เนื้อหาวันที่ : 2014-07-30 11:16:20 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 301 views

SIRI ผงาดเพิ่มทุนเป็น 19,824 ล้านบาทเทียบเท่า Top3

SIRI ผงาดเพิ่มทุนเป็น 19,824 ล้านบาทเทียบเท่า Top3 อสังหาฯ ไทย แจกวอร์แรนต์ฟรี เผยนำเงินไปขยายธุรกิจแบบ Engineer for Growth

แสนสิริ ประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียน 8,209 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 11,615 ล้านบาท เป็น 19,824 ล้านบาท ภายในปี 2562 พร้อมออก Warrant (SIRI – W2) โดยเตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้น 12 กันยายน 2557 เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนและเน้นการสร้างกำไรเพิ่มมากขึ้นนับจากนี้ ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ “Engineer for Growth” เผย 3 ปัจจัยสำคัญเพื่อรองรับการเติบโต ได้แก่ 1. การแสวงหาโอกาส 2. การปรับกลไกภายในองค์กรให้สอดคล้องกับโอกาสในการสร้างประโยชน์สูงสุด และ 3. การมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 18/2557 ได้มีมติอนุมัติแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จากทุนจดทะเบียนของบริษัทขึ้นอีกจำนวน 8,209,037,422.95 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 11,614,597,115.13 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 19,823,634,538.08 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 3,614,411,191 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท พร้อมกันนี้บริษัทได้อนุมัติออกใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (SIRI-W2) จำนวนไม่เกิน 3,614,411,191 หน่วย ให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ์ โดยกำหนดใช้สิทธิ์ภายใน 7 ตุลาคมนี้ รวมทั้งจะมีการขออนุมัติมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 กันยายน 2557 ทั้งนี้ในส่วนของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (SIRI-W1) ต้องทำการใช้สิทธิ์แปลงเป็นหุ้นสามัญภายในวันที่ 30 กันยายน 2557 เพื่อใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทและรับใบสำคัญแสดงสิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 2 (SIRI-W2)

การเพิ่มทุนจดทะเบียนในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การปรับตัวของแสนสิริน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากแสนสิริจะมีเงินทุนที่มากเพียงพอต่อการขยายธุรกิจที่อยู่อาศัยที่ครบวงจรทั่วประเทศแล้ว ยังมีเงินทุนเพียงพอที่สามารถนำไปสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ด้วยการลดสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Gearing Ratio) ลงจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.14 เหลือ 0.8 – 1 เท่าใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนศักยภาพของการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในการเข้าร่วมลงทุนและเป็นพันธมิตรกับบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ” นายเศรษฐา กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการของแสนสิริ มีมติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 3,614,411,191 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท (ในขณะที่ราคาหุ้น SIRI เฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน ระหว่างวันที่ 21 – 28 กรกฎาคม 2557 อยู่ที่ 2.35 บาท ต่อหุ้น) เพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (”ใบสำคัญแสดงสิทธิ”) ที่ออกให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกรายในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของแสนสิริในช่วงต่อไป บริษัทมีกลยุทธ์ที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจมีความแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จภายใต้แผนงาน “Engineer for Growth” ซึ่งประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ ประการแรกคือ การแสวงหาโอกาส ทั้งโอกาสจากปัจจัยบวกในด้านต่างๆ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้นตามลำดับ, อัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 1, อัตราดอกเบี้ยซึ่งยังอยู่ในแนวโน้มที่ค่อนข้างคงที่ ขณะที่สถาบันการเงินมีแนวโน้มในการปล่อยสินเชื่อที่ดีขึ้น นำมาสร้างประโยชน์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่ การโฟกัสในโปรดักส์และทำเลที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ด้วยการบริหาร portfolio ของโครงการทั้งหมดให้มีความสมดุลมากขึ้น อาทิ การปรับสัดส่วนของโครงการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็น 80% : 20% ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับแผนที่วางไว้โดยตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นยังนับว่ามีอีกหลายทำเลที่มีดีมานต์ชัดเจน แต่บริษัทยังขยายการพัฒนาโครงการไปไม่ครอบคลุมอย่างเต็มที่ อาทิ กรุงเทพฯ โซนเหนือ, โซนตะวันออก และโซนตะวันตก นอกจากนี้ยังต้องมีการปรับโครงสร้างสัดส่วนรายได้ที่มาจากประเภทโครงการที่มีอยู่ใน portfolio ทั้งหมดใหม่ ทั้งสัดส่วนโครงการแนวราบและแนวสูง และสัดส่วนรายได้ที่มาจากโครงการในแต่ละระดับราคา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนมากที่สุด

ประการที่สอง การปรับกลไกภายในองค์กรให้สอดคล้องกับโอกาสในการสร้างประโยชน์สูงสุด โดยมีกลไกซึ่งบริษัทมองว่าต้องมีการจัดการโดยเน้นประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ อัตรากำไรเบื้องต้นที่ต้องทำให้ดีขึ้นอีก, ประสิทธิภาพเชิงต้นทุนในส่วนของค่าใช้จ่ายสนับสนุนการขาย และประสิทธิภาพเชิงต้นทุนในส่วนของค่าใช้จ่าย Admin อาทิ กระบวนการทำงานที่ต้องดำเนินการแบบสอดคล้องประสานกันในทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ทั้งฝ่ายออกแบบ ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายก่อสร้างที่ต้องร่วมกันควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ซึ่งจะทำให้เกิด Standardised Design หรือการปรับแต่งงานออกแบบโดยยึดจาก platform เดิม อันจะช่วยสร้างความชำนาญและแม่นยำ ส่งผลให้งานก่อสร้างมีประสิทธิผลมากที่สุดทั้งในด้านต้นทุน คุณภาพ ความรวดเร็ว และความสวยงาม

และประการที่สาม การมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

องค์ประกอบที่สำคัญที่สร้างให้แสนสิริเป็นองค์กรที่มีศักยภาพต่อเนื่องตลอดมา อันได้แก่การเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้า ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเกิดจากการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและรายได้รวมทั้งยังส่งผลให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งหนึ่งในสามของผู้นำตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งระดับเดียวกันมาโดยตลอด ซึ่งได้สะท้อนศักยภาพของการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ในวันนี้ แสนสิริ พร้อมจะประกาศชัดเจนว่าภายหลังจากแสนสิริเพิ่มทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ในการขยายตัวทางธุรกิจสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรได้ในอนาคต รวมถึงราคาหุ้นของแสนสิริก็น่าจะสะท้อนสภาพการดำเนินธุรกิจที่แท้จริงมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” นายเศรษฐา กล่าว