เนื้อหาวันที่ : 2016-03-28 11:22:08 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 648 views

กสอ. ดึงเอกชนรายใหญ่ ช่วยสตาร์ทอัพไทยเปิด “แองเจิ้ลฟัน” อัดฉีดเงินตั้งธุรกิจใหม่ สูงสุด 1 ล้านบาท

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือกับ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เปิดกิจกรรม Angel Fund for Startup Entrepreneur Project เพื่อสนับสนุนเงินร่วมลงทุนในการจัดตั้งธุรกิจสูงสุด 1 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ ภายใต้กรอบแนวคิด “SMARTER GREENER TOGETHER”

ดร.สมชาย หาญหิรัญ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กสอ. เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้ประกอบการกลุ่มสตาร์ทอัพ (Start up) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ที่กำลังเริ่มต้นประกอบธุรกิจ และมองหาโอกาสทางการตลาด กสอ. จึงได้จัดกิจกรรม Plan to Biz ภายใต้โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนเงินร่วมลงทุนในการจัดตั้งธุรกิจ หรือ Angel Fund for Startup Entrepreneur Project โดยจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีแผนการลงทุนที่มีความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจได้จริง และผ่านการคัดเลือกโดยการนำเสนอแผนธุรกิจให้แก่ผู้สนับสนุนเงินลงทุน ภายใต้กรอบแนวคิด “SMARTER GREENER TOGETHER” โดยในปี 2559 กสอ. ได้จับมือกับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพื่อนำร่องกิจกรรมการสนับสนุนเงินทุนดังกล่าว

ดร.สมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับรายละเอียดกิจกรรม ผู้ที่นำเสนอแผนการลงทุนและผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย จะได้เข้าร่วม “Business Camp” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแนวความคิด การจัดทำแบบจำลองโมเดลธุรกิจ ทักษะด้านการเงิน และสร้างความเป็นผู้ประกอบการ รวมไปถึงเทคนิคในการนำเสนอแผนการลงทุนด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีความแตกต่างจากโครงการสนับสนุนเงินทุนอื่น คือผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอ (Pitching) แผนการลงทุนที่มีความเป็นไปได้ และนำไปใช้ในการจัดตั้งธุรกิจได้จริง โดย กสอ. และบริษัทผู้สนับสนุนเงินทุนจะพิจารณาคัดเลือกแผนธุรกิจที่มีความน่าสนใจและเป็นไปได้สูงสุด โดยจะได้รับการสนับสนุนเงินทุนสูงถึง 70% ของจำนวนเงินลงทุนที่ใช้ในการจัดตั้งธุรกิจ หรือไม่เกิน 1 ล้านบาท ภายใต้งบประมาณเงินทุนสนับสนุนรวมกว่า 4 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายให้เจ้าของแนวคิดธุรกิจสามารถเริ่มจัดตั้งธุรกิจได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งทาง กสอ. จะคอยให้คำปรึกษาแนะนำและติดตามประเมินผลการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อให้การจัดตั้งธุรกิจสัมฤทธิ์ผลอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

“กระแสสังคมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และเกิดผู้ประกอบการรายใหม่ หรือสตาร์ทอัพขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกิดจากการวางแผนเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในแต่ละปี กสอ. มีแผนพัฒนากลุ่มสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นประมาณ 1,500 ราย แต่อุปสรรคที่สำคัญของผู้ประกอบการกลุ่มนี้ คือ ปัญหาด้านเงินทุนในการจัดตั้งธุรกิจหรือขยายกิจการ เนื่องจาก ผู้ประกอบการเหล่านี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของ การประกอบธุรกิจ ดังนั้น การมีแหล่งเงินทุนที่สามารถช่วยผลักดันให้เกิดธุรกิจได้จริง และสามารถดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การส่งเสริมให้กลุ่มสตาร์ทอัพเหล่านี้มีศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมทั้ง ได้รับการพัฒนาเพื่อต่อยอดให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น ย่อมเป็นผลดี ที่จะเกิดขึ้นต่อภาพรวมของประเทศต่อไปได้” ดร.สมชาย หาญหิรัญ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ เห็นถึงความสำคัญของธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีการวางแผนทางธุรกิจที่ดี แต่ยังขาดเงินทุนสนับสนุนในการจัดตั้งธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง จึงร่วมมือกับ กสอ. เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหลักที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจกลุ่มนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายใหม่เกิดการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจให้เป็นจริงมีศักยภาพในการแข่งขัน รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนว่างงานที่มีแนวคิดธุรกิจใหม่ ๆ ได้มีโอกาสนำเสนอแผนโครงการลงทุนเพื่อจัดตั้งธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาอัตราคนว่างงานที่มีสูงถึง 3.1 แสนคนในปีนี้ ได้อีกทางหนึ่ง

สำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ กลุ่มสตาร์ทอัพหรือคนที่สนใจที่ทำธุรกิจ สามารถสมัครข้าร่วม โครงการตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 เมษายน 2559 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่ 6
โทรศัพท์ 0-2202-4574, 0-2354-3171
อีเมล plantobiz2016@gmail.com  
หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th หรือ www.facebook.com/dip.pr 

 

ที่มารูปและข่าว : กระทรวงอุตสาหกรรม