เนื้อหาวันที่ : 2018-04-11 09:07:50 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 493 views

อรูบ้าพัฒนาโซลูชันโมบายล์เฟิรสต์ด้วยเอไอให้เครือข่ายทำงานอัตโนมัติและสร้างสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะ

อรูบ้า (Aruba) หนึ่งในเครือบริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) ประกาศความก้าวหน้าในการพัฒนาสถาปัตยกรรมโมบายล์เฟิรสต์ (Mobile First Architecture) ของตนด้วยการแนะนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มีความสามารถในการวิเคราะห์โดยใช้ความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (AI-power analysis) และนวัตกรรมที่มีความสามารถในการสร้างความเสถียรระดับสูงให้ระบบเครือข่ายโดยอัตโนมัติ รวมทั้งมีโครงการร่วมมือกับคู่ค้ากลุ่มใหม่เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ยุคใหม่แห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์พกพา IoT และคลาวด์ในสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะให้แก่ผู้ใช้
เพื่อช่วยองค์กรไอทีขยายประสบการณ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้และให้ความมั่นใจในความเสถียรการดำเนินงานทางธุรกิจเมื่อมีการนำเอาอุปกรณ์พกพา IoT และคลาวด์เข้ามาใช้เพิ่มขึ้นในองค์กร อรูบ้าได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ NetInsight ซึ่งเป็นโซลูชันช่วยในการวิเคราะห์และรักษาเสถียรภาพของระบบเครือข่ายด้วยความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอรูบ้ายังได้เพิ่มความร่วมมือใหม่ ๆ กับคู่ค้าในเรื่องของการสร้างสรรค์สำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ArubaEdge Technology Partner Program ประกอบด้วยความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทผู้เชื่อมต่อเฟอร์นิเจอร์ใช้ในสำนักงานเข้ากับเทคโนโลยี และบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีทั้งหลายในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การทำงานในสำนักงานล้ำยุคที่พนักงานสามารถใช้งานอุปกรณ์ IoT ได้อย่างปลอดภัย มีระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ดูแลอาคาร ให้ความเป็นส่วนตัว อีกทั้งมีบริการอ้างอิงกับสถานที่ (Location-based Services) แก่ผู้มาเยือนและพนักงานของตน

คุณจัสติน เฉียช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไต้หวัน บริษัท อรูบ้า หนึ่งในเครือบริษัท ฮิวเล็ตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรซ์ กล่าวว่า “ความต้องการใช้อุปกรณ์พกพาระบบคลาวด์และ IoT กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับยุคสมัยใหม่ ทำให้สำนักงานในอนาคตต้องเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ด้วยแนวทางที่มองผู้ใช้เป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องการเข้าสู่ระบบเครือข่าย Aruba NetInsight มีระบบการวิเคราะห์โดยใช้ Machine Learning ทำการดูแลตรวจสอบและแสวงหาข้อมูลเชิงลึกของระบบเครือข่ายอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ข้อมูลที่ได้มาเหล่านี้ทางทีมงานไอทีสามารถนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการระบบเครือข่ายของตน เพิ่มประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ใช้ให้มีคุณภาพ ยกระดับความพึงพอใจให้สูงขึ้น นอกจากนั้นอรูบ้ายังขยายเครือข่ายความร่วมมือกับคู่ค้าในโครงการ Smart Digital Workplace ทำให้สามารถทดสอบการเชื่อมต่ออย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือบูรณาการของโซลูชันที่นำเสนอเพื่อให้มีการจัดการของอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ ขององค์กรด้วยความปลอดภัย สร้างสภาวะแวดล้อมในการทำงานร่วมกันเชิงกายภาพ ส่งเสริมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และสร้างสำนักงานดิจิทัลที่ทันสมัยมีระบบการทำงานอัตโนมัติ
เพื่อช่วยองค์กรไอทีขยายประสบการณ์ที่สร้างความพึงพอใจแก่ผู้ใช้และให้ความมั่นใจในความเสถียรการดำเนินงานทางธุรกิจเมื่อมีการนำเอาอุปกรณ์พกพา IoT และคลาวด์เข้ามาใช้เพิ่มขึ้นในองค์กร อรูบ้าได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ NetInsight ซึ่งเป็นโซลูชันช่วยในการวิเคราะห์และรักษาเสถียรภาพของระบบเครือข่ายด้วยความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอรูบ้ายังได้เพิ่มความร่วมมือใหม่ ๆ กับคู่ค้าในเรื่องของการสร้างสรรค์สำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ArubaEdge Technology Partner Program ประกอบด้วยความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทผู้เชื่อมต่อเฟอร์นิเจอร์ใช้ในสำนักงานเข้ากับเทคโนโลยี และบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีทั้งหลายในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การทำงานในสำนักงานล้ำยุคที่พนักงานสามารถใช้งานอุปกรณ์ IoT ได้อย่างปลอดภัย มีระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ดูแลอาคาร ให้ความเป็นส่วนตัว อีกทั้งมีบริการอ้างอิงกับสถานที่ (Location-based Services) แก่ผู้มาเยือนและพนักงานของตน

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเครือข่าย : NetInsight มีความสามารถในการวิเคราะห์และรักษาเสถียรภาพของระบบด้วยปัญญาประดิษฐ์
องค์กรไอทีในทุกวันนี้พบกับความท้าทายในเรื่องที่ต้องจัดการสภาวะแวดล้อมซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสูงและไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมาก่อนหน้านี้เพื่อบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายไม่สามารถใช้เพื่อขยายประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจในการใช้งานแก่ผู้ใช้ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจึงต้องการเครื่องมือใหม่ที่ทันสมัย แก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพได้แบบล่วงหน้า ให้ความเข้าใจเชิงลึกถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหลาย สามารถให้ข้อแนะนำทำการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ (Configuration Changes) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเหล่าผู้ใช้และการดำเนินธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถระบุปัญหาเหล่านี้ได้ล่วงหน้า อรูบ้าได้ขยายความสามารถในการวิเคราะห์และสร้างเสถียรภาพของสถาปัตยกรรมโมบายล์เฟิรสต์ของตนด้วยการเสนอโซลูชัน NetInsight ตัวใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อดูแลระบบเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึกในกรณีเกิดความผิดปกติ ให้ข้อแนะนำที่ดีที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพแก่ระบบเครือข่ายสำหรับการใช้งานของพนักงานในยุคโมบายล์เฟิรสต์และสำนักงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ IoT โดยใช้ข้อมูลการเชื่อมต่อของผู้ใช้ที่เป็นการเฉพาะเจาะจงและคุณลักษณะของ RF Performance
มหาวิทยาลัยวอชิงตันหนึ่งในลูกค้าของอรูบ้ามุ่งมั่นจะให้ประสบการณ์ในการใช้งานระบเครือข่ายที่น่าพึงพอใจแก่ผู้ใช้ในทุก ๆ วิทยาเขต โรงพยาบาลและคลินิกของตนด้วยการที่มี Wi-Fi Access Point กว่า 12,000 เครื่อง อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าใช้งานเครือข่ายมากกว่า 150,000 ตัวในแต่ละวัน สิ่งที่มหาวิทยาลัยกังวลมากจริง ๆ คือความท้าทายในเรื่องการบริหารประสิทธิภาพ เนื่องจากขนาดผู้ใช้ที่ใหญ่มาก มีรูปแบบการใช้ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และมีแอปลิเคชันหลายตัวที่ต้องการประสิทธิภาพของเครือข่ายหลากหลายแตกต่างกันไป
คุณเดวิด มอร์ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายและโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวว่า “ทุกวันนี้เครือข่ายดิจิทัลของวิทยาเขตและโรงพยาบาลของเรามีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องแอปพลิเคชันต่าง ๆ อุปกรณ์พกพาอัจฉริยะจำนวนมากมาย และผู้ใช้ทั้งหลายที่คาดหวังว่าเขาจะสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่ายได้จากทุก ๆ ที่ การใช้ Aruba NetInsight ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลของระบบเครือข่ายด้วยภาพเสมือนของกระแสข้อมูล (Flow Visualizations) การวิเคราะห์ที่นำมาวางแผนปฏิบัติได้ (Actionable Analytics) ช่วยให้เราทำการตัดสินใจทีจำเป็นเกี่ยวกับการเพิ่มสัญญาณและขยายพื้นที่ให้บริการไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งาน อย่างเช่น การส่งสัญญาณ Wi-Fi บริเวณนอกอาคารที่เพิ่งสร้างใหม่ เราสามารถทดสอบผลกระทบต่อเครือข่ายทั้งก่อนและหลังของการเปลี่ยนแปลงสัญญาณเครือข่าย ดังนั้นเราจึงสามารถเตรียมการล่วงหน้ารองรับ ทำให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเข้าใช้เครือข่ายได้”

