เนื้อหาวันที่ : 2017-10-06 13:03:21 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1251 views

เร้ดแฮทเปิด Open Innovation Labs ในเอเชียแปซิฟิก

ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเร่งสร้างนวัตกรรมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เร้ดแฮท ผู้นำโซลูชันโอเพนซอร์สระดับโลกประกาศเปิดเร้ดแฮท โอเพน อินโนเวชัน แล็บส์ (Red Hat Innovation Labs) แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งอยู่ ณ ประเทศสิงคโปร์ Red Hat Innovation Labs จะเป็นที่รวมของผู้คน วิธีการ และเทคโนโลยีสำหรับลูกค้าเพื่อกระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมและจัดการกับความท้าทายทางธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความรวดเร็วในปัจจุบัน ลูกค้าสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของเร้ดแฮทที่ประจำอยู่ ณ แล็บส์ที่สิงคโปร์ในสภาพแวดล้อมเหมือนทำงานอยู่ในห้องแล็บส์จริง ๆ หรือป๊อป-อัปแล็บส์ที่เรียกใช้งานได้ทันที ณ สำนักงานของลูกค้า

การทำงานผ่าน Red Hat Innovation Labs จะช่วยให้ทีมงานด้านไอทีทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมที่ปรึกษา วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเร้ดแฮท เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้วให้ทันสมัยขึ้น หรือสร้างแอปฯ ใหม่จากโอเพนซอร์สและ DevOps ทั้งนี้ Red Hat Open Innovation Labs เป็นแบบฉบับการทำงานที่สามารถเปิดใช้งานได้ทุกที่ในระยะเวลาตั้งแต่ 1-3 เดือน พร้อมผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เทคโนโลยี วิธีการใช้งาน และมีทักษะต่าง ๆ เพื่อผลักดันการสร้างสรรค์ทางธุรกิจให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้วิธีการเรียนรู้โดยปฏิบัติจริงยังช่วยให้ทีมต่าง ๆ ได้เรียนรู้วิธีการพัฒนาที่รวดเร็ว วิธีการทำงานของ DevOps ได้รับประสบการณ์ตรงจากภาคทฤษฎีและวัฒนธรรมของระบบเปิดที่เป็นหลักการพื้นฐานของโอเพนซอร์สคอมมิวนิตี้

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลกำลังเปลี่ยนโฉมภาคอุตสาหกรรม องค์กรทุกขนาดในทุกภาคอุตสาหกรรมต่างหันมาทบทวนแนวทางการสร้างนวัตกรรมของตนเองใหม่ และทบทวนว่าเทคโนโลยีจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรได้อย่างไร Red Hat Innovation Labs เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งมีจุดกำเนิดจากการที่ลูกค้าให้ความสนใจในการนำความเชี่ยวชาญด้านโอเพนซอร์สของเร้ดแฮทที่มีอยู่อย่างครอบคลุมไปใช้จัดการกับความท้าทายทางธุรกิจและความท้าทายทางไอทีต่าง ๆ Red Hat Innovation Labs มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีความปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อลูกค้าได้เข้าร่วมอยู่ใน Red Hat Open Innovation Labs แล้วจะสามารถใช้ไมโครเซอร์วิสทำงานกับคอนเทนเนอร์ต่าง ๆ ได้ และพัฒนาผ่าน DevOps ทั้งสภาพแวดล้อมแบบกายภาพทั่วไป บนระบบคลาวด์ และโมบายล์เพื่อให้สามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังรองรับความต้องการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้นอกเหนือจากแล็บส์ที่ตั้งอยู่ ณ สิงคโปร์แล้ว เร้ดแฮทยังมี Red Hat Open Innovation Labs ตั้งอยู่ที่บอสตันและลอนดอนอีกด้วย

ลักษณะเด่นของ Open Innovation Labs

  • ไม่ว่าจะใช้แก้ปัญหาเดิมหรือจัดการกับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งหมด: ลูกค้าสามารถนำคำปรึกษาและเทคโนโลยีมาใช้ออกแบบและพัฒนาโซลูชั่นต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงแอปพลิเคชันแบบดั้งเดิมให้ทันสมัย หรือสามารถรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสถาปัตยกรรม รวมถึงฟีเจอร์สำหรับโมบายล์ ระบบคลาวด์ ไมโครเซอร์วิส และอื่น ๆ อีกมาก
  • ลูกค้าสามารถเริ่มต้นการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว: ซึ่งส่งผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและวัดผลได้เร็วขึ้นด้วยการจัดการกับปัญหาที่แท้จริงทางธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น ผ่านการใช้ push button infrastructure ของเร้ดแฮท และสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่เป็นแบบอัตโนมัติต่าง ๆ
  • เรียนรู้วิธีทำงานตามหลักการของโอเพนซอร์ส: ลูกค้าสามารถทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากเร้ดแฮท พร้อมกับโอเพนซอร์สคอมมิวนิตี้ที่เกี่ยวกับโครงการด้วยวิธีการบนพื้นฐานของความรวดเร็ว รวมถึงเครื่องมือโอเพนซอร์ส และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการพัฒนาแอปพลิเคชัน
  • สร้างสรรค์นวัตกรรมได้จากทุกหนทุกแห่ง: การที่สภาพแวดล้อมของระบบคลาวด์มีความปลอดภัยมากขึ้น สมาชิกภายในทีมที่ได้รับมอบอำนาจคนใดก็ตามสามารถทำงานร่วมกันจากสถานที่และเวลาใดก็ได้ การพัฒนาเกิดขึ้นได้ทั้งที่ไซต์งานของลูกค้า ในห้องปฏิบัติการ Open Innovaion Labs หรือห้องแล็บส์เสมือนได้เช่นกัน

ข้อความสนับสนุน
เดิร์ก-ปีเตอร์ แวน ลีอูเว่น, รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, เร้ดแฮท กล่าวว่า “ธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกล้วนกำลังสร้างสรรค์นวัตกรรม บริษัทหลายแห่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจและสร้างประสบการณ์ที่ดีมากขึ้นให้แก่ลูกค้า เร้ดแฮทตระหนักถึงความต้องการของบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการสร้างนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว และเราตื่นเต้นที่ได้เปิด Red Hat Open Innovation Labs ในภูมิภาคนี้ วิสัยทัศน์ของ Red Hat Open Innovation Labs คือการนำเสนอดีเอ็นเอที่เป็นเอกลักษณ์ของเร้ดแฮท และวิถีการทำงานแบบโอเพนซอร์สให้กับลูกค้าทุกคน ทั้งในรูปแบบที่เป็นสถานที่จริง แบบเวอร์ชวล และแบบป๊อป-อัป ซึ่งเราคาดหวังว่าธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากเครื่องมือและวิธีการที่ดีที่สุดขของโอเพนซอร์ส เพื่อช่วยพวกเขาให้ประสบผลสำเร็จทางธุรกิจมากขึ้น”