เนื้อหาวันที่ : 2007-07-06 11:08:55 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2129 views

สปส.เตือนนายจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม เพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง

สำนักงานประกันสังคม(สปส.) เตือนนายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน เพื่อคุ้มครองลูกจ้างกรณีเจ็บป่วย ประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ฯลฯ

สำนักงานประกันสังคม(สปส.) เตือนนายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน  นับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน เพื่อลูกจ้างจะได้รับความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ทั้งเนื่องจากการทำงานและไม่เนื่องจากการทำงาน เป็นต้น

.

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม  เปิดเผยว่า  ณ เดือนพฤษภาคม ปี 2550  มีสถานประกอบการในระบบประกันสังคม  จำนวน 378,954 แห่ง ผู้ประกันตนทั้งหมดจำนวน 9,003,680 คน ซึ่งในปี 2549 ที่ผ่านมาสปส.ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ประกันตนเกี่ยวกับการไม่แจ้งขึ้นทะเบียนนายจ้าง ลูกจ้าง สูงเป็นอันดับแรกคือร้อยละ 16.77 ของจำนวนข้อร้องเรียนทั้งหมด  แต่ยังมีสถานประกอบการบางส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม  ซึ่งตามกฎหมายประกันสังคมได้กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

.

ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างและแสดงรายชื่อลูกจ้างหรือยื่นแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน เพื่อให้ลูกจ้างได้เป็นผู้ประกันตนภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน โดยไม่มีข้อยกเว้นว่าการจ้างงานนั้นจะเป็นช่วงทดลองงาน เมื่อนายจ้างดำเนินการแล้วลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนทั้ง 7 กรณี คือ กรณีเจ็บป่วย ประสบอันตราย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ทั้งเนื่องจากการทำงานและไม่เนื่องจากการทำงาน รวมถึงกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน  ดังนั้น หากนายจ้างหลีกเลี่ยงการไม่แจ้งขึ้นทะเบียนประกันสังคม นอกจากทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนจากสปส.แล้ว นายจ้างยังมีความผิดตามกฎหมาย บทกำหนดโทษที่ประกันสังคมกำหนดไว้ ซึ่งนายจ้างมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

.

นายสุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ขอแจ้งเตือนนายจ้างเห็นความสำคัญและรีบดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง อีกทั้งการนำส่งเงินสมทบให้ครบถ้วนเพื่อประโยชน์ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง นอกจากนี้ ลูกจ้าง ผู้ประกันตน พบเห็นการกระทำดังกล่าวของนายจ้าง   โปรดแจ้งข้อมูลมาที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือเว็บไซต์ http://www.sso.go.th/ หรือที่กองตรวจสอบโทร.0-2956-2580-1 และสายด่วน 1506 ทุกข้อมูลที่ได้รับจะเก็บเป็นความลับและดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป