เนื้อหาวันที่ : 2017-03-15 14:23:46 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 347 views

เฮงเค็ลพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งและความเป็นผู้นำระดับแนวหน้า

เฮงเค็ล บริษัทผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีกาวและการดูแลความงามหรือบิวตี้แคร์ เริ่มต้นปี 2560 อย่างสดใสด้วย 4 ความสำเร็จทางประสิทธิภาพด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เริ่มต้นจากการขึ้นเป็นอันดับที่ 15 ในดัชนี “สุดยอด 100 องค์กรที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สุดในโลก” (Global 100 Index) พร้อมตำแหน่งคะแนนสูงที่สุดในอุตสาหกรรมจาก Sustainalytics องค์กรวิจัยอิสระที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพในด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ขององค์กรธุรกิจ ตามมาด้วยรางวัล Gold Class และ Industry Mover ยอดเยี่ยมจาก RobecoSAM ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปิดท้ายด้วยสถานะในดัชนีด้านจริยธรรมอย่าง FTSE4Good ซึ่งเฮงเค็ลสามารถรักษาอันดับนี้ไว้ได้ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 16 ปี

“พ.ศ.2559 เป็นอีกปีที่เราได้ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสามารถบรรลุเป้าหมายด้วยผลลัพธ์ที่ชัดเจน ความพยายามของเราเป็นส่วนผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืน เห็นได้จากผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่ปรากฎในการจัดอันดับและดัชนีระดับนานาชาติ” แคทริน เมนจ์ส รองประธานบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและประธานเจ้าหน้าที่บริหารในสภาการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฮงเค็ล กล่าว

“เราต้องการมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาคมนานาชาติและการปกป้องภูมิอากาศของโลก ด้วยเหตุนี้ เราจึงขับเคลื่อนด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ในการทำธุรกิจ เราได้ตั้งเป้าไว้ให้ตัวเองว่า เราจะเป็นบริษัทที่ส่งผลดีกับสภาวะอากาศของโลกในระยะยาว รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าทางด้านสังคมอีกด้วย” แคทริน เมนจ์ส กล่าวเสริม

การสร้างมูลค่าที่ยั่งยืน

การบรรลุเป้าหมายที่มากขึ้นด้วยการใช้ทรัพยากรที่น้อยลงคือหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฮงเค็ล เราต้องการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนทั้งกับลูกค้าและผู้บริโภคทั่วไป รวมไปถึงสังคมในภาพรวม ในขณะเดียวกัน บริษัทมีความตั้งใจปรับปรุงการใช้ทรัพยากรเป็นอย่างมาก และตั้งใจว่าภายในปี 2573 จะสามารถเพิ่มศักยภาพในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า

ในปีงบประมาณที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่บริษัทมีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับการบรรลุเป้าหมายระหว่างกาลสำหรับปี 2563 (เริ่มต้นในปี 2553):

  • การใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (ต่อสินค้า 1 ตัน) ลดลงร้อยละ 22 (เป้าหมายปี 2563 = ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์)
  • ปริมาณของเสีย (ต่อสินค้า 1 ตัน) ลดลงร้อยละ 26 (เป้าหมายปี 2563 = ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์)
  • การใช้น้ำ (ต่อสินค้า 1 ตัน) ลดลงร้อยละ 23 (เป้าหมายปี 2563 = ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์)
  • ความปลอดภัยในการทำงาน (ต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน) มีการปรับปรุงร้อยละ 17 (เป้าหมายปี 2563 = ดีขึ้น 40 เปอร์เซ็นต์)
  • ยอดขายสุทธิ (ต่อสินค้า 1 ตัน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 (เป้าหมายปี 2563 = เพิ่มขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์)

หากมองภาพรวม เฮงเค็ลได้พยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่าที่บริษัทสร้างขึ้นและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งวัดได้ร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับปี 2553 ซึ่งเป็นปีฐาน ภายในปี 2563 บริษัทวางแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรให้สูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์

การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

เฮงเค็ล ประเทศไทย ก็มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ คู่ค้า รวมไปถึงพนักงาน

ผลิตภัณฑ์: แนวทางของเฮงเค็ลในประเทศไทยคือการมอบนวัตกรรมที่ยั่งยืนและการสนับสนุนที่แข็งแกร่งให้แก่ลูกค้า เป็นผลให้บริษัทผู้นำด้านเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ในไทยอย่าง “โอสถสภา” มอบรางวัลซัพพลายเออร์ดีเด่นให้กับเฮงเค็ล ประเทศไทย

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เฮงเค็ล ประเทศไทย ทำงานร่วมกับลูกค้ายานยนต์ในหลากหลายโครงการด้านนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การขนส่งอย่างยั่งยืน ด้วยโซลูชั่นของเฮงเค็ล ลูกค้าสามารถลดขั้นตอนทางการผลิต ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้างยานพาหนะที่มีน้ำหนักเบาขึ้นและใช้พลังงานน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่โรงงานต่างๆ ของเฮงเค็ล ให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ โรงงานกาวของเฮงเค็ลที่บางปะกงได้รับรางวัลจากกระทรวงอุตสาหกรรมเนื่องจากมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ส่วนการใช้น้ำและการปล่อยน้ำเสียนั้นลดลงมากถึง 50-70 ตัน นอกจากนี้ ยังไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานติดต่อกันเป็นเวลาถึง 11 ปี รวมทั้งได้รับการรับรองโรงงานสีเขียวระดับ 3 อีกด้วย ส่วนโรงงานผลิตภัณฑ์ด้านความงาม ยามาฮัทสึ ในจังหวัดชลบุรี มีอัตราของเสียลดลงร้อยละ 40 และใช้พลังงานลดลงร้อยละ 16 รวมทั้งสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในโรงงานเป็นเวลาเกิน 1,000 วันในปี 2559 และที่สำคัญ ได้เพิ่มการรับรองโรงงานสีเขียวเป็นระดับ 3 จากเดิมที่เคยเป็นระดับ 1

