เนื้อหาวันที่ : 2018-03-23 16:43:38 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 334 views

ไบเออร์สด๊อรฟ วางศิลาฤกษ์ฉลองขยายฐานการผลิตในประเทศไทย

ยาน แชร์ อุปทูตและหัวหน้าแผนกเศรษฐกิจสถานทูตเยอรมัน (ที่ 3 จากซ้าย) เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ของโปรเจ็กต์ไพลินในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ร่วมกับ มาคุส ดาเบอเกอร์ ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จํากัด (ซ้าย) ราล์ฟ ดีเทอร์ กุสโก กรรมการบริหาร บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ เยอรมนี (ที่ 2 จากซ้าย) สายฝน เพราพันธ์ (ที่ 3 จากขวา) เข้าร่วมแทน พจนี ศิลารัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางพลี โอมาร์ อัลเบอร์โต นาวาร์โร คานาเลส รองประธานการจัดการซัพพลาย เชน บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย)จํากัด (ที่ 2 จากขวา) และ ไค-บอริส เบนดิกซ์ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทย จำกัด (ขวา)

ไบเออร์สด๊อรฟ บริษัทชั้นนำผู้ผลิตแบรนด์ดังระดับโลกอย่างนีเวียและยูเซอริน ได้ขยายโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์การบำรุงผิวในกรุงเทพมหานคร โดยฐานการผลิตตั้งอยู่ที่บางพลี และจะมีการลงทุนถึง 47.4 ล้านยูโรสำหรับโปรเจ็กต์ใหม่นี้
ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) มีพนักงานในส่วนของออฟฟิศและฝ่ายการผลิตมากถึง 700 คน ได้มีการผลิตสินค้าสำหรับนีเวียและยูเซอรินสำหรับส่งจำหน่ายในประเทศไทยและอีก 43 ประเทศ การขยายฐานการผลิตในครั้งนี้แสดงให้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในภูมิภาคนี้

ทีมไบเออร์สด๊อรฟ ณ พื้นที่ก่อสร้างของโปรเจ็กต์ไพลินในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี

มาคุส ดาเบอเกอร์ ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “โปรเจ็กต์ไพลินเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าไบเออร์สด๊อรฟมุ่งมั่นที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2 เท่าเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาคนี้ ในฐานะตัวแทนของไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) เรารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณภาครัฐและองค์กรท้องถิ่นที่ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเราในครั้งนนี้ โปรเจ็กต์นี้ไม่ใช่เพื่อขยายฐานการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการขยายครอบครัวไบเออร์สด๊อรฟอีกด้วย เพราะเราจะเปิดรับพนักงานใหม่กว่า 200 ตำแหน่งในปีหน้า เราภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบว่าโปรเจ็กต์ไพลินในประเทศไทยมีความใหญ่เป็นอันดับที่ 2 รองจากศูนย์การผลิตในประเทศเยอรมนี”
เป้าหมายหลักของโปรเจ็กต์นี้คือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้แก่พนักงานทุกคนด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย สำนักงานที่มีโครงสร้างการใช้งานที่เหมาะสมกับการทำงาน เครื่องมาตรฐาน CE รวมถึงการปรับปรุงอาคารผลิตเดิมที่มีอยู่แล้ว พื้นที่โดยรอบจะถูกทำใหม่โดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องผสมใหม่ 4 ตัว ในขณะที่ทางเข้าโรงงาน โรงอาหาร สำนักงานและพื้นที่นันทนาการทั้งหมดจะได้รับการตกแต่งใหม่อีกด้วย
นอกจากนี้การขยายโรงงานจะส่งผลถึงประสิทธิภาพของสายการผลิต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่สำคัญของโครงการ โดยประสิทธิภาพของสายการผลิตจะพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการผลิตสูงสุดที่ 240 ขวดต่อนาทีในหนึ่งสายผลิต การขยายตัวนี้จะรวมถึงหลังคาแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้ถึง 500 กิโลวัตต์ และเป็นไปตามเป้าหมายเพื่อให้ได้ใบรับรองการออกแบบและก่อสร้างอาคารเขียวตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวในระดับนานาชาติในระดับโกลด์ (LEED : Leadership in Energy and Environment Design) อีกด้วย ซึ่งการรับรองอันทรงเกียรติของสภาอาคารเขียวแห่งสหรัฐอเมริกานี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการจัดการโครงการเพื่อให้เกิดอาคารเขียวที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

การขยายตัวเพื่อรองรับสายการผลิตใหม่ของผลิตภัณฑ์ดีโอ โรลออน มีขนาดอาคาร 72 เมตร x 97 เมตร พื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดกว่า 9,679 ตารางเมตร โครงการอันกว้างขวางนี้มีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2562 และจะเริ่มผลิตโรลออนในไตรมาสถัดไป ส่วนอาคารผลิตที่มีอยู่จะได้รับการตกแต่งใหม่เพื่อรองรับการผลิตลิปแคร์ ซึ่งจะเริ่มในช่วงกลางปี 2563