สร้างสรรค์สำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะด้วยระบบนิเวศ (Ecosystem) ของคู่ค้าที่ได้รับการทดสอบและรับรองผลแล้ว
การนำอุปกรณ์พกพา คลาวด์และ IoT มาใช้กำลังเปลี่ยนแปลงโลกแห่งการทำงาน เป็นปัจจัยทำให้เกิดระบบเครือข่ายที่สามารถปรับสภาพตามความต้องการของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ อาคารอัจฉริยะทั้งหลายที่มีประสิทธิภาพสูงและรองรับ IoT กำลังจะมาบรรจบกับเรื่องของสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะที่เน้นโมบายล์เฟิรสต์ ทิศทางนี้จะทำให้เกิดสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะที่ส่งเสริมประสบการณ์การทำงานที่มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพและเป็นส่วนตัว ซึ่งจะส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ ได้คล่องตัว ทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้นและมีอิสระ การนำสถาปัตยกรรมโมบายล์เฟิรสต์มาปรับใช้ทำให้อรูบ้าสามารถขยาย ArubaEdge Technology Partner Program ให้ครอบคลุมคู่ค้ากลุ่มใหม่ อันได้แก่ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บริษัทที่ทำการเชื่อมต่อเฟอร์นิเจอร์อุปกรณ์สำนักงานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยคู่ค้ากลุ่มใหม่ทำให้อรูบ้าสามารถสรรค์สร้างสำนักงานสมัยใหม่ที่มีคุณลักษณะโดดเด่นรองรับการใช้งานอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ของผู้ใช้ มีระบบการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยต่อการกำหนดตำแหน่งอ้างอิงโดยใช้อุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่เป็น IoT สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ประสบการณ์ที่ผู้ใช้จะได้รับมีตั้งแต่วางรูปแบบของที่ทำงาน ตลอดจนอุปกรณ์สำนักงานให้เหมาะสม สะดวก ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (Personalized Workspace Ergonomics) มีระบบแสงสว่างที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละบุคคล การสื่อสารแบบบูรณาการผ่านอุปกรณ์พกพา (Mobile Unified Communications) การทำให้ห้องประชุมถูกบริหารจัดการด้วยระบบอัตโนมัติ การบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้าเพื่อป้องกันการชำรุด การสร้างระบบอนุรักษ์พลังงานอัตโนมัติ โดยทุกอย่างทำบนโครงสร้างพื้นฐานอันเดียวกัน

