็น ABB Limited มาจนถึงทุกวันนี้

 .

 ดังนั้น ถ้าพูดถึงเอบีบีในประเทศไทย จึงกล่าวได้ว่า เอบีบีเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยยาวนานกว่า 90 ปี เริ่มต้นจากการส่งมอบมอเตอร์ขนาดใหญ่ให้อุตสาหกรรมซีเมนต์ ปูนซีเมนต์ไทย สำนักงานใหญ่ บางซื่อ หลังจากนั้น มีการจัดตั้งเป็นบริษัท เอบีบี ไทยแลนด์ จำกัด มากว่า 30 ปี มีพนักงานประจำออฟฟิศมากกว่า 600  คน มีการทำงานร่วมกับทีม Outsource และพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ มากมาย นั่นหมายความว่า ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง การทำงานของเอบีบีจะมีคนเกี่ยวข้องมากกว่า 1,000 คน

 .

 ในภาพรวมของเอบีบีประเทศไทย คุณชัยยศกล่าวว่า เรามีครบแวลูเชน (Value Chain) ทั้งด้านวิศวกรรม (Engineering) ด้านโรงงานผลิต/ประกอบ (Manufacturing) และด้านการขาย (Sales) ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ มีการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตหม้อแปลง มีการส่งไปขายที่ออสเตรเลีย ส่วนโรงงานผลิตคาปาซิเตอร์มีส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งเป็นส่วนที่น่าภูมิใจอย่างมากสำหรับประเทศไทย ที่มีสามารถผลิตสินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับโลก

 .

นอกจากมีโรงงานผลิตแล้ว เอบีบียังมีศูนย์บริการหลังการขาย ( Service Center ) ในหลาย ๆ ที่ อาทิเช่น จังหวัดระยอง แหลมฉบัง สระบุรี และที่กาญจนบุรี ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพราะถ้าดูจีดีพีของประเทศไทยต้องยอมรับว่า ยังกระจุกตัวในกรุงเทพและรัศมีราว 200-300 กิโลเมตรจากกรุงเทพ ซึ่งเป็นตัวแทนของจีดีพีมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์สำหรับประเทศไทย

 .

นโยบายของเอบีบี คือต้องการเน้นที่บริการหลังการขาย และถือเป็นกลยุทธ์หลักของเอบีบีในการทำธุรกิจและผลักดันให้เอบีบีเติบโตต่อไป เพราะสินค้าเอบีบีจัดเป็นสินค้าทุน ดังนั้น ถ้าลูกค้าซื้อไปเพื่อใช้ในการผลิต ลูกค้าคาดหวังว่าจะใช้ได้ราว 15-20 ปี ต้องมีการดูแลรักษา ให้บริการอย่างสม่ำเสมอ และจำเป็นต้องมีคนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญพร้อมให้บริการ

 .

ปัจจุบัน เอบีบีมีอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งานจริงตามไซต์งานต่าง ๆ ในเมืองไทย มีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา เป็นฐานที่ค่อนข้างใหญ่ที่เอบีบีจะต้องดูแล

.

 

.

ดังนั้น พนักงานกว่า 600 คนของเอบีบี จึงมี Service Engineer กว่า 100 คน และคนของเอบีบีเกือบครึ่งหนึ่งเป็นวิศวกร นั่นหมายความว่า เอบีบีให้ความสำคัญกับงานบริการมากเป็นพิเศษ

 .

ด้านสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก เอบีบีจะสื่อสารกับลูกค้าว่า เป็นการผลิตตามมาตรฐานของ ABB Global โดยจะไม่มีนโยบายบอกว่าผลิตจากที่ไหน ด้วยมาตรฐาน ด้วยคุณภาพ ด้วยวิธีการ ด้วยเทคโนโลยีที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะผลิตในเวียดนาม จีน หรือในไทย ถ้าเป็น made by ABB แล้วลูกค้ามั่นใจในคุณภาพได้อย่างแน่นอน

 .

