เนื้อหาวันที่ : 2007-09-11 14:02:51 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2444 views

IBCON หนึ่งในผู้นำธุรกิจทางด้านออโตเมชั่น

ตัวแทนจำหน่ายสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นไฟสัญญาณคุณภาพสูงสำหรับโรงงานหรืออุปกรณ์และระบบออ โต เมชั่นสำหรับอุตสาหกรรมทุกประเภท ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี

คุณประเสริฐ ปิยวัชรวิจิตร

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ไอบีคอน จำกัด

 .

บริษัท ไอบีคอน จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นไฟสัญญาณคุณภาพสูงสำหรับโรงงานหรืออุปกรณ์และระบบออ โต เมชั่นสำหรับอุตสาหกรรมทุกประเภท ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจนี้มากว่า 10 ปี พร้อมกับให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด ทำให้บริษัท ฯ ได้รับการยอมรับความไว้วางใจ และความเชื่อถือจากลูกค้าด้วยดีเสมอมา

.

สำหรับคอลัมน์ Interview ฉบับนี้ วารสารของเราได้รับเกียรติจาก คุณประเสริฐ ปิยวัชรวิจิตร กรรมการผู้จัดการ และ คุณชาตรี ปิยวัชรวิจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอบีคอน จำกัด ได้มาร่วมพูดคุยกันถึงความเป็นมาของบริษัท ฯ วิสัยทัศน์ทางด้านการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์ และการเติบ โต ของสินค้าอุตสาหกรรม แนวโน้มความต้องการทางด้านการตลาด ทิศทางธุรกิจในอนาคต และรวมถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของ บริษัท ไอบีคอน จำกัด

.

 

 

 .

Q: จุดเริ่มต้นของ IBCON มีความเป็นมาอย่างไรครับ ?

A: ไอบีคอน ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2538 นับจนถึงปัจจุบันมีก็อายุย่างเข้าสู่ปีที่ 12 สาเหตุที่มีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาก็เนื่องมาจากที่เรามีทีมงานที่มีความพร้อมและความชำนาญทางด้านกลุ่มออ โต เมชั่นโดยเฉพาะ และในตลาดของประเทศไทยก็มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นทางด้านออ โต เมชั่นค่อนข้างมาก ก็เลยคิดว่ามีความเหมาะสมที่เราจะตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อดูแลลูกค้าในกลุ่มนี้ อีกทั้งเรายังสามารถเป็นสื่อกลางในการให้บริการและเผยแพร่ความรู้ รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้าที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมทางด้านนี้ได้อีกทาง หนึ่ง ด้วย

.

Q: ผลิตภัณฑ์ของบริษัท ฯ มีอะไรบ้าง แบ่งเป็นกี่กลุ่ม และผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่ทำตลาดได้สูงสุด ?

A: กลุ่มสินค้าของเราเริ่มต้นมาจากกลุ่มที่เป็นในส่วนของสินค้าอุตสาหกรรม ถ้าเน้นหนักก็จะเป็นในส่วนของการควบคุมเครื่องจักร แต่ปัจจุบัน ไอบีคอนเราสามารถขยายเข้าไปในส่วนของสินค้าที่เกี่ยวกับทางด้าน Commercial ด้วย ซึ่งนอกเหนือจาก Factory Automation (FA) ก็อย่างเช่น กลุ่มของสินค้าที่เป็น Building Automation, กลุ่มของระบบจราจรอัจฉริยะ โดยสินค้าหลักของเราจะมีทั้งหมด 2 ตัว คือ PATLITE ที่เป็นไฟสัญญาณจากประเทศญี่ปุ่น และอีกตัวก็จะเป็น ADVANTECH ซึ่งในตัว ADVANTECH เอง เราสามารถขยายตลาดไปได้ไกลมาก คือนอกเหนือไปจากกลุ่ม FA ที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากสินค้าตัวนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากสินค้าตัวอื่น ตรงที่สามารถนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ ทำให้ตัวมันเองสามารถแทรกเข้าไปอยู่ในทุกกลุ่มตลาด ไม่ว่าเราจะใช้ในกลุ่มไหนก็ต้องมีคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเช่น ในกลุ่ม IT หรือแม้แต่ในกลุ่มของ Transportation ก็สามารถใช้ ADVANTECH ของเราได้ เพราะว่าในตัวรถยนต์แต่ละคันก็ต้องเริ่มมีคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุม ADVANTECH เองก็จะมี Computer Base Control ซึ่งจะติดตั้งไว้ในรถยนต์ เป็นตัวเล็ก ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้คู่กับระบบ GPS, ระบบนำร่อง หรือจะเป็นพวกระบบควบคุมในรถยนต์ เพื่อใช้เก็บข้อมูลของรถยนต์ เหล่านี้เป็นต้น

.

Q: กลุ่มอุตสาหกรรมใดบ้างครับที่ครอบคลุมการใช้งานผลิตภัณฑ์ และรวมไปถึงแนวโน้มความต้องการในอนาคตด้วย ?

A: แนวโน้มความต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราจะมีมากขึ้นแน่นอน ตราบใดที่ตัวคอมพิวเตอร์ยังเป็นแกนหลักของอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ส่วนอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมการใช้งานนั้นนอกเหนือจากกลุ่มทางด้าน FA ที่กล่าวมาแล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้คงจะมองในพวกของกลุ่มออ โต เมชั่นที่เป็นตลาด Commercial เสียเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นว่า ปัจจุบันเรามีการใช้ระบบ GPS, ระบบนำร่องในรถยนต์ รวมถึงระบบจราจรอัจฉริยะกันมากขึ้น หรือแม้แต่ระบบที่เป็น Building Automation ที่เรากล่าวถึง จะเห็นว่าตึกสำนักงานใหญ่ ๆ ก็จะเน้นประหยัดพลังงานหรือควบคุมจากศูนย์กลางมากขึ้น ระบบ Building Automation จะเป็นระบบที่สามารถ Monitoring ได้ทั้งตึก สามารถตรวจสอบได้ว่าแต่ละห้อง ไฟห้องไหนเปิดหรือปิดอยู่ และสามารถสั่งปิด-เปิดไฟในห้องได้จากคอมพิวเตอร์ตัวเดียว และรวมไปถึงเรายังสามารถใช้ลูกเล่นได้หลายอย่าง เช่น การควบคุมผ่านทางอินเตอร์เน็ต การตั้งเวลา เก็บข้อมูล แล้วนำข้อมูลนั้นมาทำการวิเคราะห์ประมวลผล เพื่อนำไปต่อยอดในการใช้งานให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นั่นคือตลาดที่ผมคิดว่าน่าจะมีแนวโน้มเติบ โต เป็นอันมากในระยะเวลาอันใกล้นี้

.

 

คุณชาตรี ปิยวัชรวิจิตร

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ

บริษัท ไอบีคอน จำกัด

 .

Q: จากความต้องการที่กล่าวถึง เราต้องใช้ปัจจัยอะไรบ้างที่จะส่งเสริมให้มีความต้องการใช้มากขึ้น ?

A: จากความต้องการดังกล่าว ปัจจัยที่สำคัญน่าจะเป็นเรื่องของความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก คือทั่วโลกตอนนี้เขาสามารถพัฒนาไปได้ค่อนข้างที่จะมากกว่าประเทศไทย บริษัท ฯ ของเราเองอาจจะโชคดีที่มีโอกาส ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า อย่างเช่นของ ADVANTECH เอง ซึ่งเขาเป็นผู้นำ ในระดับ 1 ใน 5 ของโลก ทั่วโลกมีการพัฒนา มีการเติบ โต หรือนำไปใช้งานอย่างไร รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เขานำไปใช้งาน เราเองก็จะมีโอกาสได้รับทราบด้วย เพราะฉะนั้นในเมืองไทยก็เหมือน ก็จะมีการพัฒนาไปตามทิศทางของมัน เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับกำลังของประเทศไทยเอง

.

Q: บริษัท ฯ มีช่องทางจำหน่ายและแผนในการดำเนินงานทางด้านการตลาดอย่างไรบ้าง ?

A: ไม่ว่าจะเป็น ADVANTECH หรือ PATLITE เอง ไอบีคอนเราเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยนำเข้ามาจากบริษัทแม่ที่ต่างประเทศ ตอนนี้เรามองว่าตลาดในประเทศไทย เราไม่สามารถครอบคลุมด้วยตัวของเราเองได้ทั้งหมด เราจำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ นั่นคือช่องทางจำหน่ายที่เรามอง คือการสร้างพันธมิตรและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมไปถึงกลุ่มที่เรียกว่า SI (System Integrator) คนที่สร้างเครื่องจักร คนที่ทำการวางระบบทั้งหลายในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายของเรา ส่วนในเรื่องที่ว่าเราจะขยายตลาดอย่างไรนั้น อันนี้เราจะทำงานควบคู่กับ SI ของเรา อย่างตลาดในประเทศไทย คนใช้งานเองอาจจะยังไม่เข้าใจ ว่า PC-Base มันคืออะไร ทำไมตึกของเราต้องใช้ระบบของ ADVANTECH และตรงนี้ การที่เราทำงานไปคู่กับ SI นั้นเราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็น End User ได้ โดยช่วยกันอธิบายแนะนำว่าระบบของเราดีอย่างไร สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าหรือ  Value Added ให้กับตึกของคุณ ให้กับรถยนต์ ให้กับระบบของคุณได้อย่างไร เมื่อทำได้เสร็จตรงนั้น ทางด้าน End User ยอมรับและเชื่อมั่น เราก็จะให้ทาง SI ของเราดูแลต่อ และเราก็ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ

.

Q: บริษัท ฯ มีกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างไรบ้างครับ ?

A: กิจกรรมตรงนี้เราจะเน้นในเรื่องของการทำ Training ให้กับลูกค้า จัดสัมมนา ออก Exhibition ทั้งหลาย โฆษณาในวารสารทางด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงสื่อโฆษณาที่ตรงกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา และสินค้าตัวนี้จะค่อนข้างใหม่กับตลาดในประเทศไทย การฝึกอบรมและการให้ความรู้เป็นเรื่องที่สำคัญ การเข้าถึงลูกค้า จริง ๆ แล้ว นอกจากการร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กันแล้ว สื่อก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักเรามากขึ้นว่า เรามีสินค้าอะไรใหม่ ๆ เราก็ต้องสื่อให้ลูกค้าของเราได้รู้จัก อันนี้เป็นกิจกรรมหลัก และกิจกรรมอย่างอื่นก็อย่างเช่นก็มีการจัดสัมมนา ให้เขารู้ว่าเรามีสินค้าอะไรก่อน ถ้าเขาสนใจ หลังจากนั้นเราก็ถึงอธิบายว่าจะใช้งานอย่างไรและจากนั้นก็จะเป็นการสัมมนา ซึ่งจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ นี้มีผลตอบรับจากลูกค้าได้ดีมาก เพราะว่าเวลาที่เราโฆษณาจะช่วยให้ลูกค้าเกิดการ Brand Awareness ในตัวของสินค้าของเราได้ จากนั้นก็จะนำไปสู่การทำกิจกรรมต่อไป เพราะว่าลูกค้าจะมองว่าเรามีสินค้าในกลุ่มนี้อยู่ เราสามารถลงไปถึงกลุ่มลูกค้าของเราได้ ว่าลูกค้าของเราต้องการข้อมูลเบื้องลึกเพิ่มเติมแค่ไหน จากนั้นก็จะมีการ Training หรือจัดสัมมนาให้ และนำไปสู่การใช้งานจริงในการต่อยอดธุรกิจต่อไป

.

.

Q: ความสามารถทางด้านการแข่งขันในตลาดโดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง ?

A: จากจุดนี้จะว่ากันจริง ๆ แล้ว บริษัท ฯ ของเราจะโชคดีอยู่ตรงที่ว่า เราได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ ADVANTECH ซึ่ง ADVANTECH ก็อย่างที่ผมบอกคือจะเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงเรื่องคู่แข่ง เราก็เลยค่อนข้างจะได้เปรียบ เพราะว่าถ้ากล่าวถึงในประเทศไทย หากว่าผู้ใช้หรือลูกค้ามีความต้องการที่จะใช้ PC-Base ในการควบคุม ก่อนอื่นเขาก็จะมองหา ADVANTECH ก่อน แล้วก็จะมองหายี่ห้ออื่น ๆ เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าอยู่ในระดับงบประมาณของลูกค้า สำหรับรายใหญ่ ๆ แล้ว เขาก็จะมองที่ ADVANTECH เป็นหลักก่อน เพราะฉะนั้นเราก็เลยไม่ค่อยมีคู่แข่งมาก ถ้าจะมีก็จะอยู่ในกลุ่มของความต้องการสินค้าที่ระดับของราคาอยู่ไม่สูงมาก ซึ่งถ้าลูกค้าสนใจหรือให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพมาก่อนเราก็จะไม่ค่อยมีปัญหา หรือเราจะกล่าวได้ว่า ตัวสินค้ามันจะขายตัวมันเองได้อยู่แล้วจุด หนึ่ง เพียงแต่บริษัท ฯ ของเราก็ต้องดูแลลูกค้าให้เกิดความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บริการจากเราเท่านั้น

.

