เนื้อหาวันที่ : 2016-06-29 17:26:02 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1941 views

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดเผยแนวโน้มของเมกะเทรนด์ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 พร้อมเปิดตัว Altivar Process Drive และ Drive Systems ตอบรับเมกะเทรนด์

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่นระดับโลก เปิดเผยว่าปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (The Fourth Industrial Revolution)  หรือยุค  Industry 4.0 ซึ่งเป็นยุคของการผสานเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมเข้ากับเทคโนโลยีไอที ผู้อยู่ในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวให้ก้าวทันกับแนวโน้มและนวัตกรรมใหม่ วันนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีความพร้อมในการเปิดตัว Altivar Process Drive and Drive Systems รุ่นใหม่ หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับแนวโน้มเทคโนโลยีในยุค Industry 4.0 มาพร้อมจุดเด่นในการเป็นไดร์ฟรุ่นแรกที่มีคุณสมบัติในการจัดการแก้ปัญหาด้วยตัวมันเอง หรือ The first service oriented drive

 

มร.แมทธิว กอนซาเลซ รองประธานบริษัท กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปัจจุบันภาคอุตสหกรรมกำลังก้าวเข้ามาสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (The Fourth Industrial Revolution)  หรือยุค Industry 4.0 ที่มีการผสานเทคโนโลยีไอทีเข้ามาเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และระบบต่างๆ ในโรงงาน พร้อมระบบออโตเมชั่นอัจฉริยะที่ตัดสินใจได้อย่างอัตโนมัติ เรียกกันว่า “อินดัสเตรียล อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Industrial Internet of Thinks)” หรือ IIoT”

ในยุค Industrial Internet of Things จะครอบคลุมกระบวนการที่ครบถ้วน รวมถึงกระบวนการที่เชื่อมต่อกันทั้งหมดในโรงงาน ประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ 1) ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกันได้อย่างชาญฉลาด  2) ผลิตภัณฑ์ด้านการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดเหล่านี้ ทำงานเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า หรือเป็นระบบย่อยในระบบที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หรือระบบหลายส่วนที่เชื่อมต่อกันได้อย่างฉลาด และ 3) ให้คุณค่าทางธุรกิจ สำหรับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งาน รวมถึงกลุ่มลูกค้าผู้ออกแบบและผลิตเครื่องจักร

ทั้งนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรม IIoT ตั้งแต่ปี1990 เริ่มติดตั้งอีเธอร์เน็ต และเว็บเซิร์ฟเวอร์ ไว้ในอุปกรณ์และระบบออโตเมชั่น รวมถึงพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพแก่อุตสาหกรรมมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Repository) และระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ สำหรับให้บริการลูกค้าบนคลาวด์ เพื่อการรองรับโซลูชั่นต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มร.แมทธิว กล่าวต่อว่า “วันนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Altivar Process Drive ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญในปีนี้ Altivar Process Drive เป็นไดร์ฟอัจฉริยะออกแบบมาสำหรับยุค Industry 4.0 โดยเฉพาะ มาพร้อมจุดเด่นมากมาย เช่น เป็นไดร์ฟ หรืออินเวอร์เตอร์ ในตลาดแบรนด์แรกของโลกที่มีเทคโนโลยี 3 ระดับ ช่วยทำให้ลดฮาโมนิคส์ ได้ ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ตามมาตรฐาน IEEE519 ทำให้ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานของ ระบบ IIoT ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ และยังเป็นไดร์ฟที่สามารถสร้างกระบวนการทำงานและการจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”

 

ไดรฟ์อัจฉริยะรุ่นแรกที่มาพร้อมความโดดเด่นด้าน Embedded Intelligent Service

Altivar Process Drive ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานในยุค Industry 4.0 อย่างแท้จริง Altivar Process ถือเป็นไดร์ฟที่มีฟังก์ชั่นอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเฉพาะทาง โดยสามารถใช้งานกับระบบมอเตอร์หรือปั๊มขนาดกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 0.75 กิโลวัตต์ถึง 1.5 เมกกะวัตต์ แบ่งเป็น ATV600 Series สำหรับอุตสาหกรรมของเหลว เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน และก๊าซ งานปั๊มน้ำ โรงบำบัดน้ำเสีย เหมาะกับงานที่ต้องการในการควบคุมปั๊มอย่างมีประสิทธิภาพ และ ATV900 Series สำหรับอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปูน เหมืองแร่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เหมาะกับงานที่ต้องการเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ Altivar Process ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน สามารถทำงานได้ดีแม้อยู่ในที่มีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศา มีการเคลือบก๊าซป้องกันฝุ่น และความชื้น อีกทั้งสามารถลากสายไฟระหว่างไดร์ฟและมอเตอร์ได้ยาวถึง 150 เมตร และถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

Altivar Process ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยบนไซเบอร์ Achilles ระดับสอง ผู้จัดการโรงงานสามารถตรวจดูการใช้พลังงานเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน และทำให้ทราบว่ามีการใช้พลังงานลดลงหรือเพิ่มขึ้น รวมถึงตรวจวินิจฉัยการทำงานของมอเตอร์หากเกิดการทำงานผิดปกติ เช่น มีบางสิ่งติดใบพัด Altivar Process จะสั่งงานอัตโนมัติในการเปลี่ยนทิศการหมุนของใบพัดเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกไป นอกจากนี้ หากเกิดความผิดพลาดใดๆ ในระบบจะแจ้งเตือนที่หน้าจอแอลอีดี พร้อมแสดง QR Code เราสามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR Code ที่หน้าจอ เพื่อเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บเพจที่บอกถึงวิธีการแก้ไขปัญหานั้นๆ ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้รวดเร็วขึ้นและสะดวกมากขึ้น  

เสริมสร้างกระบวนการทำงานและการจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้จัดการโรงงานสามารถตรวจดูค่าประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานและขบวนการทำงาน ซึ่งสามารถเข้ามาตรวจดูค่าได้จากหน้าเครื่อง หรือรีโมทล็อคอินจากที่อื่นได้ผ่านทางพีซี แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนได้ เพื่อดูข้อมูลบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ Altivar Process Drive รุ่นใหม่ สามารถเชื่อมโยงการทำงานเข้ากับระบบพีแอลซี รุ่นใหม่อย่าง Modicon M580 และซอฟต์แวร์ระบบ PlantStruxure PES หรือ Foxboro Evo ได้อย่างง่ายดายขึ้น ทำให้เกิดระบบอัจฉริยะในโรงงาน หรือ Smart Plant อย่างสมบูรณ์แบบ

Altivar Process Drive สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้า ผ่านระบบอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อ และจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการในเรื่องของกระบวนการต่างๆ รวมถึงการจัดการพลังงาน และสินทรัพย์ ได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

ข้อมูลเพิ่มเติม Altivar Process และ Altivar Process Drive systems โปรดเยี่ยมชม www.schneider-electric.com/drives