นั่นคือภาพรวมความเป็นมาของเอบีบีไทยแลนด์ ที่เกิดมาจากพันธะสัญญาที่มีกับเมืองไทย และที่สำคัญผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นคนไทย เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ที่ลักษณะใกล้เคียงกัน หมายความว่า เอบีบีเชื่อในการบริหารแบบท้องถิ่น (Localize Management) เพราะทำให้เข้าใจลูกค้ามากกว่า ด้วยการที่เน้นบุคลากรที่เป็นคนในท้องถิ่นแต่ทำงานแบบระดับโลกได้ และการมีพันธะสัญญาระยะยาว (Long Term Commitment) กับประเทศไทย สิ่งเหล่านี้จะสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับองค์กร และทำให้เอบีบีเติบโตได้อย่างยั่งยืน

.

ผลิตภัณฑ์และบริการครบวงจร

ถ้าพูดถึงสายผลิตภัณฑ์ของเอบีบี จะแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ 2 กลุ่มคือ เพาเวอร์ (Power) กับด้านออโตเมชั่น (Automation) กลุ่มเพาเวอร์ เริ่มตั้งแต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Power Generation) ซึ่งเอบีบีให้บริการผลิตระบบไฟฟ้าและต่อมาคือระบบ ส่งกำลัง (Transmission) อุปกรณ์สวิตช์เกียร์ (Switch Gear), หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) และระบบจัดจำหน่าย (Power Distribution) นั่นคือส่วนของภาคเพาเวอร์

 .

ส่วนในภาคออโตเมชั่น จะเป็นส่วนของภาคอุตสาหกรรม และเป็นภาคที่ใช้พลังงาน ส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นระบบอัตโนมัติอย่างเดียว แต่สำหรับเอบีบี จะรวมมอเตอร์ ไดรฟ์ เบรกเกอร์ อุปกรณ์แรงดันต่ำ (Low Volts) อุปกรณ์ควบคุมทั้งหลาย (Control Equipment) แม้แต่ สวิตช์ ปลั๊ก เอบีบีก็ทำ รวมไปถึงระบบอัตโนมัติจริง ๆ นั่นคือครอบคลุมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผลิต จัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย เพราะฉะนั้น ในแต่ละวันเอบีบีกรุ๊ป มีการส่งของมากกว่า 1 ล้านชิ้นทั่วโลก

 .

และด้วยสโลแกนของเอบีบีคือ Power and Productivity for a better world ทำให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เอบีบีคิดค้นต้องใช้พลังงานน้อย มีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างเช่น ในภาคเพาเวอร์ ทีมงานเอบีบีจะพยายามคิดอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรให้มีการผลิตพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือทำอย่างไรให้สูญเสียน้อยที่สุด คือปณิธานของเอบีบีในการผลิต และส่งจ่ายพลังงาน

 .

ส่วนคำว่าผลผลิต (Productivity) เอบีบีคิดเสมอว่า ทำอย่างไรที่จะนำสินค้ามาเพิ่มผลผลิตให้กับลูกค้าได้ ด้วยต้นทุนที่เท่าเดิม ด้วยอินพุตที่เท่าเดิม ลูกค้าสามารถผลิตได้มากขึ้น สามารถที่จะเพิ่มกำลังการผลิต (Capacity) ได้มากขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ของเอบีบี ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานน้อยกว่า แต่ผลิตสินค้าได้มากขึ้น หรืออุปกรณ์มาช่วยเพิ่ม Reliability ให้กับสายการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ของเสียน้อยลง

.

 

.

อัตราการเติบโตที่ต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา เอบีบีในประเทศไทยโตประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา ซึ่งจริง ๆ แล้วอยากจะโตมากกว่านี้ แต่ระดับนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอไปได้ ภาพรวมประเทศไทยและย่านเอเชียมีอัตราการเติบโตค่อนข้างเร็ว อย่างประเทศจีน มีอัตราการเติบโตมากกว่า 30 % อินเดียโตกว่า 30% 

 .

