เนื้อหาวันที่ : 2016-12-28 12:55:38 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1650 views

สมอ. ยกเครื่องมาตรฐานพัดลมไฟฟ้าใหม่ แจง 300 ผู้ประกอบการ เข้มความปลอดภัย ก่อนใช้ 16 ส.ค.60

สมอ. แจงข้อปฏิบัติก่อนใช้มาตรฐานใหม่ มอก. 934-2558 กับ 300 ผู้ประกอบการทำ นำเข้าผลิตภัณฑ์พัดลมไฟฟ้าสำหรับใช้ในครัวเรือนและชีวิตประจำวัน ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อม ไม่กระทบต่อผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานสากล รองรับการใช้มาตรฐานเดียวกันในกลุ่มเออีซี มีผลบังคับใช้ 16 ส.ค. 60

นายพิสิฐ รังสฤษฐ์วุฒิกุล  เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า  ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ทำ และผู้นำเข้า ผลิตภัณฑ์พัดลมไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับใช้ในครัวเรือนและชีวิตประจำวัน มาเพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ จะต้องพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้สูงขึ้นตามที่ได้มีประกาศใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับใหม่ มาตรฐานเลขที่ มอก. 934-2558 (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พัดลมไฟฟ้ากระแสสลับ - คุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัย มาตรฐานเลขที่ มอก. 934-2558)  และยกเลิกการบังคับใช้มาตรฐานฉบับเดิม (มาตรฐานเลขที่ มอก. 934-2533) ซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16  สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์พัดลมไฟฟ้าตาม มอก. 934-2558 ที่มีการปรับปรุงคุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์เกิดไฟรั่วให้รัดกุมยิ่งขึ้นในกรณีที่ผลิตภัณฑ์อาจเกิดการชำรุดในระหว่างการใช้งาน ซึ่งทุกขบวนการจะต้องผ่านวิธีการทดสอบและควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ โดยมาตรฐานฉบับใหม่นี้เป็นการนำมาตรฐาน IEC ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย

ตัวอย่างข้อกำหนดที่มาตรฐานฉบับใหม่ปรับปรุง ได้แก่ เพิ่มการทดสอบแรงดันไฟฟ้าเกินชั่วครู่ การทดสอบการทำงานที่ผิดปกติ การทดสอบความแข็งแรงและเสถียรภาพทางกล เช่น เมื่อพัดลมถูกกระแทกต้องไม่ทำให้ฉนวนของสายไฟฟ้าเสียหายเป็นผลให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว การวางพัดลมบนพื้นเอียงไม่เกิน 10 องศาต้องไม่ล้ม การทนทานของสายไฟฟ้าภายในของพัดลมเมื่อทดสอบการก้มเงย และการทดสอบความทนความร้อนและไฟ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นการทดสอบด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากการเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วต่อผู้ใช้  อย่างไรก็ตามมาตรฐานฉบับใหม่นี้จะเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์พัดลมไฟฟ้าที่มีเจตนาใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ในที่อยู่อาศัย ใช้กับสิ่งมีชีวิต แต่จะไม่ครอบคลุมกับพัดลมที่ใช้ในอุตสาหกรรม พัดลมที่ใช้กับการทำงานพิเศษ เช่น พัดลมที่มีเจตนาใช้ในอุโมงค์ใต้ดิน เป็นต้น และพัดลมที่ติดกับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่น

นายพิสิฐ เปิดเผยอีกว่า ด้วยมาตรฐานฉบับใหม่มีความแตกต่างจากมาตรฐานฉบับเดิม จึงต้องทำความเข้าใจในเรื่องการตีความข้อกำหนดของมาตรฐาน และการปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ ให้กับผู้ประกอบการที่เป็นผู้ทำ ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์พัดลมไฟฟ้า และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบข้อกำหนดในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานข้างต้น สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อสามารถประกอบกิจการทำหรือนำเข้าได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงการยกเลิกและกำหนดมาตรฐานฉบับใหม่ด้วย

สมอ.จึงได้เชิญผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์พัดลมไฟฟ้ากระแสสลับตามมาตรฐาน มอก. 934 ทั้งผู้ทำ จำนวน 111 ราย และผู้นำเข้า 288 ราย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง มาร่วมสัมมนาการเตรียมการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังข้อกำหนดที่เปลี่ยนแปลงของมาตรฐานใหม่ แนวทางการปฏิบัติของผู้ประกอบการให้เป็นไปอย่างถูกต้องเป็นแนวทางเดียวกัน และไม่เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภค ที่มีมูลค่าการตลาดพัดลมในประเทศโดยรวมสูง

“การที่ประเทศไทยได้ประกาศปรับปรุงมาตรฐานพัดลมไฟฟ้าคุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัยให้สูงขึ้นเทียบเท่ากับระดับสากลครั้งนี้ เท่ากับเป็นการยกระดับสินค้าพัดลมไทยให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ช่วยสร้างโอกาสและส่งเสริมให้เกิดการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มเออีซีได้มากขึ้น ซึ่งกลุ่มเออีซีจะนิยมใช้สินค้าจากไทยมาก และนอกจากช่วยยกระดับความปลอดภัยจากการใช้เครื่องไฟฟ้าในการดำเนินชีวิตของคนไทยและประชากรในกลุ่มเออีซีให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทยให้เทียบเท่าระดับสากลและทัดเทียมประเทศในกลุ่มมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมอื่น อีกด้วย”นายพิสิฐกล่าว