เนื้อหาวันที่ : 2017-11-13 15:30:39 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 642 views

โกรเฮ่ (Grohe) ลงทุนเพิ่ม ขยายโรงงานผลิต Zinc Die-cast ณ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เน้นการลงทุนเพื่อเทคโนโลยีในอนาคต

โกรเฮ่ (Grohe) ลงทุนเพิ่มกว่า 1,000 ล้านบาท ขยายโรงงานผลิต Zinc Die-cast แห่งใหม่ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตในระดับสากล โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ร่วมกับนโยบายการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความยั่งยืนในอนาคต และจะสามารถสร้างงานเพิ่มให้กับบุคลากรในประเทศกว่า 800 ตำแหน่งภายใน 5 ปีข้างหน้า

โกรเฮ่ (Grohe) เป็นผู้ผลิตสินค้าก๊อกน้ำ ฝักบัว และอุปกรณ์ในห้องน้ำระดับพรีเมียมชั้นนำรายใหญ่ของโลกและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท ลิกซิล (LIXIL Group Corporation) ปัจจุบัน โกรเฮ่ยังคงรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสากลและได้ทุ่มทุนกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,065 ล้านบาท) ขยายโรงงานเพื่อผลิต Zinc Die-cast ในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ประเทศไทย จนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ นับเป็นการลงทุนครั้งล่าสุด และโรงงานที่อำเภอแกลงแห่งนี้เป็นหนึ่งในโรงงานทั้ง 5 แห่งของโกรเฮ่ (อีก 3 แห่งอยู่ในเยอรมนีและอีก 1 แห่งอยู่ในโปรตุเกส) โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมาโกรเฮ่ได้มีการลงทุนในโรงงานทั้ง 5 แห่งรวมกันเป็นเงินกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะเน้นการลงทุนเพื่อเทคโนโลยีในอนาคต การสร้างงานใหม่ ๆ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในโรงงานผลิตทุกแห่งของบริษัท

ภาพจากซ้ายไปขวา: คุณราล์ฟ เกอริงเกอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกรเฮ่ สยาม จำกัด, คุณริวอิจิ คาวาโมโตะ ผู้อำนวยการ รองประธานบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท LIXIL Corporation, คุณไมเคิล เราแทรคุซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโกรเฮ่ เอจี, คุณสมพงษ์ ดาวพิเศษ กรรมการบริหาร บริษัท โกรเฮ่ สยาม จำกัด, คุณสิทธิรัฐ วัชราภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกรเฮ่ (ประเทศไทย) จำกัด

ผสานการผลิตด้วยเทคโนโลยีใหม่ เดินหน้าผลิตก๊อกผสมก้านโยกเต็มรูปแบบ

โรงงานแห่งใหม่ในอำเภอแกลงนี้มีเนื้อที่ 12,000 ตารางเมตร และทำให้โกรเฮ่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ในการผลิตชิ้นส่วนซิงค์มาใช้งานได้ โดยมีพื้นที่สำหรับการผลิตก๊อกผสมก้านโยก (One-hand Mixers) อย่างเต็มรูปแบบและเป็นการเน้นย้ำถึงกระบวนการผลิตอันเป็นเลิศของโกรเฮ่ นั่นคือทุกผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในบริษัทเองทั้งหมด กระบวนการผลิตเริ่มจากวัตถุดิบหลัก 2 ชนิด ได้แก่ ทองเหลืองหรือซิงค์ โดยเริ่มจากการหลอมวัตถุดิบ การหล่อขึ้นรูป การนำเข้าเครื่อง CNC การขัดเงา และการชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ไปจนถึงการประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์ และจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้า ขั้นตอนการผลิตเหล่านี้ได้รับการออกแบบตามหลักการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing) และตามหลักอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปอย่างราบรื่น

ศักยภาพการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2564 และเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกที่สำคัญ

เมื่อการขยายโรงงานเสร็จสมบูรณ์ในปี 2564 กำลังการผลิตของโรงงานในอำเภอแกลงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าหรือ 12 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งในปัจจุบันนี้สามารถผลิตได้ 6.6 ล้านชิ้นต่อปี และจะมีตำแหน่งงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นกว่า 800 ตำแหน่งในอนาคตข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนพนักงานจากปัจจุบัน 1,700 คนเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 คนภายในปี 2564 ซึ่งกว่าจะถึงเวลานั้น โกรเฮ่ก็จะลงทุนในการขยายโรงงานแห่งนี้ไปแล้วเป็นเงินกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,065 ล้านบาท) และโกรเฮ่สยามก็จะเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของโกรเฮ่

และแม้ว่าจะเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย แต่สินค้าที่ผลิตได้จากโรงงานแห่งนี้มีสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศเพียง 20% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 80% ส่งขายนอกตลาดเอเชีย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเทศแถบยุโรป เพราะเป็นตลาดใหญ่ของโกรเฮ่ โดยเฉพาะบ้านเกิดอย่างเยอรมนี รวมถึงฝรั่งเศสที่โกรเฮ่ก็ครองตลาดเป็นเบอร์ใหญ่ของสินค้าสุขภัณฑ์

เป็นโรงงานที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โรงงานแห่งนี้ นับว่าเป็นโรงงานที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากที่สุดในโรงงานประเภทเดียวกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการรับรองอาคารยั่งยืน DGNB Silver Certification จาก German Sustainability Building Council ยกตัวอย่างเช่น พลังงานที่ใช้ภายในโรงงาน 1 ใน 3 ได้มาจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาอาคาร มีนโยบายการดำเนินงานที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงประมาณปีละ 1,000 ตัน นอกจากนั้น ยังมีมาตรฐานสูงในการจัดการน้ำเสีย โดยมีการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีชีวภาพ และหลังจากนั้น จึงบำบัดให้น้ำมีคุณภาพเหมาะสำหรับการชำระล้างและนำกลับมาใช้ใหม่ในระบบชลประทานและใช้ในห้องน้ำ นอกจากนั้น ระบบแยกของเสียและระบบเก็บฝุ่นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความเพียรพยายามของโกรเฮ่ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดังนั้น ความยั่งยืนจึงเป็นส่วนสำคัญประการหนึ่งในการดำเนินธุรกิจในทุกวันของโกรเฮ่และเป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกในปณิธานของแบรนด์

ผลักดันการเติบโตในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง

“โกรเฮ่ได้ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าสูงสุด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้โกรเฮ่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของโกรเฮ่ได้เป็นที่รู้จักและถูกจำหน่ายอยู่ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก รวมถึงตลาดในประเทศไทยซึ่งสินค้าของโกรเฮ่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลักชัวรี่ และแม้ว่าปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่ของโกรเฮ่จะอยู่ในทวีปยุโรปก็ตาม แต่เราก็ไม่ได้มองข้ามตลาดเอเชีย เนื่องจากเป็นตลาดที่โตไวมาก กำลังซื้อค่อนข้างสูง และสินค้าของโกรเฮ่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายโรงงานของเราที่อำเภอแกลงในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เราเติบโตยิ่งขึ้นไปในระดับสากล” คุณไมเคิล เราแทรคุซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโกรเฮ่ กล่าวในงานเปิดตัวการขยายโรงงานที่ผ่านมา

“บริษัทลิกซิลเป็นผู้ที่ทำให้การขยายโรงงานในครั้งนี้เป็นจริงขึ้นมา โดยได้ลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา รวมถึงให้ความสำคัญกับการวางแผนกลยุทธ์โครงการและเป้าหมายระยะยาว โดยลิกซิลให้อิสระแก่โกรเฮ่ในการลงทุนและขยายโรงงาน นอกจากนั้น การที่โกรเฮ่ร่วมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลิกซิลจึงช่วยให้โกรเฮ่สามารถผลิตสินค้าประเภทใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้ เช่น ผลิตภัณฑ์เซรามิก โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ได้รับความนิยมรุ่น Sensia Arena และนวัตกรรมดิจิตอลใหม่ ๆ ที่เข้ามาปฏิวัติวงการสมาร์ทโฮมในท้องตลาด”

“เมื่อ 22 ปีที่แล้วโกรเฮ่สยามเริ่มจากการเป็นโรงงานเล็ก ๆ แต่ในปัจจุบันนี้เราได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตก๊อกผสมก้านโยกรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดก็ถูกผลิตจากโรงงานแห่งนี้ และในวันนี้เรากำลังยกระดับการเติบโตของเราขึ้นไปอีกขั้น” คุณเราแทรคุซ กล่าวในที่สุด

เกี่ยวกับ โกรเฮ่ (Grohe)

โกรเฮ่ (Grohe)  ผู้ผลิตสินค้าก๊อกน้ำ ฝักบัว และอุปกรณ์ในห้องน้ำระดับพรีเมียมชั้นนำรายใหญ่ที่สุดของโลก มีพนักงานทั้งสิ้นกว่า 6,000 คน โดยในประเทศเยอรมนีมีพนักงาน 2,400 คน โกรเฮ่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทลิกซิลตั้งแต่ปี 2557 ด้วยความที่เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก จึงยึดมั่นในปณิธานของแบรนด์ทั้งในด้านเทคโนโลยี คุณภาพ ดีไซน์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้สมกับสโลแกนที่ว่า "Pure joy of water” หรือความสนุกสนานในสายน้ำ โกรเฮ่พัฒนาสินค้าประเภทใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่ก่อตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำ GROHE Blue and Red และ GROHE Sense ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของน้ำภายในบ้านที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้และเป็นนวัตกรรมล่าสุดสำหรับเทคโนโลยีสมาร์ทโฮม ทั้งนวัตกรรม ดีไซน์ และการพัฒนา มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และทั้งหมดถูกผสมผสานรวมเข้าเป็นกระบวนการหนึ่งเดียวกันในกระบวนการผลิตของโกรเฮ่ ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ของโกรเฮ่จึงมีตราสัญลักษณ์ “Made in Germany” ซึ่งเป็นเครื่องหมายของคุณภาพ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โกรเฮ่ได้รับรางวัลด้านดีไซน์และนวัตกรรมกว่า 300 รางวัล และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “แบรนด์ที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศเยอรมนี” หลายครั้งด้วยกัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ นอกจากนั้น โกรเฮ่ยังเป็นแบรนด์แรกในอุตสาหกรรมวงการนี้ที่ได้รับรางวัล CSR จากรัฐบาลของเยอรมนีและได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารชื่อดังอย่าง Fortune® ให้เป็น 1 ใน 50 แบรนด์ที่เป็น “ผู้ปฏิวัติโลก” อีกด้วย