คู่ค้า: แผนกผลิตภัณฑ์ด้านความงามของเฮงเค็ลในประเทศไทยได้ร่วมมือกับร้าน ทูบีวัน แฮร์ สเตชั่น และมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดแคมเปญด้านสังคมที่ใช้ชื่อว่า “กำหนดอนาคต” เพื่อสอนทักษะด้านการทำผมให้แก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสโดยชวาร์สคอฟ อาสค์ อคาเดมี ของเฮงเค็ล และทูบีวัน อคาเดมี เยาวชนจำนวน 8 คนจากมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ได้รับโอกาสให้ฝึกงานกับร้านทำผมที่มีสาขามากที่สุดในไทยอย่าง ทูบีวัน แฮร์ สเตชั่น หลังจากจบแคมเปญอีกด้วย

พนักงาน: เฮงเค็ลลงทุนเพื่อสร้างทักษะและความรู้ให้แก่พนักงาน รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในองค์กรและชุมชนภายนอก พนักงานได้มีโอกาสสอนเด็กๆ ด้านความรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติ เฮงเค็ล ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดตั้งโครงการผู้แทนด้านความยั่งยืนสำหรับโรงเรียน ซึ่งนับถึงปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 1,125 คนจาก 5 โรงเรียนเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนดาราคาม โรงเรียนสายน้ำทิพย์ โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์เวศม์ โรงเรียนอนุบาลชลบุรี และโรงเรียนอนุบาลวัดอู่ตะเภาในชลบุรี

ในวันน้ำแห่งโลกประจำปี 2559 เฮงเค็ล ประเทศไทยและ สสวท. ได้จัดทำแคมเปญทางเฟซบุ๊กเพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการประหยัดน้ำ โดยได้มีการปล่อยภาพ 10 ภาพเกี่ยวกับวิธีในการประหยัดน้ำ ตั้งแต่ไอเดียง่าย ๆ อย่างเช่นการปิดน้ำเวลาแปรงฟัน การตรวจเช็คการรั่วไหลและการลดเวลาในการอาบน้ำ เป็นต้น โดยภาพต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีและสามารถนำไปผลิตเป็นโปสเตอร์ตามโรงเรียน ออฟฟิศ และที่บ้านได้ แคมเปญดังกล่าวสามารถเข้าถึงประชาชนได้มากกว่า 160,000 คน

นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านสังคมเพื่อช่วยยกระดับชุมชนด้อยโอกาสนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของเฮงเค็ล พนักงานที่โรงงานในจังหวัดชลบุรีได้เข้าเยี่ยมโรงเรียนบ้านป่าปอสหพัฒนศึกษาในภาคอีสาน เพื่อบริจาคคอมพิวเตอร์จำนวน 15 เครื่องเพื่อเพิ่มความรู้ด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้แก่โรงเรียน รวมทั้งพนักงานยังได้มีโอกาสสอนบทเรียนด้านคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานและการพัฒนาอย่างยั่งยืนแก่นักเรียน และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมอย่างด้านความปลอดภัยและการป้องกันยาเสพติด ปิดท้ายด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน

ด้วยการสนับสนุนด้านเงินทุนจากเฮงเค็ลในโครงการ “Make an Impact on Tomorrow” พนักงานจากหน่วยธุรกิจการขนส่งและกาวโลหะได้จัดกิจกรรมทางสังคมให้กับนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ ณ โรงเรียนบ้านเขาหินแท่นซึ่งตั้งอยู่ในย่านชนบทของจังหวัดระยอง ในระยะเวลา 3 วัน พนักงานได้ช่วยกันทาสีและทำความสะอาดพื้นที่ในโรงเรียนซึ่งประกอบไปด้วยตึกเรียนขนาด 2 คูหา อาคารอเนกประสงค์ ห้องน้ำ 4 ห้องและโรงอาหาร พนักงานที่ได้รับการรับรองจากบริษัทในฐานะทูตด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยังได้กระตุ้นพฤติกรรมและแนวทางการปฏิบัติต่างๆ ที่นำไปสู่การรักษาสภาพแวดล้อมแก่นักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 50 คนอีกด้วย

รายงานทางดิจิตอลแบบครบวงจร

รายงานประจำปีด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเฮงเค็ลคือแหล่งข้อมูลหลักเกี่ยวกับเป้าหมายและศักยภาพด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท ในปีที่แล้ว เฮงเค็ลตีพิมพ์รายงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนครั้งที่ 25 ทั้งในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และแบบดิจิตอล รวมทั้งได้ประกาศว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป รายงานต่างๆ ของบริษัทจะคงอยู่แค่รูปแบบดิจิตอลเท่านั้น (รูปแบบไฟล์ interactive PDF) ที่มาพร้อมลิงค์ต่าง ๆ ข้อมูลโดยละเอียด และการใช้งานที่ง่ายต่อผู้ใช้ รวมไปถึงรูปแบบที่มีความกะทัดรัดมากขึ้นสำหรับกลุ่มผู้อ่านที่กว้างขึ้น สำหรับรายงานประจำปีที่เผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็จะให้ข้อมูลในด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และมุมมองทางสังคม