เนื้อหาวันที่ : 2017-12-25 13:56:13 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 280 views

แลนเซสส์ยังคงมีผลประกอบการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 3 ของปี 2017

แลนเซสส์ (LANXESS) ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปี 2017 สามารถสร้างผลงานยอดเยี่ยมตามคาดการณ์ และจะเป็นปีที่บริษัทมีผลกำไรสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดขายทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เพิ่มขึ้น 25.1 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้นอีก 483 ล้านยูโร (18,837 ล้านบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 39 บาทต่อ 1 ยูโร) รวมเป็น 2.4 พันล้านยูโร (93,600 ล้านบาท) จากไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วที่ทำได้ 1.9 พันล้านยูโร (74,100 ล้านบาท) ไตรมาสนี้จึงมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคาจากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA Pre-exceptionals) เพิ่มขึ้น 35 เปอร์เซ็นต์เป็น 347 ล้านยูโร (13,533 ล้านบาท) เปรียบเทียบกับ 257 ล้านยูโร (10,023 ล้านบาท) ของไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว ผลการดำเนินงานออกมาเป็นบวกครั้งนี้เกิดจากการควบรวมกิจการของบริษัทเคมทูรา (Chemtura) ร่วมกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้จึงมีสัดส่วนของกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคาต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติคิดเป็น 14.4 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วที่ทำได้ 13.4 เปอร์เซ็นต์ กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Net Income Pre-exceptionals) เพิ่มขึ้น 29 ยูโรรวมเป็น 106 ล้านยูโร อีกทั้งการปรับประมาณการผลประกอบการทั้งปี 2017 มีผลกำไรสุทธิที่สูงขึ้น คาดการณ์ว่า EBITDA Pre-exceptionals อยู่ระหว่าง 1.25 – 1.3 พันล้านยูโร

แมตเธียส แซกเชิร์ต ประธานคณะกรรมการบริหาร แลนเซสส์ เปิดเผยว่า “แลนเซสส์กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง กลยุทธ์ของเราชัดเจน มุ่งไปที่การเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์เคมีเฉพาะด้านซึ่งทำผลกำไรได้ค่อนข้างสูง เราทำได้สำเร็จตามคาดหมาย ประกอบกับประสิทธิภาพในการทำงานของเราสูงขึ้นเช่นกันหลังจากการปรับเปลี่ยนภายใน เรารู้สึกยินดีที่ยอดขายในทุกภูมิภาค ทุก ๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีเฉพาะด้านของเราล้วนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน”

เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเป็นกรณีพิเศษ ทำให้กำไรสุทธิมีเพียง 55 ล้านยูโร น้อยกว่า 62 ล้านยูโรที่ทำได้ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นผลมาจากการเข้าซื้อโรงงานผลิตสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์หล่อลื่น และมีบางส่วนได้ยกเลิกการผลิตไปที่ Ankerweg ในเมือง Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ถ้ามองที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติกลับเพิ่มขึ้นถึง 37.7 เปอร์เซ็นต์เป็น 106 ล้านยูโร (4,134 ล้านบาท) เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วทำได้เพียง 77 ล้านยูโร (3,003 ล้านบาท)

หลังจากตัวเลขที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของไตรมาสที่ 3 ประมาณการณ์ว่าผลประกอบการของทั้งกลุ่มบริษัททั้งปี 2017 จะดีขึ้น คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 25 ล้านยูโร (975 ล้านบาท) EBITDA Pre-exceptionals จะอยู่ระหว่าง 1.25 - 1.3 พันล้านยูโร (48,750 - 50,700 ล้านบาท) สูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่าตัวเลข 1.2 พันล้านยูโร (46,800 ล้านบาท) สูงสุดที่เคยทำได้ในปี 2012 (พ.ศ. 2555) เสียอีก

หลังจากการซื้อกิจการโรงงานผลิต Chrome Chemical และ Lubricant Precursors บริษัทได้ประกาศนโยบายการปรับเปลี่ยนการผลักดันเฉพาะผลิตภัณฑ์หลักที่ทำกำไรได้สูงเท่านั้น โดยจะมีการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์หลัก (Non-core Business) อย่างเช่น Chlorine Dioxide Disinfectant Solutions ให้แก่ Canadian Superior Plus Corp. โดยธุรกิจ Chlorine Dioxide นี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ North Kingtown สหรัฐอเมริกา มีพนักงาน 40 คนเป็นส่วนหนึ่งของแผนก Clean & Disinfect ที่แลนเซสส์ได้มาพร้อมการควบรวมกิจการบริษัท Chemours ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

ยอดขายสูงขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์
ยอดขายของ Advanced Intermediates Segment ในไตรมาสที่ 3 ปี 2017 อยู่ที่ 479 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่ 435 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Pre-exceptionals เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 4 ล้านยูโร ทำให้ยอดรวมเป็น 87 ล้านยูโร เทียบกับ 83 ล้านยูโรของปีที่แล้ว และ EBITDA Margin Pre-exceptionals เป็น 18.2 เปอร์เซ็นต์เทียบกับปีที่แล้วที่ 19.1 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียวกัน
ยอดขายของ Specialty Additives ซึ่งเป็นแผนกใหม่สูงขึ้นโด่งถึง 124 เปอร์เซ็นต์หรือเพิ่มขึ้นอีก 256 ล้านยูโรรวมเป็น 478 ล้านยูโร จากไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วทำได้ 213 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Pre-exceptionals เพิ่มขึ้นเกือบ 120 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 42 ล้านยูโร ทำให้ยอดรวมเป็น 77 ล้านยูโร เทียบกับ 35 ล้านยูโรของปีที่แล้ว กำไรที่เพิ่มขึ้นนี้ผลส่วนใหญ่มาจากการควบรวมธุรกิจ Additives ของบริษัทเคมทูร่า แต่ EBITDA Margin Pre-exceptionals กลับเป็น 16.1 เปอร์เซ็นต์ ลดลงนิดหน่อยจากปีที่แล้วที่ทำได้ 16.4 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียวกัน
ยอดขายของ Performance Chemicals สูงขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้นอีก 36 ล้านยูโร รวมเป็น 364 ล้านยูโร เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วทำได้ 328 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Pre-exceptionals เพิ่มขึ้น 16.1 เปอร์เซ็นต์ หรือ 9 ล้านยูโร ทำให้ยอดรวมเป็น 65 ล้านยูโรเทียบกับ 56 ล้านยูโรของปีที่แล้ว ทุกผลิตภัณฑ์มียอดขายเพิ่มขึ้น รวมทั้งแผนก Clean & Disinfect ที่เพิ่งควบรวมกิจการมาในปีที่แล้วซึ่งทำกำไรได้ดีมาก ทำให้ EBITDA Margin Pre-exceptionals เป็น 17.9 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ 17.1 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียวกัน
ยอดขายของ Engineering Materials สูงขึ้น 36.6 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้นอีก 94 ล้านยูโร รวมเป็น 351 ล้านยูโร เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วทำได้ 257 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Pre-exceptionals เพิ่มขึ้น 52.4 เปอร์เซ็นต์ หรือ 22 ล้านยูโร ทำให้ยอดรวมเป็น 64 ล้านยูโรเทียบกับ 42 ล้านยูโรของปีที่แล้ว ทุกผลิตภัณฑ์มียอดขายและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น รวมทั้งธุรกิจยูรีเทนที่เพิ่งควบรวมกิจการมาจากเคมทูร่าซึ่งทำกำไรได้สูงสุด ทำให้ EBITDA Margin Pre-exceptionals เป็น 18.2 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทำได้ 16.3 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียวกัน
ยอดขายของ ARLANXEO สูงขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้นอีก 42 ล้านยูโร รวมเป็น 717 ล้านยูโรเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วทำได้ 675 ล้านยูโร ส่วน EBITDA Pre-exceptionals ลดลง 17  เปอร์เซ็นต์หรือ 15 ล้านยูโร ทำให้ยอดรวมเหลือ 76 ล้านยูโรเทียบกับ 91 ล้านยูโรของปีที่แล้ว กำไรลดลงเพราะราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ทำให้ EBITDA Margin Pre-exceptionals ลดลงเหลือ 10.6 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้วที่ทำได้ 13.5 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดียวกัน

ตารางสรุปข้อมูลผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ของปี 2017

 

Q3 2016 (ล้านยูโร)

Q3 2017 (ล้านยูโร)

เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง

Sales

1,921

2,404

25.1

EBITDA Pre-exceptionals

257

347

35.0

EBITDA Margin Pre-exceptionals (Percents)

13.4

14.4

 

Net Income Pre-exceptionals

77

106

37.7

Net Income

62

55

(11.3)

Earning per Share Pre-exceptionals (EUR)

0.84

1.15

37.7