เนื้อหาวันที่ : 2014-10-15 10:31:59 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 523 views

9 เดือนธุรกิจบริหารบ้านจัดสรร-อาคารชุดเติบโต 10% ยืนยันตลาดคอนโดฯกลางเมืองขยายตัว

IRM เผยผลประกอบการ 9 เดือนธุรกิจบริหารบ้านจัดสรร-อาคารชุดเติบโต 10% ยืนยันตลาดคอนโดฯกลางเมืองขยายตัวต่อเนื่องส่งผลต้องการนักบริหารมืออาชีพ

อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ (IRM) เผยผลประกอบการ 9 เดือนธุรกิจบริหารทรัพย์สินในบ้านจัดสรรและอาคารชุดเติบโตเพิ่มขึ้น 10% ยืนยันตลาดคอนโดมิเนียมกลางกรุงขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยต้องการนักบริหารมืออาชีพเข้าไปทำงาน แนะหากทำงานไม่คุ้มค่าให้เปลี่ยนและควรพิจารณาจากผลงานและคุณธรรมในการบริหารธุรกิจ

นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาว่า ภาพรวมของธุรกิจบริหารทรัพย์สินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมีการขยายตัวเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ทั้งงานเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคลบ้านจัดสรรและอาคารชุด รวมทั้งงานบริหารโครงการคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมามีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยกลางเมืองเพิ่มขึ้น และส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับกลางราคาระหว่าง 1-3 ล้านบาท ที่ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่หันมาพัฒนาตลาดดังกล่าวมากขึ้น และคาดว่าตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะยังอยู่ในความต้องการของผู้บริโภคที่มีรายได้ระหว่าง 3-4 หมื่นบาทต่อเดือน เมื่อตลาดอาคารชุดกลางเมืองมีแนวโน้มการพัฒนามากขึ้น ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้นักบริหารทรัพย์สินซึ่งมีความต้องการสูงตามไปด้วย

ปกติแล้วโครงการคอนโดมิเนียมบางแห่งจะมีบริษัทในเครือทำหน้าบริหารทรัพย์สิน แต่ถ้าบริการไม่ดีและไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในอาคารได้ผู้อยู่อาศัยจะเปลี่ยนใช้บริการรายอื่นเข้ามาทำหน้าที่ และส่วนใหญ่ต้องการให้บริษัทบริหารทรัพย์สินที่มีความเป็นมืออาชีพเข้าไปทำหน้าที่ดังกล่าว จึงทำให้นักบริหารทรัพย์สินมีโอกาสที่จะขยายตลาดไปสู่กลุ่มเป้าหมายประเภทคอนโดมิเนียม นอกจากนี้แล้วยังมีนิติบุคคลอาคารชุดหลายแห่งกำลังมองหาผู้ที่มีประสบการณ์เข้าไปทำงาน เนื่องจากต้องการนักบริหารทรัพย์สินที่สามารถให้บริการตามหลักสากล” นายธนันทร์เอกกล่าว

กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการบริหารอาคารชุดกว่า 100 โครงการ พบว่าอาคารส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนผู้ที่ทำหน้าที่บริหารทรัพย์ เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในโครงการได้ ดังนั้น การดำเนินการเปลี่ยนทีมบริหารใหม่จะต้องพิจารณาจากปัจจัยเรื่องความคุ้มค่าระหว่างค่าจ้างและบริการที่ได้รับ เช่น เรื่องการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย ความสวยงาม ความสะอาด รวมทั้งการบริหารด้านการเงินเพื่อนำมาใช้ในการดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง หากเห็นนักบริหารทรัพย์สินชุดเดิมทำดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องเปลี่ยน แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยนต้องมีหลักในการพิจารณาเลือกบริษัทใหม่ ซึ่งจะต้องมีประสบการณ์ มีผลงาน มีประวัติการทำงานที่ดี บริษัทมีความมั่นคงด้านทุนจดทะเบียน ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาบุคลากร รวมทั้งเช็คประวัติการทำงานให้กับโครงการอื่น ๆ นอกจากนี้แล้วจะต้องพิจารณาว่าบริษัทที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารทรัพย์สินนั้นจะต้องมีคุณธรรม และสามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำงาน

ที่ผ่านมา IRM ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร นอกจากด้านความรู้และความเชี่ยวชาญในการบริหารทรัพย์สินแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเรื่องกลยุทธ์ในการดูแลและเอาใจใส่ลูกค้า เพื่อให้พนักงานรับรู้ถึงความรู้สึกของลูกค้า โดยมีแบบสอบถามเพื่อประเมินการทำงานว่าอยู่ความพึงพอใจของลูกค้าหรือไม่ ซึ่งพบว่าประมาณ 80% พอใจกับการทำงานและแก้ไขปัญหาของ IRM ส่วนอีก 20% อาจเกิดความไม่พึงพอใจเรื่องการเก็บค่าส่วนกลาง ซึ่งบางครั้งอาจต้องอ้างอิงกฎหมายทำให้ลูกค้าบางคนไม่พอใจเมื่อถูกทวงถาม เรื่องนี้สำคัญมากหากผู้บริหารละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะถูกลงโทษด้วย เพราะหากมีการค้างชำระค่าส่วนกลางตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปแล้วไม่รายงานต่อคณะกรรมการ จะถูกดำเนินคดีเนื่องจากละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่” นายธนันทร์เอกกล่าว