เนื้อหาวันที่ : 2014-11-14 11:31:47 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1729 views

ซัสโก้ ปรับโฉมสถานีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ รุกตลาดแบบเต็มสูบ

ซัสโก้ ปรับโฉมสถานีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ ผนึกพลังพาร์ทเนอร์แบรนด์ชั้นแนวหน้า ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน พร้อมรุกตลาดแบบเต็มสูบ

นาย ชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เปิดเผยว่า หลังจากเข้าซื้อ กิจการของบริษัท ปิโตรนาส (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี 2555 ทำให้ซัสโก้มีสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 96 สาขา เมื่อรวมกับสถานีบริการน้ำมันเดิมของซัสโก้แล้วจะมีสถานีบริการรวม 235 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จากเดิมสถานีบริการฯ ของซัสโก้จะอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ เมื่อควบรวมปิโตรนาสเข้ามาจึงตรงกับยุทธศาสตร์ใหม่ของซัสโก้ที่ต้องการขยายสถานีบริการฯ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้มากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันซัสโก้มีจำนวนสถานีบริการฯ ทั่วประเทศรวม 235 สาขา ซึ่งเป็นของซัสโก้แต่เดิม 139 สาขา และเป็นของปิโตรนาสเดิม 96 สาขา แบ่งเป็นกทม. และปริมณฑล 79 สาขา, ภาคใต้ 44 สาขา, ภาคกลาง 13 สาขา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 29 สาขา, ภาคเหนือ 45 สาขา, ภาคตะวันออก 16 สาขา และภาคตะวันตก 9 สาขา

ซัสโก้ยังเน้นกลยุทธ์การตลาดที่เจาะกลุ่มลูกค้าในชุมชนเป็นหลัก เพื่อสร้าง Brand Loyalty ให้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งล่าสุดจะยังไม่ขยายสถานีบริการไปสู่ย่านถนนไฮเวย์ โดยล่าสุดซัสโก้ได้ปรับปรุงในเรื่องสถานีบริการ ตลอดจนเพิ่มจำนวนพนักงานในการให้บริการให้มากยิ่งขึ้น ปรับปรุงความสะอาดในสถานีบริการฯ และเพิ่มธุรกิจนอนออยล์เข้าไปในสถานีบริการฯ ให้มากขึ้น ในปีหน้าจะเป็นปีที่ซัสโก้รุกด้านการตลาดอย่างเต็มที่เพราะได้ปรับโฉมจากปิโตรนาสเป็นซัสโก้ทั้งหมดแล้ว ทำให้สถานีบริการของซัสโก้ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กลยุทธ์ทางการตลาดของซัสโก้คงเน้นการปรับสถานีบริการฯ ให้เข้ากับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่มากกว่าที่จะเน้นการแข่งขันโดยตรงกับแบรนด์ขนาดใหญ่ โดยจะจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายเจาะสู่ทั่วทุกภาคของไทย ให้มีความเหมาะสมตามแต่ละพื้นที่ต่อไป” นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กล่าว

และหลังจากปรับโฉมสถานีบริการฯ แล้ว ซัสโก้ จะวางกลยุทธ์ด้านการตลาดต่อไปอย่างไรนั้น นายชัยฤทธิ์ กล่าวถึง รายละเอียดในประเด็นดังกล่าวว่า “ซัสโก้ยังคงเดินหน้ามอบน้ำมันคุณภาพจากโรงกลั่นไทยออยล์ ซึ่งเป็นโรงกลั่น น้ำมันที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของประเทศ น้ำมัน “ซัสโก้” ได้รับรองระบบการควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง และได้รับรางวัลสถานีบริการคุณภาพปลอดภัยน่าใช้บริการ จากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นข้อยืนยันได้ว่าน้ำมันทุกหยดที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการ “ซัสโก้” มีคุณภาพ และได้มาตรฐานระดับสากล ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อต่อยอดบริการเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ซัสโก้ยังได้ผนึกพลังกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มสีสันความครบครันด้านบริการ ทั้งกิจกรรมในสถานีบริการและกิจกรรมนอกสถานีบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า อาทิ ร้านสะดวกซื้อ, บริการทำความสะอาดรถ (Car Care), ร้านอาหารและเครื่องดื่ม, สิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ณ ปัจจุบัน ซัสโก้ มีพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ชั้นแนวหน้าของไทย อาทิ แฟมิลี่มาร์ท, บี-ควิก, ค็อกพิท, วิซาร์ด, โมลี่ แคร์, 94 คอฟฟี่, ชาวดอย, ดิโอโร่, ราปริก้า, เมซโซ่, กาโตว์, เอ แอนด์ ดับบลิว และร้านอาหารหลากสไตล์

 สำหรับ ผลดำเนินงานไตรมาส 3 ที่ผ่านมาซัสโก้มีรายได้รวม 6,115.30 ล้านบาท กำไรสุทธิ 65.75 ล้านบาท โดย 9 เดือนที่ผ่านมา ซัสโก้สามารถสร้างรายได้รวม 19,349.27 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 128.34 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักยังมาจากยอดขายน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเครื่องบิน และก๊าซ NGV และในไตรมาสสุดท้ายหลังจากที่ซัสโก้เปิดบริการได้เต็มรูปแบบภายใต้รูปโฉมใหม่ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ซัสโก้ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการให้เช่าพื้นที่ภายในสถานีบริการอีกด้วย โดยเบื้องต้นคาดการณ์ว่า ภาพรวมธุรกิจของซัสโก้โดยรวมน่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กล่าวสรุป