Q: แนวโน้มธุรกิจของบริษัทมีทิศทางเป็นอย่างไรบ้าง ?

A: แนวโน้มการขยายตัวของบริษัทผมมองว่าตัวของ ADVANTECH และตัว PATLITE เองมีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างมาก ก็คืออย่างที่บอกคือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ก็สามารถนำเข้าไปใช้ในวงกว้างได้เลย ซึ่งตลาดเองก็เปิดรับอีกเยอะ ซึ่งเมื่อตลาดมีมากขึ้น อุปกรณ์ของเราก็จะถูกนำไปใช้มากขึ้นตามไปด้วย อย่างตลาดที่เป็น IT ในปัจจุบันก็มีแนวโน้มขยายขึ้น อย่างสินค้าของเราตอนนี้ก็จะเข้าสู่ Home Use อย่างเช่น อพาร์ทเมนท์ ก็จะใช้ระบบ Automation ของ ADVANTECH อยู่ อย่างในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมสินค้าของเราค่อนข้างแข็ง อย่างเปิดโรงงานมา เขาก็จะมองหาสินค้าที่เป็น ADVANTECH ก่อน คือต่างประเทศจะใช้ค่อนข้างเยอะมาก แนวโน้มก็จะขยายตัวอีกมาก เพราะ FA เป็นแค่ส่วน หนึ่ง ของตลาดในประเทศไทย ยังมีพื้นที่อีก 90 เปอร์เซ็นต์ให้เราเติบ โต ได้ โดยเฉลี่ยแล้วในแต่ละปีเราเติบ โต อยู่ในระดับ 70 % และในปีหน้าเราก็ยังคาดหวังว่าการขยายตัวจะเหมือนกับปีนี้ คือที่ระดับ 70-100% และในแต่ละปีเราจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งลูกค้าเองก็เริ่มบอกปากต่อปากไป ทำให้เรามีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ลูกค้าเก่าของเราก็ยังคงให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการกับเราอยู่

.

Q: มองโอกาสการเติบ โต ในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง ?

A: เมื่อเรามองในภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยของเราเองก็ยังอยู่ในระดับแนวหน้า คู่แข่งก็จะมีทั้งจีน เวียดนาม ส่วนในประเทศไทย ถ้าเทียบกับเวียดนามเราก็ยังได้เปรียบกว่า ทั้งในเรื่องของทรัพยากร และในเรื่องของบุคลากร เราสามารถดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งตราบใดที่ว่านักลงทุนจากต่างประเทศเขายังเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และยังรวมถึงการพัฒนาของบุคลากรในประเทศ ประเทศไทยยังสามารถก้าวหน้าขึ้นมากกว่าเดิม ความต้องการใช้งานในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมประเภทนี้ก็ย่อมมีมากขึ้นตามสัดส่วนการเติบ โต ด้วยเช่นกัน

.

Q: บริษัท ฯ มีแผนที่จะขยายงานในต่างประเทศบ้างหรือไม่ ?

A: ตอนนี้บริษัท ฯ เราเองยังเป็นพาร์ทเนอร์กับหลายประเทศ อย่างเช่น มาเลเชีย สิงคโปร์ หรือแม้แต่ทางเวียดนาม ซึ่งก็ไม่เชิงว่าเป็นขยายงาน แต่จะเป็นไปในเชิงว่าเราทำการร่วมทุนกับต่างประเทศมากกว่า เพราะว่าสินค้า อย่างเช่น PATLITE หรือ ADVANTECH ที่เราจำหน่ายก็มีจำหน่ายในทั่วโลก เพราะฉะนั้นเวลาเราไปประชุมหรือว่าเราอยู่ที่ประเทศไทย แล้วมีพาร์ทเนอร์ต่างประเทศมาเยี่ยมชม หรือเราไปเยี่ยมเขา หรือมีการประชุมก็มีการเจอกัน เราก็จะร่วมมือกันแชร์ความรู้ซึ่งกันและกัน อย่างเช่น ในต่างประเทศใช้ PATLITE กลุ่มนี้ หรือใช้ ADVANTECH ในกลุ่มนี้ เราก็แชร์ข้อมูลกันเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามความเหมาะสม

.

Q: จุดแข็งของ IBCON ที่จะสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าคืออะไร ?

