เนื้อหาวันที่ : 2019-07-01 23:11:10 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1124 views

ไซเซลเพิ่ม 2 ฟีเจอร์ใหม่ในโซลูชันบริหารจัดการเครือข่ายผ่านคลาวด์ “Nebula” พร้อมเปิดรองรับแอกเซสพอยต์ 6 รุ่นใหม่

ไซเซลประกาศเปิดตัวโซลูชันบริหารจัดการระบบเครือข่ายผ่านคลาวด์ “เนบูล่า” (Nebula) เวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อนำศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของคลาวด์มาช่วยองค์กรพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ ๆ ได้ตามต้องการ ด้วยฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นและอุปกรณ์ในตระกูลเนบูล่าที่ขยายรุ่นเพิ่มมากขึ้นในครั้งนี้จะเอื้ออำนวยให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างสรรค์บริการบนคลาวด์ได้อย่างโดดเด่นในตลาด

2 ฟีเจอร์ใหม่ช่วยลูกค้าทำงานได้ง่ายขึ้น
“เนบูล่า” เป็นโซลูชันบริหารเครือข่ายผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ ด้วยการจัดการแบบศูนย์รวมอยู่บนคลาวด์ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนท่านสามารถเข้าถึงระบบเครือข่ายของท่านและข้อมูลต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ไซเซลให้ความสำคัญในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเสมอมา จึงทุ่มเทหาวิธีที่ลูกค้าจะสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ทีมนักพัฒนาโซลูชันตระกูลเนบูล่าจึงมุ่งมั่นปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพของทูลส์บ๊อกซ์เพื่อสร้างความประทับใจในการใช้บริการบนคลาวด์ตลอดเวลา ในโอกาสนี้ไซเซลได้ยกระดับคุณสมบัติการใช้งานที่สำคัญใหม่ 2 ด้านดังต่อไปนี้

  • การตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์แบบไร้สาย (Wireless Health Monitor) เป็นคุณสมบัติในอุปกรณ์เนบูล่าที่สามารถวิเคราะห์และช่วยแนะนำวิธีการใช้งานอุปกรณ์แอกเซสพอยต์ที่เชื่อมต่อเข้ามาในเครือข่ายให้ใช้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างอัตโนมัติ
  • การเชื่อมต่อกับเฟซบุ๊กไวไฟ (Facebook WiFi) เป็นคุณสมบัติที่สนับสนุนธุรกิจที่ต้องการใช้ Social Media Portal ในการเชื่อมต่อเข้ากับผู้ใช้และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจการตลาด

โดยทั่วไปแล้วฟีเจอร์การตรวจสอบการทำงานแบบไร้สายของคู่แข่งรายอื่น ๆ จะทำงานเพียงแค่สรุปประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์แอกเซสพอยต์ในเครือข่าย แต่ไซเซลได้พัฒนาคุณสมบัติการตรวจสอบดังกล่าวของอุปกรณ์ตระกูลเนบูล่าให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าคู่แข่ง

ครอลี่ วู รองประธานกลุ่มธุรกิจ Networking SBU บริษัท ไซเซล กล่าวว่า การที่อุปกรณ์แจ้งผู้ดูแลระบบได้เพียงว่าอุปกรณ์แอกเซสพอยต์กำลังมีปัญหาอยู่นั้นอาจจะพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ จึงทำให้บริการบนเครือข่ายคลาวด์บางแห่งมีคุณภาพต่ำ แต่เนบูล่ามีคุณสมบัติการตรวจสอบการทำงานที่ลึกลงไปมากกว่านั้น จึงสามารถระบุและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแอกเซสพอยต์ที่ทำงานไม่เต็มศักยภาพนั้นให้มากขึ้น จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย การเพิ่มคุณสมบัติมากขึ้นและเพิ่มอุปกรณ์ที่ทำงานเข้ากันได้กว้างขวางมากขึ้น ส่งให้เนบูล่าเป็นโซลูชั่นที่มีศักยภาพในระดับสูงอย่างแท้จริง

เมื่อไซเซลรวมการทำงานของเฟซบุ๊กไวไฟเข้าไว้ในออปชันส่วน Captive Portal ของเนบูล่าจะทำให้องค์กรธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กมีทูลส์ด้านวิเคราะห์และการตลาดอันทรงพลังทันที เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถใช้ข้อมูลด้านโซเชียลมีเดียที่มีอยู่แล้วนั้นเชื่อมต่อเครือข่ายอย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องใช้รหัสผ่านให้ยุ่งยาก

ขยายตระกูลผลิตภัณฑ์เนบูล่า ป้อนตลาดได้ครบความต้องการ
ในการขยายตระกูลผลิตภัณฑ์เนบูล่าครั้งนี้ไซเซลได้เปิดตัวการรองรับแอกเซสพอยต์เพิ่มขึ้นอีก 6 รุ่นในซีรีส์ WAC6100 Series และ WAC6500 Series ซึ่งรวมถึงรุ่นประเภทที่ใช้นอกอาคารอีกด้วย จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ตระกูลคลาวด์เติบโตเพิ่มเป็น 34 รุ่น ถือได้ว่าไซเซลได้ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในธุรกิจโซลูชันบริหารเครือข่ายคลาวด์อีกครั้ง ทั้งนี้ อุปกรณ์แอกเซสพอยต์ทั้งหมดในรุ่น NebulaFlex Pro APs จะมาพร้อมกับไลเซนส์ Professional Pack License อนุญาตให้ใช้งานเป็นระยะเวลา 1 ปีมอบให้แก่ลูกค้าใหม่และผู้ใช้งานปัจจุบัน

ไซเซลมั่นใจว่าเมื่อลูกค้ามีไลเซนสใช้งานได้นานถึง 1 ปี ลูกค้าสามารถสัมผัสกับบริการบนคลาวด์ที่ครบถ้วนของไซเซลได้อย่างเต็มที่ สำหรับลูกค้าที่ใช้แอกเซสพอยต์เหล่านี้หรือใช้อุปกรณ์ NebulaFlex Pro อยู่แล้วนั้น ไซเซลจะอัปเกรดให้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นโบนัสพิเศษแด่ท่านอีกด้วย วูกล่าวเสริม

อุปกรณ์แอกเซสพอยต์จะมีฟังก์ชันเพื่อการบริหารเครือข่ายอยู่ 3 โหมด ผู้ใช้งานสามารถสลับเลือกการใช้งานไปมาระหว่างโหมดสแตนด์อโลน (Standalone) โหมดที่จัดการโดยอุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ (Controller-managed) และโหมดที่จัดการโดยอุปกรณ์เนบูล่า (Nebula Cloud-managed) ได้อย่างอิสระ ด้วยการพัฒนาคุณสมบัติการทำงานและการเพิ่มอัปเดตให้มากขึ้นตลอดเวลา จึงทำให้เนบูล่าเป็นโซลูชันด้านบริหารจัดการเครือข่ายสำหรับธุรกิจสมัยใหม่ที่ต้องการสัมผัสกับความไร้ขอบเขตของคลาวด์อย่างแท้จริงไม่ว่าผู้ใช้งานจะอยู่ที่ใดก็ตาม