"ปัญหาการเมือง ถือเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในประเทศไทย แต่คิดว่าเป็นเรื่องของระยะสั้น บ้านเราก็เคยผ่านมา ส่งผลให้การเติบโตชะลอไปนิดหนึ่ง ไม่คิดว่าตรงนี้ จะให้ระยะยาวจะมืดมน เดี๋ยวก็ผ่านไป ผมยังมั่นใจศักยภาพระยะยาวของไทยอยู่ คิดว่าไม่มีการชะงัก" คุณชัยยศกล่าว

 .

จริง ๆ ปีนี้ เอบีบีประเทศไทยก็โต และปีแรกก็โตมากกว่าค่าเฉลี่ย ในแง่ของยอดขาย เราโตใช้ได้ทีเดียว คือมากกว่า  15% แต่ด้วยสินค้าของเอบีบีจัดเป็นสินค้าทุน และลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมหลัก ๆ เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ ซึ่งมีการลงทุนต่อเนื่อง ส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็มีการลงทุนอยู่เรื่อย ๆ เอบีบีก็ยังครองตลาดเหล่านั้นอยู่ และโตไปด้วยดี อาจจะมีบางส่วนที่เป็นการขายผ่านดีลเลอร์ หรือสินค้าที่มาทางคอนซูเมอร์โปรดักส์ ก็จะลดลงไปนิดหนึ่ง อาทิเช่น เบรกเกอร์ MCB สวิตช์ ปลั๊ก โดยเฉพาะตัวที่อิงกับกำลังซื้อของคนทั่วไป ก็จะลดลงมาบ้าง แต่ภาพรวมยังไปได้ดี

 .

ส่วนในเรื่องของการต่อสู้กับคู่แข่งในตลาด เอบีบีจะไม่สู้ด้วยราคา เน้นขายภาพรวมของคุณค่าสินค้ามากกว่า เพราะเอบีบีเป็นองค์กรที่มีใส่นวัตกรรมลงในสินค้า (Innovative Products) เพียงแต่ต้องสื่อสารกับลูกค้าว่า สินค้าของเอบีบีให้คุณค่าอย่างไร ทั้งในแง่เทคโนโลยี คุณภาพและอายุการใช้งาน

.

.

"นโยบายของเอบีบี คือต้องการเน้นที่บริการหลังการขาย และถือเป็นกลยุทธ์หลักของเอบีบี ในการทำธุรกิจและผลักดันให้เอบีบีเติบโตต่อไป"

แผนงานในอนาคต

.

สำหรับปีนี้ เอบีบียังเดินหน้าลงทุนในโรงงานผลิตหม้อแปลงด้วยการขยายสายการผลิต ทั้งโรงงานคาปาซิเตอร์ และหม้อแปลง เพื่อให้เอบีบีเติบโตได้ และเป็นฐานการผลิตส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ แผนงานด้านการบริการ ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ว่าในระยะสั้น เอบีบีสามารถให้บริการครอบคลุมครบถ้วนแล้วก็ตาม

 .

คุณชัยยศกล่าวว่า สิ่งที่จะทำต่อไปคือ การทำให้หน่วยงานบริการมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ระยอง เรามีทีมงานกว่า 30 คน ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นกว่านี้ เพิ่มความแข็งแกร่งของแต่ละเซอร์วิสเซ็นเตอร์ให้ดูแลตัวเองได้มากขึ้น สามารถดูแลลูกค้าได้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องรอการสนับสนุนจากหน่วยงานกลาง ปัจจุบันหน่วยเซอร์วิสจะทำงานโดยการเข้าหาลูกค้าตามกำหนดเวลา ในแบบ Preventive Maintenance คือการตรวจสอบ/ป้องกันก่อนที่อุปกรณ์จะเสียหาย ซึ่งการบำรุงรักษามีรายละเอียดมากกว่านั้น เช่น Preventive Predictive Corrective Maintenance เราพยายาม Proactive มากขึ้น และคาดการณ์ว่ากำลังจะเกิดอะไร เพื่อปกป้องความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกค้าได้ ซึ่งเรามีการลงทุนเครื่องมือจำนวนมากพอ เกือบ ๆ ร้อยล้านบาท เพื่อให้ลูกค้า ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และอายุการใช้งานยาวนานเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นคือวัตถุประสงค์ของเอบีบีในส่วนงานบริการ ควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์

 .