A: ก็ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องของความรู้ความสามารถ เพราะว่าตัวของวิศวกรของไอบีคอนเอง เราติดต่อโดยตรงกับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นในส่วนของ Know How ทั้งหมด เราจะรับจากต่างประเทศโดยตรง อย่างไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเชียก็ตาม เราก็จะส่งวิศวกรของเราไป Training ทุก ๆ ปี และทุก ๆ เดือนก็จะมีการ Training จากทางต่างประเทศเอากลับมาให้เรา หรือแม้แต่ทาง ADVANTECH เองก็จะค่อนข้างจะไฮเทค มีการ Training ผ่านทางอินเทอร์เน็ตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของเรา ซึ่งพอได้ความรู้จากตรงนั้นกลับมา เราก็จะนำมาถ่ายทอดให้คำปรึกษากับทาง SI และลูกค้าที่เป็น End User ของเรา เพราะว่า SI ในประเทศไทยต้องบอกว่าเยอะเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเอาไปใช้ทำอะไร บางทีลูกค้าจะบอกว่าผมมีปัญหาประมาณนี้อยู่ เราก็สามารถให้คำปรึกษาได้ว่าจะแก้ปัญหาประมาณนี้ ใช้สินค้าในกลุ่มนี้นะ ซึ่งก็จะสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก แล้วถ้าเกิดว่าลูกค้ามีปัญหาในการใช้งานไม่ว่าจะก่อนซื้อหรือหลังซื้อ เราก็จะมีบริการที่ดีมาก ภายในระยะเวลา 1 วัน เราจะเข้าไปทำการ Service ลูกค้าทันที หรือมีการเปลี่ยนซ่อมผลิตภัณฑ์ของเราให้ หลังจากนั้นก็จะมีการ Training หลังการขาย สรุปก็คือว่า หากแม้สินค้าของเราจะดีอย่างไรถ้าเกิดว่าไปถึงมือลูกค้าแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะใช้งานอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด สินค้าตัวนั้นก็ไม่มีประโยชน์ จุดแข็งของเราคือเราสามารถแนะนำลูกค้าได้ ทั้งในเรื่องของสินค้าและความต้องการใช้งานของลูกค้า สามารถแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้

.

Q: ปัจจัยแห่งความสำเร็จของ IBCON มีอะไรบ้าง ?

A: ปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจหรือบริษัทอะไรก็แล้วแต่ ปัจจัยหลักก็คือลูกค้า คือถ้าเกิดลูกค้ายอมรับในตัวบริษัท นั่นคือบริษัทประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นในส่วนของความสำเร็จที่เกิดขึ้น เมื่อพูดถึงลูกค้าก็คือ อันดับ หนึ่ง เราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ต่อมาก็คือความจริงใจ และสุดท้ายคือเราต้องเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า นี่เป็นสามหัวใจหลัก เพราะฉะนั้นเวลามีการติดต่อกับลูกค้า ก็ไม่ต้องมามีความลังเลว่าจะถูกหลอกหรือเปล่า เวลามีอะไรก็คุยกันแต่ในเรื่องงานอย่างเดียวไม่ต้องคิดไปถึงเรื่องอื่น ส่วนในเรื่องของความจริงใจก็เช่นเดียวกัน เราต้องมีความตรงไปตรงมา ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน มีปัญหาอะไรก็ว่ากันไปตามเหตุผล อีกเรื่องก็คือความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า ซึ่งจริง ๆ แล้วผมว่าความสำเร็จของผู้ผลิตสินค้าทุก ๆ ราย จะสำเร็จได้ ไม่ใช่ว่าเราผลิตสินค้าออกมาแล้วลูกค้ามีหน้าที่เอาสินค้าเราไปใช้ อันนั้นผมว่าคงจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าจะสำเร็จได้ก็คือว่า ต้องเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วเราผลิตสินค้าให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการนั่นถึงจะเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จ

.

จากที่กล่าวมาเป็นส่วน หนึ่ง ของการดำเนินงานและความสำเร็จของ บริษัท ไอบีคอน จำกัด ที่พร้อมมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำในตลาดสินค้าอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับความซื่อสัตย์ จริงใจ และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ผนวกกับศักยภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิผลการใช้อย่างสูงสุด และจากความสำเร็จและศักยภาพของบริษัท ฯ ที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ และการดำเนินงานที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี วันนี้ของ บริษัท ไอบีคอน จำกัด จึงเป็นผู้นำตลาดได้อย่างสมบูรณ์ และยังคงเติบ โต อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับความเจริญเติบ โต ของอุตสาหกรรมในประเทศไทยต่อไป

.
บริษัท ไอบีคอน  จำกัด
Tel. (66)0-2917-3780 Fax. (66)0-2917-3790