เนื้อหาวันที่ : 2015-02-12 14:11:14 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1870 views

ประหยัดน้ำมันทำได้จริง เชื่อเขย่ารถก่อนเติมช่วยประหยัดน้ำมัน

ประหยัดน้ำมันทำได้จริง? ผลการศึกษาของเชลล์ล่าสุดพบว่า1 ใน 4 ผู้ใช้รถในไทย เชื่อเขย่ารถก่อนเติมช่วยประหยัดน้ำมัน

เชลล์เปิดเผยผลการศึกษาครั้งแรก เชลล์ ฟิวเซฟ จริงหรือมั่ว! นานาวิธีประหยัดน้ำมัน พบผู้ใช้รถชาวไทยมีวิธีประหยัดน้ำมันที่ไม่เหมือนใคร และอาจเปลืองน้ำมันกว่าเดิม ออม สุชาร์ มานะยิ่ง และ กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล ร่วมพิสูจน์ท้าทดลองกับทีมนักศึกษาที่เข้าร่วมแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย ว่าใครจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด

ในงานแถลงข่าวเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2015ที่บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ร่วมกับกระทรวงพลังงานจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันนี้ โดยมี ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานในพิธี ได้มีการเปิดเผยผลการศึกษา “เชลล์ ฟิวเซฟ จริงหรือมั่ว! นานาวิธีประหยัดน้ำมัน” ด้วยการพิสูจน์ท้าทดลองร่วมกับ 2 นักแสดงชื่อดัง “ออม” สุชาร์ มานะยิ่ง และ “กอล์ฟ” พิชญะ นิธิไพศาลกุล พร้อมทั้งทีมนักศึกษาที่เข้าร่วมแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย โดยมีผู้บริหารของกระทรวงพลังงาน และนักวิทยาศาสตร์ของเชลล์ ร่วมทดสอบว่าใครจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า “เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย” เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาได้แสดงความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพลังงาน กิจกรรมนี้ได้เปิดเวทีให้เยาวชนไทยคิดสร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงจัง เกิดผลงานใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการพลังงานและประเทศไทยในอนาคต ที่สำคัญเยาวชนยังได้มีโอกาสออกไปเรียนรู้และหาประสบการณ์กับเพื่อนต่างชาติ นับว่าเป็นกิจกรรมที่ควรสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้มีทีมตัวแทนจากประเทศไทย 10 ทีมจาก 9 สถาบัน จำนวนนักศึกษา 70 คน เดินทางไปแข่งขันกับทีมนักศึกษามากกว่า 140 ทีมจากหลากหลายประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย ในการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2015 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2558 ซึ่งเชลล์ได้จัดให้มีการแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เพื่อท้าทายความสามารถของนักเรียน นักศึกษาในการออกแบบ และสร้างรถต้นแบบแห่งอนาคตที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดครบ 30 ปีแล้วในปีนี้

พร้อมกันนี้ เชลล์เผยผลการศึกษาล่าสุด “เชลล์ ฟิวเซฟ จริงหรือมั่ว! นานาวิธีประหยัดน้ำมัน”จากการสำรวจผู้ใช้รถยนต์ทั่วประเทศกว่า 1,000 คน ช่วงอายุตั้งแต่ 18-40 ปี พบว่าผู้ขับขี่รถชาวไทยพยายามหาวิธีการที่จะประหยัดน้ำมัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายทั้งนี้ ร้อยละ 88 ของผู้ใช้รถเห็นว่าการขับรถให้ประหยัดน้ำมันมีความสำคัญ ในขณะที่ร้อยละ 63 ยอมรับว่าไม่ทราบวิธีการประหยัดน้ำมันที่ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า 2 ใน 3 ของผู้ใช้รถ (ร้อยละ 59) มีความกังวลไม่รู้ว่าวิธีไหน คือ วิธีที่ถูกต้องในการประหยัดพลังงาน นำไปสู่ความเชื่อในการประหยัดน้ำมันที่คลุมเครือ

ผลการศึกษานี้ยังบอกอีกว่า 3 ใน 4 (ร้อยละ 75) ของผู้ใช้รถเชื่อว่าการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ก่อนออกเดินทาง จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ และที่น่าสนใจคืออีกร้อยละ 22 เชื่อว่าการเขย่ารถเพื่อไล่ลมออกจากถังน้ำมันก่อนเติม สามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้เช่นเดียวกัน

มร. แกรนท์ แมคเกรเกอร์ กรรมการบริหาร ธุรกิจการตลาดค้าปลีก กล่าวถึงผลการศึกษา“เชลล์ ฟิวเซฟ จริงหรือมั่ว! นานาวิธีประหยัดน้ำมัน” ว่าผู้ใช้รถชาวไทยเห็นว่า การขับรถให้ประหยัดน้ำมันเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันพยามยามหาวิธีประหยัดน้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่ความเชื่อบางอย่างซึ่งเปิดเผยในผลการศึกษา กลับทำให้เขาใช้น้ำมันสิ้นเปลืองมากกว่าเดิม”

ผลการศึกษา ยังทำให้เราได้ทราบว่าผู้ใช้รถในประเทศไทยนั้นมีพฤติกรรมประหยัดพลังงานในบ้านมากกว่าบนท้องถนน เพราะยังขาดความรู้ในการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ร้อยละ 91 ปิดไฟเวลาไม่ใช้ ร้อยละ 81 ปิดน้ำขณะกำลังแปรงฟัน และร้อยละ 79 ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเวลาไม่ใช้งาน ในทางกลับกัน เมื่อไปดูที่พฤติกรรมการใช้น้ำมัน มีเพียงร้อยละ 51 ของผู้ใช้รถนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถทำให้รถมีน้ำหนักเบา และเพียงร้อยละ 47 ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถอยู่กับที่ สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้ว่าเราต้องให้ความรู้ และความเข้าใจในการประหยัดพลังงานจากบ้านมาสู่ท้องถนน”

เชลล์ มุ่งส่งเสริมให้ผู้ใช้รถสามารถแยกได้ระหว่างความเชื่อกับข้อเท็จจริงในการขับประหยัดน้ำมัน เพื่อช่วยให้คนไทยกลายเป็นผู้ใช้รถที่ประหยัดน้ำมันมือโปร และเนื่องในโอกาสที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ทางด้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรกำลังเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขัน เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2015 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ เชลล์อยากจะเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในการขับรถอย่างประหยัดน้ำมัน

ผู้ขับขี่รถยนต์เห็นว่า นักวิทยาศาสตร์ (ร้อยละ 68) และวิศวกร (ร้อยละ 63) คือ ผู้ที่จะให้ความรู้ในการช่วยประหยัดน้ำมันในอนาคตเชลล์จึงถือโอกาสนี้ เชิญชวนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งนักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนความรู้เหล่านี้

นักศึกษาจาก 9 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย ซึ่งกำลังจะเดินทางไปแข่งขันในงาน เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2015จะมาร่วมทีมกับดาราชื่อดัง “ออม” สุชาร์ มานะยิ่ง “กอล์ฟ” พิชญะ นิธิไพศาลกุล โดยมี ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน และนายรัชตพงษ์ บุญวัตรสกุล นักวิทยาศาสตร์จากเชลล์ประเทศไทย จะมาร่วมทดสอบความเชื่อต่างๆเหล่านี้ พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในการประหยัดน้ำมัน

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการส่งทีมนักศึกษาตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2015 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ กับทีมนักศึกษากว่า 140 ทีม หลากหลายประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย ไปรวมตัวกันที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อแข่งขันในงาน เชลล์ อีโค-มาราธอน เอเชีย 2015 การแข่งขันด้านการประหยัดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2558 การแข่งขันเชลล์ อีโค-มาราธอน เป็นการแข่งขันที่ท้าทายความสามารถของนักเรียน นักศึกษาในการออกแบบ และสร้างรถต้นแบบแห่งอนาคตที่ประหยัดน้ำมันสูงสุด ซึ่งทีมจากประเทศไทยเป็นทีมได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันติดต่อกันมาสี่ปี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชลล์ อีโค-มาราธอน และค้นพบวิธีการทำให้น้ำมันพาคุณไปได้ไกลกว่าเดิม

5 ความเชื่อในการประหยัดน้ำมันที่ผู้ใช้รถชาวไทยปฎิบัติ
1. สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ก่อนการเดินทาง
2. เปลี่ยนเกียร์ไปมา
3. เติมน้ำมันตอนกลางคืน เพราะอุณหภูมิลดต่ำลง
4. ไม่ดับเครื่องยนต์ ขณะจอดอยู่กับที่
5. เติมน้ำมันเพียงครึ่งถัง เพื่อลดน้ำหนักของเครื่องยนต์ หรือเพื่อลดการระเหย

5 ข้อเท็จจริงที่ผู้ใช้รถชาวไทย ควรปฎิบัติเพื่อประหยัดน้ำมัน
1. หมั่นตรวจสอบลมยาง ว่ามีแรงดันที่เหมาะสม
2. ขับรถด้วยความเร็วคงที่ตลอดการเดินทาง
3. ขับรถอย่างนิ่มนวล ไม่ขับกระชาก ไม่เร่งหรือเบรกอย่างกระทันหัน
4. หมั่นนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ
5. นำสัมภาระที่ไม่จำเป็นออกจากรถเพื่อลดน้ำหนักบรรทุก