เนื้อหาวันที่ : 2018-03-19 14:17:16 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 287 views

เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ มุ่งเพิ่มความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมแก้ว และกระจกไทย ที่งาน กลาสเทค 2018 งานแสดงอุตสาหกรรมแก้วและ กระจกระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ หนึ่งในบริษัทผู้จัดแสดงสินค้าที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก พร้อมแล้วที่จะนำเสนองานแสดงอุตสาหกรรมแก้วและกระจกที่สำคัญที่สุดของโลก “กลาสเทค2018” เป็นงานใหญ่เพียงงานเดียวที่จะจัดแสดงครอบคลุมห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมแก้ว และกระจกอย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการผลิต/เทคโนโลยี ไปจนถึงการแปรรูป/การตกแต่งและผลิตภัณฑ์/การนำไปใช้งาน งานกลาสเทค จัดขึ้นทุก ๆ สองปี โดยในปีนี้จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23-26 ตุลาคม 2018 ที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมันนี

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคและวิถีการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นของผู้บริโภค หรือการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของแก้วและกระจกอย่างไม่เคยมีมาก่อนทั้งในประเทศไทย และภูมิภาคโดยรอบ อุตสาหกรรมแก้วและกระจก ถือว่ามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากต่ออุตสาหกรรมหลัก ๆ ของประเทศ โดยมียอดการขายกว่า 1.29 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งด้วยศักยภาพที่มีมากนี้ ทำให้ผู้จัดงาน กลาสเทค 2018 เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานพรีเซนเทชั่น เพื่อประชาสัมพันธ์และแนะนำงาน กลาสเทค2018 ให้กับผู้ประกอบการไทยและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
“กลาสเทค2018 เป็นงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมที่ผู้ประกอบการไทยและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสถาปัตยกรรม การก่อสร้างอาคาร หน้าต่างและเปลือกนอกของอาคาร งานหัตถกรรม บรรจุภัณฑ์แก้ว อุตสาหกรรมกระจกรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงผู้ผลิต แปรรูป และตกแต่งด้านแก้วและกระจก ซึ่งถือว่าเป็น
งานแสดงที่นำเสนอทุกแง่มุมของอุตสาหกรรมแก้วและกระจก และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบวงจร ภายในงานยังมีกิจกรรมเสริมเพิ่มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงพิเศษด้านแก้วและกระจก รวมถึงงานประชุมต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เข้าเยี่ยมชมงานชาวไทย” นางสาว เบอร์จิต ฮอร์น ผู้อำนวยการ งานกลาสเทค บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ จีเอ็มบีเฮช กล่าว
กลาสเทค 2018 ซึ่งจัดขึน้ เป็นครั้งที่ 25 นี้ ยังถือเป็นงานที่กำหนดมาตรฐานสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมแก้วและกระจก งานแสดงอันดับหนึ่งของโลกนี้จะนำเสนอทุกแง่มุมของนวัตกรรม ทิศทางแนวโน้มและโซลูชั่นด้านต่าง ๆ อย่างครบวงจรควบคู่ไปกับโปรแกรมสนับสนุนของงานสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ โดยเน้นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติงานได้จริง และข้อมูลเชิงทฤษฎีวิทยาศาสตร์
ทิศทางและแนวโน้มที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมแก้วและกระจกในปี 2018 จะได้รับการจัดแสดงและกล่าวถึงภายในงานกลาสเทค 2018 ซึ่งครอบคลุมถึง

  • อุตสาหกรรมแก้วและกระจก 4.0 (Glass Industry 4.0)
  • กระจกอัจฉริยะ 4.0 (Smart Glass/Functional Glass/Display Glass)
  • กระจกบาง (Thin Glass) และ กระจกบางเฉียบ (Ultra-thin Glass)
  • อุตสาหกรรมกระจกสูญญากาศ (Hollow Glass Industry) นวัตกรรมและความยั่งยืน
  • เปลือกนอกอาคาร (Façade) กระจกขนาด XXL, กระจก Statics
  • การควบคุมแสงและการประหยัดพลังงาน
  • การออกแบบตกแต่งด้วยแก้วและกระจก (Interior Design with Glass)

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่างานกลาสเทคเป็นงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมแก้วและกระจกของโลก เป็นเวทีที่จะกำหนดทิศทางและแนวโน้มใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมรวมถึงการลงทุนในอนาคตจะเกิดขึ้นที่นี่“ กล่าวโดย นางสาว ฮอร์น
คุณชาติชาย พานิชชีวะ ประธาน กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก สภาอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ในประเทศไทย เราได้จำแนกผลิตภัณฑ์แก้วและกระจกออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ แก้วบรรจุภัณฑ์ กระจกแผ่น กระจกนิรภัย แก้วสำหรับเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร โดยมีกำลังการผลิตติดตัง้ กว่า 4 พันล้านตันต่อปี ซึ่งได้สร้างงานให้กับคนไทยกว่า 13,000 ราย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นผู้นำด้าน
การผลิตแก้วและกระจกที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งมูลค่าอยู่ที่ประมาณ หกหมื่นล้านบาท
เราต้องปรับปรุงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันต้องพัฒนาอุตสาหกรรมให้ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พวกเราจะต้องเพิ่มระดับความรู้ให้ไปสู่ระดับนานาชาติ งานกลาสเทค เป็นงานแสดงสินค้าระดับโลกสำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมแก้วและกระจก ถือเป็นแพลต์ฟอร์มที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะให้โอกาสในการเรียนรู้ไปกับ นวัตกรรมใหม่ ๆ เทคโนโลยีเครื่องจักร รูปแบบการผลิตและการแปรรูป จากผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก งานกลาสเทค เมื่อสองปีที่แล้ว ได้ทำสถิติผู้เข้าร่วมจัดแสดงงานกว่า 1,200 บริษัทจาก 52 ประเทศ และผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 40,000 รายจาก 121 ประเทศ มารวมกันบนพืน้ ที่จัดแสดงสินค้ากว่า 64,000 ตรม. ดังนั้น กลาสเทคถือเป็นงานที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการที่มาจากอุตสาหกรรมแก้วและกระจก อาคารและการก่อสร้าง หน้าต่างและเปลือกนอกอาคาร สถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำจากแก้วและกระจก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับพลังงาน
แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ไม่ควรพลาด”
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเข้าชม http://www.glasstec-online.com/ หรือ ติดต่อคุณศรัญญา บริษัท เอ็กโปซิส จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ในประเทศไทย โทร 02 559 0856-8 หรืออี-เมล info@exposis.co.th