เนื้อหาวันที่ : 2017-11-21 09:00:08 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 419 views

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เปิดศูนย์กระจายสินค้าอีสเทิร์นเกตเวย์ที่ฉะเชิงเทรา

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ เปิดตัวศูนย์กระจายสินค้าแห่งที่ 14 ในประเทศไทย ด้วยเงินลงทุน 38 ล้านบาท (965,000 ยูโร) โดยศูนย์กระจายสินค้าอีสเทิร์นเกตเวย์ (Eastern Gateway Service Center-EGW) ที่จังหวัดฉะเชิงเทราจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor-EEC) ในอนาคต

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2,382 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ดำเนินงาน 1,819 ตารางเมตร และพื้นที่สำหรับจอดรถ 563 ตารางเมตร ศูนย์กระจายสินค้า EGW สามารถให้บริการจัดส่งสินค้า 23 ตันต่อวัน และรองรับสินค้าหลากหลายประเภทที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นอีกด้วย

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้เพิ่มความสะดวกในการให้บริการ และเพิ่มศักยภาพในการขนส่งสินค้าเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี จังหวัดฉะเชิงเทรา นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงองค์กรธุรกิจอื่น ๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทราและชลบุรี

การลงทุนของดีเอชแอลในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า EGW นับเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของประเทศไทยในการพัฒนาศูนย์กลางเศรษฐกิจในเขตภาคตะวันออก โดยมีการคาดการณ์ว่าระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จะกลายเป็นรากฐานสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) และเชื่อมโยงการขนส่งสู่ภูมิภาคอาเซียน ศูนย์กระจายสินค้า EGW ในจังหวัดฉะเชิงเทราเริ่มเปิดให้บริการเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ครอบคลุมเส้นทางการขนส่ง 12 เส้นทาง

ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของดีเอชแอลในการขยายเครือข่ายในประเทศไทย เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในเขต EEC และขับเคลื่อนการเติบโตในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เกษตรกรรมและไบโอเทคโนโลยี อาหาร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การบินและโลจิสติกส์ ไบโอเคมีและปิโตรเคมี ดิจิตอล และการแพทย์ครบวงจร

ฌอน วอลล์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายเครือข่ายปฏิบัติการและการบิน ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาค จึงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน และยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเครือข่ายการให้บริการของเรา ปริมาณการค้าในอาเซียนคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 130 (ด้วยมูลค่า 5,653 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในปี 2566[1]) และรายได้รวมจากการให้บริการโลจิสติกส์ของไทยคาดว่าจะสูงถึง 96.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในปี 2562[2] เรามั่นใจว่าศูนย์กระจายสินค้าครบวงจรแห่งใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรธุรกิจลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มความคล่องตัวในการทำการค้าอย่างยั่งยืน”

ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “ธุรกิจค้าปลีกอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยคาดว่าจะแตะระดับ 2.1 ล้านล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2559[3] ปัจจุบันรายได้จากระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกคิดเป็นสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศไทย และมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 1.5 ล้านล้านบาทในการขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศ[4] ดีเอชแอลดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการขยายบริการโลจิสติกส์เพื่อรองรับการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซและการค้าระดับโลกในประเทศไทย  เนื่องจากระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกมีศักยภาพที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียนในอนาคต ดีเอชแอลมั่นใจว่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และการบริการโลจิสติกส์ของเราจะรองรับการค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

[1] Spire Research and Consulting, The ASEAN logistics industry: A growing connectivity hub, SpirE-Journal 2016 Q4

[2] ระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2559, ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, พฤศจิกายน 2559

[3] แบบสำรวจมูลค่าของอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย พ.ศ. 2559, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

[4] Thailand’s Eastern Economic Corridor a boon for tourism, Travel Wire Asia, 18 สิงหาคม 2560