"ทุก ๆ 100 บาทเราเก็บไว้ 5 บาท เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาสินค้าที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้าได้มากขึ้น มีความสูญเสียน้อยลง ราคาต่ำลง ภายใต้สโลแกนของเรา นั่นหมายความว่า เราใช้ 5 % จากยอดขายมาลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา" คุณชัยยศกล่าว

 .

ปัจจุบันเอบีบีประเทศไทย มีรายได้มาจากส่งออกประมาณ 15-20% และกำลังเพิ่มทั้งสองส่วนคือในประเทศและส่งออก สำหรับโครงการในอนาคต ด้านของเพาเวอร์ มีโครงการสร้างเครือข่ายระบบไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นโอกาสของเอบีบีที่จะไปช่วยเรื่องความเชื่อถือได้ของระบบ โครงการสร้างซับสเตชั่น ระบบควบคุม SCADA เนื่องจากมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกปี อุปกรณ์เก่า ๆ ต้องถูกเปลี่ยนออก

 .

นอกจากนี้ ตามแผนของไฟฟ้าฝ่ายผลิต จะมีการใช้ไฟฟ้าถึง 40 กิกะวัตต์ ภายในสิบห้าปีข้างหน้า ซึ่งต้องทำก่อน ย่อมมีการสร้างโรงไฟฟ้าอีกมาก ซึ่งเอบีบีมีอุปกรณ์ไปช่วยได้ เช่น ผลิตไฟฟ้าด้วยต้นทุนน้อยลง สูญเสียน้อยลง ในภาคอุตสาหกรรม ก็ทราบว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยังโตต่อเนื่อง เดินหน้าไม่หยุด คาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มจากต่างชาติ ด้วยนโยบายรัฐที่ชัดเจน  หาแหล่งพลังงาน Natural Gas มากขึ้น เมื่อมีต้นน้ำก็ต้องมีการต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง และยังไปได้อีกไกล อุตสาหกรรมยานยนต์ ก็จะมีสินค้ากลุ่มแขนกล ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมเหล็ก เยื่อและกระดาษ อุตสาหกรรมซีเมนต์ วัสดุต่าง ๆ ยังคงเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐาน ที่อย่างไรก็เติบโต เอบีบีก็จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเติมเต็มในส่วนนี้ ในแง่อุตสาหกรรมยังมีศักยภาพโตไปได้เรื่อย ๆ

 .

พัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม

ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เนื่องจากกรณีของกลุ่มเพาเวอร์ ด้านเทคโนโลยีคงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่เอบีบีพยายามลดความสูญเสียของหม้อแปลงให้ดีขึ้นทุกปี หรือทำให้น้ำหนักของหม้อแปลงน้อยลง ลดการใช้ทรัพยากร เพื่อให้สินค้าของเอบีบีผลิตมลพิษน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนที่ทำเป็นปกติอยู่แล้ว

 .

คุณชัยยศกล่าวว่า ในแง่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นกับส่วนของสินค้าออโตเมชั่นมากกว่า อย่างเช่นระบบคอนโทรลของเอบีบี ปัจจุบันมีฟังก์ชั่นการทำงานครบถ้วน ไม่ใช่ระบบควบคุมอย่างเดียวแล้ว เป็นการออปติมัยโพรเซส ด้วยระบบคอนโทรลซิสเต็มส์มีความฉลาดมากขึ้น ระบบสามารถบอกได้ว่าควรจะทำกระบวนการอย่างไรเพื่อให้ได้เอาต์พุตสูงสุด เพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด นั่นคือส่วนเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ประมวลผลมากกว่า

 .

ส่วนอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์หรือ Variable Speed Drives: VSD เอบีบีจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานมากกว่า เน้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น เช่น ขนาดเล็กลงเป็นหนึ่งในสามของเดิม น้ำหนักก็เบา ต้นทุนถูกลงมา ซึ่งเป็นการลดพลังงาน ลดมลพิษ และสร้างความยั่งยืน

.

.

ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความต้องการลูกค้า

ในแง่ของสโลแกนสินค้าก็ชัดเจนว่า เอบีบีมีนโยบายช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการสูญเสีย ใช้เวลาน้อยลง ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดมีส่วนช่วยลดมลพิษทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น ส่วนเรื่องการช่วยลดปัญหาโลกร้อน เอบีบีก็มีการจัดทำข้อมูลเช่นกัน และมีเป้าหมายของการลดการปล่อยมลพิษว่าเป็นเท่าไรในแต่ละปี เพื่อแสดงให้ผู้ถือหุ้นและลูกค้าเข้าใจเอบีบีว่ามีจุดยืนในเรื่องดังกล่าวอย่างไร

 .

นอกจากนี้ เอบีบียังสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าของเอบีบีสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดี โดยปัจจุบัน เอบีบีจะนำเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของเอบีบี มานำเสนอให้กับลูกค้าและบุคคลที่สนใจ ผ่านการจัดสัมมนา ซึ่งปกติจะทำเดือนละครั้ง เดินสายไปทั่วประเทศ ตามศูนย์ต่าง ๆ ของเอบีบี มีวัตถุประสงค์หลัก ๆ คือการนำสินค้ามาให้ลูกค้าทราบว่า ด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ ในสินค้าของเอบีบี จะช่วยลูกค้าอย่างไรได้บ้าง สามารถไปลดค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปเพิ่มประสิทธิภาพอะไรได้บ้าง "นี่เป็นทางตรงที่เอบีบีสื่อสารกับลูกค้าเพื่อให้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของการเพิ่มผลผลิต การลดมลพิษ และให้ลูกค้าสามารถนำไปปรับใช้กับกระบวนการได้ ในขณะที่โรงงานของเอบีบีเอง ก็ผ่านมาตรฐานไอเอสโอทุกด้าน ทั้งคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และด้านแรงงาน ซึ่งเป็นไปตามกรอบของเอบีบีทั่วโลกอยู่แล้ว"

 .

จุดแข็งของเอบีบีทั่วโลก

ถ้ามองในส่วนของเอบีบีระดับโลก เอบีบีมีอินโนเวชั่น มี R&D ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเอบีบีมีคุณภาพที่ได้เปรียบในตลาด และค่อนข้างใกล้ชิดกับลูกค้า เอบีบีเป็นบริษัทระดับโลก (Global Company) มีอยู่ในร้อยประเทศทั่วโลก จำนวนบุคลากรหลากหลายสัญชาติ ทำงานร่วมกันทั่วโลก ซีอีโอของเอบีบีเพิ่งมาเยือนเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้ เอบีบีมีความพยายามในเรื่องบริหารจัดการต้นทุน (Cost Management) โดยการย้ายฐานการผลิต ทำให้ต้นทุนถูกลงได้ และเอบีบีทำได้ค่อนข้างเร็ว ส่งผลให้ลูกค้าของเอบีบีมีต้นทุนต่ำลง และจุดแข็งที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ การเข้าใจลูกค้า ใส่ใจ และคิดถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ในส่วนของประเทศไทย งานบริการสำคัญมาก และเอบีบีมองลูกค้าแบบตลอดอายุการใช้งาน อีกทั้งเข้าใจลูกค้าได้ดีกว่า และนี่คือจุดแข็งของเอบีบีประเทศไทยคุณชัยยศกล่าว

 .
ส่งท้าย

ด้วยพันธะสัญญาระยะยาวกับอุตสาหกรรมของไทย ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ด้วยเครือข่ายการบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบกับสินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ทำให้เอบีบีเชื่อมั่นว่า จะสามารถช่วยให้ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมของไทยมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น และสามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลกตลอดไป