เนื้อหาวันที่ : 2017-10-06 11:53:32 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1465 views

ไอเอฟเอสเข้าซื้อกิจการเวิร์คเวฟ ขยายบทบาทการเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการบริการ

ปัจจุบันไอเอฟเอสอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นอย่างมากในการนำเสนอโซลูชันซอฟต์แวร์ชั้นนำระดับโลกด้านการบริหารจัดการบริการเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการบริการ โดยไม่คำนึงถึงขนาดขององค์กร ระดับความยุ่งยากในการดำเนินงาน ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

ไอเอฟเอส ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกด้านแอปพลิเคชันสำหรับองค์กร เปิดเผยว่าบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการของบริษัท เวิร์คเวฟ แอลแอลซี (WorkWave LLC) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัท เวิร์คเวฟเป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการหรือซอฟต์แวร์แอส อะ เซอร์วิส (Software-as-a-Service : SaaS) บนระบบคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ในระดับสูง พร้อมให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านการบริการภาคสนาม การจัดส่งสินค้า และโลจิสติกส์ นอกจากนี้บริษัท เวิร์คเวฟยังมีฐานลูกค้าเป็นองค์กรธุรกิจบริการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มบี) ในตลาดที่หลากหลาย อาทิ งานบริการเฉพาะทางด้านการกำจัดแมลง การจัดสวนและตัดหญ้า การทำความสะอาดและการดูแลอาคาร ระบบทำความร้อน/ระบายอากาศ/ปรับอากาศ การวางท่อและระบบไฟฟ้า รวมถึงการขนส่ง

โซลูชันซอฟต์แวร์แอส อะ เซอร์วิสของเวิร์คเวฟผสานรวมการทำงานของฝ่ายสนับสนุนขององค์กรเข้ากับฝ่ายบริการภาคสนามได้อย่างราบรื่น ช่วยให้องค์กรธุรกิจบริการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานด้านการสนับสนุนของตน เช่น การจัดกำหนดการ การวางแผน และการเรียกเก็บเงิน ทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นการทำงานภาคสนาม ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมทั้งสร้างระบบการขายและการตลาดในรูปแบบอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้ลูกค้าของเวิร์คเวฟจึงสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างรายได้ และเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างสัมฤทธิผล
บริษัท เวิร์กเวฟ มีสำนักงานใหญตั้งอยู่ในเมืองโฮล์มเดล มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีพนักงาน 260 คนที่พร้อมให้บริการลูกค้ามากกว่า 7,300 รายที่มีสำนักงานตั้งอยู่ภายในสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ จากการผสานรวมความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เทคโนโลยีอันทันสมัย และการให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าเป็นหลัก ทำให้บริษัท เวิร์คเวฟได้รับรางวัลมากมายจากความสามารถในการขยายธุรกิจและมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเยี่ยม ซึ่งรางวัลดังกล่าวรวมถึง Inc. 5000 (บริษัท 5000 อันดับที่มีการเติบโตสูงสุด) และรางวัล Best Places to Work หรือบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด เป็นต้น

เฟรดริก วอม โฮเฟ รองประธานอาวุโสของกลุ่มการพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไอเอฟเอส ให้ความเห็นว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไอเอฟเอสยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการขยายบทบาทการเป็นผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการบริการ โดยบริษัท เวิร์คเวฟมีข้อเสนอด้านซอฟต์แวร์แอส อะ เซอร์วิสที่แข็งแกร่งอย่างมาก มีองค์ความรู้มากมายแนวทางการให้บริการองค์กรธุรกิจบริการขนาดกลางและขนาดย่อม สิ่งนี้จะเข้ามาเสริมความสมบูรณ์ให้กับข้อเสนอด้านการบริหารจัดการบริการชั้นนำที่ไอเอฟเอสมีให้บริการสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจด้านการบริการเป็นหลักอยู่แล้วในขณะนี้ ปัจจุบันไอเอฟเอสมีโซลูชันการบริหารจัดการบริการที่ครบวงจรและพร้อมให้บริการเชื่อมต่อออนไลน์อย่างครอบคลุมสำหรับองค์กรด้านการบริการในทุกรูปแบบ รวมถึงอุตสาหกรรมที่เน้นด้านงานบริการโดยเฉพาะ และเป็นองค์กรระดับโลก! นอกจากนี้ไอเอฟเอสยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งอย่างมากในอเมริกาเหนือ ซึ่งถือเป็นตลาดซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งหมายความว่าในตอนนี้ตลาดอเมริกาคือภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับกลุ่มบริษัทไอเอฟเอส

"เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับคริส ซัลเลนส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) และทีมงานของเวิร์คเวฟที่เปี่ยมด้วยความสามารถ โดยเราจะร่วมกันเดินหน้าผลักดันองค์กรให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดด้านการบริหารจัดการบริการ" รองประธานอาวุโสไอเอฟเอสกล่าวเสริม

"เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับทีมงานของไอเอฟเอส และหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมในการสร้างองค์กรให้เติบโตในอุตสาหกรรมด้านการบริการภาคสนาม โลจิสติกส์ และอื่นๆ นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับลูกค้า คู่ค้า และพนักงานของเรา ขณะนี้เรามีโอกาสในการใช้ทรัพยากรขององค์กรชั้นนำด้านซอฟต์แวร์การบริหารจัดการบริการ ตลอดจนจะยังคงลงทุนและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการชั้นเลิศให้กับลูกค้าหลักของเราในด้านการกำจัดแมลง รวมถึงตลาดเฉพาะทางด้านการบริการภาคสนามอื่น ๆ สืบต่อไป การรวมข้อเสนอของเราเข้าด้วยกันจะช่วยให้องค์กรธุรกิจบริการในทุกขนาดสามารถแก้ปัญหาด้านการดำเนินงานและการขยายตัวผ่านโซลูชันซอฟต์แวร์ชั้นนำของตลาดได้อย่างเห็นผล" คริส ซัลเลนส์ ซีอีโอ บริษัท เวิร์คเวฟ กล่าว

ทั้งนี้เป็นที่คาดกันว่าการดำเนินการเข้าซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 อย่างไรก็ตามข้อตกลงทางการเงินในการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังไม่ได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด