เนื้อหาวันที่ : 2018-01-11 17:40:04 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 267 views

ไทยโพลิเอททีลีนเลือกโซลูชันจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค นำ IoT ช่วยบริหารจัดการผลิตแบบอัตโนมัติรองรับเป้าที่สูงขึ้น

ไทยโพลิเอททีลีน บริษัทผู้ผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีนยักษ์ใหญ่ของประเทศในเครือซีเมนต์ไทยหรือเอสซีจี ใช้โซลูชันจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค บริหารจัดการการผลิตให้ง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความปลอดภัย รองรับลูกค้าที่เติบโตขึ้น ตลอดจนเป้าหมายทางธุรกิจ ในการสร้างความยั่งยืน มั่นคง ตอบโจทย์ธุรกิจยุค 4.0

บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด เป็นบริษัทในเครือของ SCG ผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีน ได้รับการรับรอง ISO 9001, ISO 14001, TIS/OHSAS 18001 ก่อตั้งเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2526 ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล มาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกจำนวน 9 โรงงาน ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อป้อนให้กับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ทั่วประเทศและส่งออกต่างประเทศ รองรับการขยายตัวของตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องใช้โพลิเอททีลีนเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ป้องกันความชื้นจากภายนอก ช่วยผนึกให้กล่องแน่นสนิท ช่วยป้องกันการรั่วซึมของของเหลว

นายฤกษ์ กาญจโนปถัมป์ ผู้จัดการส่วนผลิต LDPE บริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด เผยว่า “เรามีเป้าหมายในการเพิ่มอัตราการผลิตเม็ดพลาสติกให้สูงขึ้นจากปีที่แล้วเพื่อให้เพียงพอกับอัตราการเติบโตของตลาด เพิ่มสัดส่วนในการผลิตเม็ดพลาสติกที่เป็น HVA หรือ High Value Added Product and Service ให้มากขึ้น โดยการเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบพิเศษ รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม EcoStruxure™ Plant ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพื่อมาช่วยควบคุมกระบวนการผลิตของโรงงานแบบอัตโนมัติ”

ความท้าทายในการจัดการกระบวนการผลิต
การเพิ่มยอดการผลิตเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากในกระบวนการอุตสาหกรรม เพราะระบบได้ถูกกำหนดเอาไว้หมดแล้ว ดังนั้นทางไทยโพลิเอททีลีนจึงขยายโรงงานและนำเทคโนโลยี EcoStruxure Plant เข้ามาควบคุมกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของโรงงานที่อาจจะมีผลกระทบต่อทั้งการผลิตและการทำงานของพนักงานในการเปิดรับระบบใหม่ แต่ผลลัพธ์คือโซลูชันของชไนเดอร์ อิเล็คทริค กลับช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น พนักงานรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสามารถเรียนรู้และเข้าใจระบบได้ดีกว่าระบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือในการใช้งาน กราฟิกที่เข้าใจง่าย ควบคุมและติดตามง่าย

โซลูชันบริหารจัดการกระบวนการผลิต
ทั้งนี้ ไทยโพลิเอททีลีนใช้ EcoStruxure Plant ในการควบคุมกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติทั้งกระบวนการดำเนินงาน ตอบโจทย์ยุค IIoT ตั้งแต่การป้อนวัตถุดิบ การควบคุมการผลิต การแก้ไขปัญหา การแจ้งเตือนในแบบอัตโนมัติด้วยรูปแบบที่ใช้งานง่าย สามารถมอนิเตอร์และควบคุมจากศูนย์ควบคุมกลางเพียงแห่งเดียว สามารถติดตามควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา ช่วยตรวจจับกระบวนการผลิตต่าง ๆ ที่ผิดปกติ เช่น แรงดัน ทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดของกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง รวมทั้งสถานะของทั้งกระบวนการ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถประมวลผลเพื่อการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ เมื่อเกิดปัญหา โซลูชันของชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะเข้าไปแก้ปัญหาได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงประหยัดเวลาในการทำรายงานให้กับผู้บริหารระดับสูงได้ในรูปแบบเชิงลึก โดยโซลูชันที่ทางไทยโพลิเอททีลีนเลือกจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค มาใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิต ได้แก่

 

  • Foxboro DCS นวัตกรรมของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่อยู่ในแวดวงกระบวนการอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมมานาน ช่วยป้องกันความผิดพลาดของกระบวนการผลิต ให้ความพร้อมในการควบคุม ช่วยยกระดับขีดความสามารถของพนักงาน ตลอดจนการควบคุมการดำเนินงานให้มีความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับและปกป้องมูลค่าการผลิต มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง ป้องกันภัยคุกคามและการแฮกจากผู้ไม่หวังดี ผสานการควบคุมกระบวนการทางอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ถูกออกแบบมาเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงสุด สามารถเลือกรูปแบบการทำงานได้ทั้งแบบสถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์และแบบกระจาย พร้อมความสามารถในการวินิจฉัยการจัดการซ้ำซ้อน ตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ ช่วยให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับแอปพลิเคชันอุตสาหกรรมทุกประเภท ทำงานผสานร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัยกับ Triconex ESD ได้อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้ความสมบูรณ์ในการดำเนินงานเพื่อการผลิตที่ปลอดภัยเชื่อถือได้ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเชิงลึกด้านการปฏิบัติงานที่รวดเร็วและแม่นยำ
  • Triconex ESD เป็นการปิดระบบแบบฉุกเฉิน (Emergency Shutdown : ESD) รองรับระบบไฟและแก๊ส (FGS) ระบบการจัดการการเผาไหม้ (BMS) โซลูชันป้องกันแรงดันสูง จนถึงการควบคุมเครื่องกลแบบเทอร์โบแมชีนเนอรี่ (TMC) เช่น การควบคุมคอมเพรสเซอร์ (Compressor) เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยให้กระบวนการผลิตสามารถดำเนินงานไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถตรวจพบข้อผิดพลาดก่อนที่จะเกิดขึ้น ยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์จากการหยุดชะงักของระบบ พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและการดำเนินงานโดยใช้แพลตฟอร์มเดียว แต่สามารถรองรับงานได้หลายประเภท

โครงการในอนาคต
นอกจากนี้ไทยโพลิเอททีลีนตั้งเป้าหมายโครงการต่อเนื่องในการพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น เดินหน้าตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ให้ได้ครอบคลุมที่สุด นายฤกษ์กล่าวต่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมไปในทิศทางของไทยแลนด์ 4.0 ให้ได้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามาช่วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการพัฒนากระบวนการผลิตของไทยโพลิเอททีลีนให้มีประสิทธิภาพเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจของประเทศเป็นสิ่งที่คิดไว้อยู่เสมอ

“การที่ไทยโพลิเอททีลีนเลือกใช้บริการและโซลูชันจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพราะว่าทางชไนเดอร์เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านระบบควบคุมอัตโนมัติ และการจัดการพลังงานระดับแถวหน้าของโลก ทำให้เรามั่นใจในระยะยาวว่าโซลูชันจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค จะช่วยให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงจากการชัตดาวน์ของระบบ ใช้งานง่าย ให้ความพร้อมในการควบคุม มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน” นายฤกษ์กล่าวทิ้งท้าย