คุณซานดีฟ เดฟ หัวหน้าสำนักงานดิจิทัลและเทคโนโลยี หน่วยงาน Global Workspace Solution บริษัท CBRE กล่าวว่า “ผู้บริโภคคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ต่อเนื่องและราบรื่นในทุก ๆ สิ่งที่เขาทำ รวมถึงสถานที่ทำงานด้วย ลูกค้าของเราล้วนแต่มองหาอะไรก็ตามที่จะมาช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่เก่งและฉลาดต่างล้วนเห็นว่าประสบการณ์ในสถานที่ทำงานเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยได้ ลูกค้ามาหา CBRE เพื่อให้เสนอบริการการสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการทำงานที่ดีและการสร้างสถานที่ทำงานแบบดิจิทัล ซึ่งเราทำผ่านโซลูชัน CBRE 360 ที่ให้บริการทางประสบการณ์ที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีชั้นนำ การร่วมเป็นพันธมิตรกันอย่างเหนียวแน่นระหว่าง CBRE ที่มีเป้าหมายต้องการสร้างสภาพแวดล้อมในสำนักงานที่ล้ำสมัยด้วยบริการที่หลากหลายเหมาะสมอย่างบูรณาการเข้ากับทิศทางทางเทคโนโลยีของอรูบ้าในเรื่องของสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะ เป็นสิ่งที่ทีมของทั้งสองบริษัททำงานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะสามารถทำงานผสานกันได้อย่างกลมกลืน (Synergies) ในอนาคต”

คุณฟรานซิสโก เจ อโคบา กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายขายในสหรัฐอเมริกา หน่วยงาน Global Real Estate Transformation บริษัท Deloitte Consulting LLP กล่าวว่า “บริษัทต่าง ๆ กำลังคิดพิจารณาใหม่ในเรื่องกลยุทธ์การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของตนให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับทิศทางของการทำงานในอนาคต สำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะเป็นการสร้างความแตกต่างที่สำคัญของแต่ละองค์กรในการดึงดูด รักษาไว้และพัฒนาพนักงานที่ฉลาดมีความสามารถของตนให้เติบโตในองค์กรต่อไป การทำงานในอนาคตจะถูกกำหนดด้วยประสบการณ์ในสำนักงานอัจฉริยะทั้งหลาย ผู้นำขององค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลด้านอสังหาริมทรัพย์จะต้องร่วมมือกับผู้ร่วมงานที่ดูแลด้านไอทีหาแนวทางนำการทำงานกับอุปกรณ์พกพา (Mobility) และอุปกรณ์ IoT ในองค์กรมาแปลงโฉมรูปแบบทางกายภาพของสำนักงาน”

คุณเจฟฟ์ กิบสัน ผู้อำนวยการของหน่วยงาน Advanced Business Development บริษัท Herman Miller กล่าวว่า “สิ่งที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ในสำนักงานให้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วคือการเพิ่มเข้ามาของเลเยอร์ในระดับดิจิทัลและข้อมูล ผู้คนต้องการติดตั้งระบบช่วยเหลือหลายอย่างในการทำงานของตน การเข้ามาของดิจิทัลเลเยอร์ช่วยทำให้มีประสบการณ์ในการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรากำลังทำงานร่วมกับอรูบ้าสร้างสรรค์วิสัยทัศน์เกี่ยวกับสถานที่ทำงานซึ่งระบบคลาวด์สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้และอุปกรณ์ทั้งหลายในสำนักงานเพื่อที่จะรองรับการสร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลในยุคโมบายล์เฟิรสต์ การนำข้อมูลและข่าวสารเชิงลึกมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ขององค์กร รวมทั้งสร้างศักยภาพในประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานให้สูงสุด”

ขยายความร่วมมือกันทำงานและเพิ่มผลิตภาพของสำนักงานอย่างราบรื่น
ในหลาย ๆ องค์กรดิจิทัลมีแอปพลิเคชันในการทำงานร่วมกันจำนวน 2 หรือมากกว่านั้นถูกใช้พร้อม ๆ กัน อย่างเช่น Skype for Business สำหรับการโทรโดยใช้เสียงและแชร์อุปกรณ์เดสก์ท้อปต่าง ๆ และ Zoom สำหรับใช้ในการประชุมผ่านวิดีโอ การนำอุปกรณ์พกพามาใช้ร่วมกับอุปกรณ์ในห้องประชุม Zoom ใช้โฟกัสในการประชุมระหว่างหลายห้องประชุมและหลายพื้นที่ของทีมงาน โซลูชันนี้จะสามารถถูกใช้ร่วมอย่างดีกับแนวคิดริเริ่มเรื่องสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะของอรูบ้า
คุณอีริค ยูน ผู้นำฝ่ายบริหาร บริษัท Zoom กล่าวว่า “สำนักงานกำลังพัฒนากลายเป็นสถานที่ที่ให้ประสบการณ์ที่ซึ่งผู้คน ข้อมูลข่าวสาร เนื้อหาและเครื่องมือต่าง ๆ จะต้องทำงานผสานกันอย่างกลมกลืน ระบบห้องประชุมของ Zoom เป็นระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับอุปกรณ์พกพา ร่วมกับอุปกรณ์เดสก์ท้อปได้จากหลากหลายผู้ผลิต ช่วยให้สามารถสร้างประสบการณ์ดังกล่าวขึ้นได้โดยยอมให้เครื่องมือต่าง ๆ ที่เหมาะสมทำงานร่วมกัน การเปิดกว้างแบบนี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาลูกค้าเหล่านี้ไม่มีทางเลือกอื่นเลย นอกจากต้องซื้อระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ Telepresence จากผู้ผลิตเพียงรายเดียว”

ในโซลูชันที่หลากหลายสำหรับเพิ่มผลิตภาพในสำนักงานดิจิทัลและรองรับอุปกรณ์ IoT ในระดับองค์กรขนาดใหญ่ที่ได้รับการทดสอบแล้วว่าใช้งานได้จริง อรูบ้าได้ขยายโครงการ ArubaEdge Technology Partner Program โดยเพิ่มรายชื่อคู่ค้าที่เชี่ยวชาญเรื่องสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะ ได้แก่ AccelTex, HPE Pointnext, Lunera, Patrocinium และ SpaceIQ ไปในรายการชื่อคู่ค้าที่อรูบ้ารับรองร่วมกับรายชื่อที่มีอยู่แล้ว อันได้แก่ Envoy, Robin และ Teem คู่ค้าเหล่านี้จะสามารถนำเสนอโซลูชันที่มีความเป็นเอกภาพ สามารถรวมการบริการอ้างอิงสถานที่ (Location Services) เข้ากับการจัดการอุปกรณ์ IoT ขององค์กรให้มีความปลอดภัยในการใช้งานส่วนบุคคลและทำสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะให้เป็นระบบอัตโนมัติ

คุณโทนี บาลิสเตรียริ รองประธาน Corporate Field Sales บริษัท Zones, Inc กล่าวว่า “ลูกค้าของเรามีความสนใจเพิ่มมากขึ้นในเรื่องการสร้างสภาพแวดล้อมในสำนักงานที่ทันสมัยอันเป็นผลมาจากการเติบโตของอุปกรณ์พกพาและ IoT แนวโน้มใหม่นี้ทำให้ต้องพึ่งคู่ค้าที่เชื่อถือได้สูงในการทำโซลูชันด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งในการนำเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างเข้ามาผสานเข้าด้วยกันเพื่อที่จะสรรค์สร้างสำนักงานดิจิทัลอัจฉริยะ”

คุณบ็อบ คอร์บิน ผู้อำนวยการอาวุโสในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐโอไฮโอ (OSU) กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยของเราเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลสหรัฐฯ ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีนักศึกษากว่า 66,000 คน ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เชื่อมต่อเข้ามาในระบบเครือข่ายโดยเฉลี่ยวันละ 132,000 อุปกรณ์ การจัดการประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและใช้เวลามากในแต่ละวัน ทำให้ OSU ต้องหันมาใช้ NetInsight เข้าช่วยแก้ปัญหาที่น่าปวดหัวที่เรียกว่าช่องว่างทางวิศวกรรม (Engineering Void) ในทีมของเรา สามารถทำการประเมินประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายแคมปัสแบบไร้สาย (Campus Wireless Network) ของเราทั้งในปัจจุบันและอดีตได้เองโดยอัตโนมัติ ให้คำแนะนำแก่เราเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ ตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นต่าง ๆ ออกมาเป็นข้อมูลที่เราสามารถทำความเข้าใจและนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้ง่าย เราจึงให้ความเชื่อถือ NetInsight เสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมเลย”